10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

ROE Return on equity

พงศกร : เฮียครับคราวที่แล้วเราเรียนเรื่องอัตราผลตอบแทนที่ได้จากทรัพย์สิน หรือ Return on Asset (ROA) กันไป แต่เอาจริงๆ แล้วเวลาเราลงทุนเราไม่ได้สนใจเพียงผลตอบแทนที่สามารถทำได้จากทรัพย์สินหรือเปล่าครับเฮีย เราต้องสนใจผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับด้วย

เฮียทวี : ใช่แล้วครับ ROA เราเอาไว้ดูว่าทีมบริหารเอาทรัพย์สินที่มีอยู่ไปทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่ในฐานะผู้ถือหุ้น เวลาเราจะลงทุนนอกจากดู ROA แล้ว เราต้องดูอัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับ หรือ Return on equity (ROE) ด้วย

พงศกร : ROE ให้ผมเดาจากที่เรียนเรื่อง ROA ไป เราเอากำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ยจ่าย (EBIT) มาหารด้วยส่วนทุนถูกไหมครับเฮีย

เฮียทวี : ผิดครับ

พงศกร : หื่ม ผิดได้ไงครับเฮีย?

เฮียทวี : การคำนวณ ROE เราจะใช้ EBIT เหมือนตอนคำนวณ ROA ไม่ได้ ลองจินตนาดูสิว่าทำไม

พงศกร : อืม ROA เป็นการคำนวณอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ซึ่งสินทรัพย์ที่ได้มานั้น มีที่มาทั้งจากเงินกู้และเงินทุนถูกไหมครับ

เฮียทวี : ถูกต้องครับ สมการสินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน ยังพอจำได้ไหม

พงศกร : จำได้ครับ

เฮียทวี : เพราะ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน ตอนที่เราคำนวณอัตรา ROA เรากำลังหาผลตอบแทนให้ทั้งกับส่วนหนี้และส่วนทุน ถูกไหมครับ

พงศกร : ถูกต้องครับ

เฮียทวี : ด้วยเหตุผลนี้ตอนเราคำนวณ ROA เราจึงต้องใช้ กำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ยจ่าย (EBIT) หารด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม เพราะถ้าเราใช้กำไรสุทธิ แปลว่าเราได้หักส่วนที่จะจ่ายเจ้าหนี้ออกไปแล้ว อัตราส่วนที่ได้ก็จะไม่สมเหตุสมผล

แต่ในทางกลับกัน การหา ROE เราสนใจแต่อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นถูกไหมครับ

พงศกร : ถูกครับ

เฮียทวี : เมื่อเป็นเช่นนี้เวลาเราคำนวณ ROE เราก็ต้องใช้ กำไรสุทธิหารด้วยส่วนทุนครับถึงจะถูกต้อง

พงศกร : อ๋อเข้าใจแล้วครับ เวลาคำนวณ ROA เราเอา EBIT หารด้วยทรัพย์สินทั้งหมด เพราะทรัพย์สินนั้นมีที่มาทั้งเงินจากเจ้าหนี้และเงินทุนจากเจ้าของบริษัท เมื่อเป็นเช่นนั้นการคำนวณ ROA ก็เหมือนการคำนวณผลตอบแทนทั้งของเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นรวมกัน เราจึงต้องใช้กำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ยจ่ายเป็นตัวตั้ง

ในทางกลับกัน ROE เราสนใจแต่ผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจริงๆ เราจึงต้องใช้กำไรสุทธิเป็นตัวตั้ง

เฮียทวี : ถูกต้องครับ ทีนี้ลองคำนวณ ROE ของ บริษัท ASIAN ที่เรายกมาเป็นกรณีศึกษาดูสิ

พงศกร : กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 บริษัท ASIAN มีผลประกอบการขาดทุนอยู่ 30.54 ล้านบาท

เฮียทวี : แล้วส่วนทุนอยู่ที่เท่าไหร่

พงศกร : รวมส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,894.42 ล้านบาท ครับ

หา ROE เอา -30.54 ล้านบาท หาร 1,894.42 ล้านบาท คูณด้วย 100 คำตอบเท่ากับ -1.61%

เฮียทวี : มันมีความหมายว่าอย่างไร?

พงศกร : ทุกๆ ส่วนทุนหนึ่่งล้านบาท บริษัทขาดทุน 16,121 บาทครับ

เฮียทวี : อย่างนี้พงศกรรู้สึกว่าเราควรลงทุนในบริษัทนี้หรือไม่

พงศกร : ไม่ควรครับ เพราะลงทุนไปก็มีแต่เข้าเนื้อ

เฮียทวี : ที่พงศกรตอบมาก็ถูก แต่การลงทุนเป็นเรื่องของการซื้ออนาคต ถ้าเรากลับไปดู ROE 9 เดือนแรกของปี 56 จะพบว่าบริษัท ASIAN มี ROE ติดลบถึง 12.36% เลยทีเดียว ส่วน 9 เดือนแรกของปี 57 ROE ติดลบแค่ 1.61% ก็ถือว่าผลประกอบการดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด แล้วอะไรจะเกิดอะไรขึ้นหละถ้าผลประกอบการปีถัดไปค่อยๆดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พงศกร : ถ้าผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆ นักลงทุนก็จะเริ่มกลับมาให้ความสนใจหุ้นตัวนี้ ทำให้ราคาหุ้นค่อยๆ ขึ้นไปเพราะคนอยากได้หุ้นบริษัทที่มีผลประกอบการดี

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm