10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

Interest Coverage Ratio และ Debt to Equity Ratio

เฮียทวี: พงศกร นั่งลงได้แล้ววันนี้เข้าบริษัทซะเย็นเลยนะเรา เดี๋ยวเฮียต้องไปรับซ้อจากร้านสปา เรามาเริ่มเรียนกันเลยดีกว่า วันนี้เราจะเรียนทั้งหมด 2 อัตราส่วน 1) Interest Coverage Ratio และ 2) Debt to Equity Ratio

พงศกร: Interest Coverage Ratio ผมเคยเห็นผ่านๆรู้สึกจะเอา EBIT หรือกำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ยจ่าย หารด้วยดอกเบี้ยจ่ายถูกไหมครับ

เฮียทวี: สมการถูกต้องแล้วอัตราส่วนนี้เขามีไว้เพื่อดูอะไร

พงศกร: EBIT หารด้วยดอกเบี้ยจ่าย ผมว่าอัตราส่วนนี้เอาไว้ใช้ดูว่าบริษัทมีความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยแต่ละงวด/ปี หรือไม่

เฮียทวี: เยี่ยมๆ อย่างนี้อัตราส่วนต่ำๆดีหรือไม่ดีครับ

พงศกร: อัตราส่วนยิ่งต่ำยิ่งไม่ดีครับ ยิ่งถ้าต่ำกว่า 1 ผมว่าน่าจะวิกฤติเลยทีเดียว เพราะบริษัทได้กำไรจากการค้าขายมาไม่พอจ่ายค่าดอกเบี้ย

เฮียทวี: เยี่ยมมาก

โดยปกตินักการเงินบอกไว้ว่าอัตราส่วน Interest Coverage Ratio ไม่ควรต่ำกว่า 1.5 เท่า และถ้าบริษัทมีอัตราส่วนใกล้ๆ 1 เมื่อไหร่เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าบริษัทมีอัตราส่วนต่ำกว่า 1 เมื่อไหร่แปลว่าบริษัทได้กำไรจากการดำเนินงานไม่พอจ่ายแม้แต่ดอกเบี้ย เมื่อบริษัทขาดสภาพคล่องก็จะเริ่มกู้เงินเพิ่มหรือไม่ก็เพิ่มทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง แต่ถ้าบริษัทกู้จนไม่สามารถกู้ได้แล้ว และไม่มีนักลงทุนรายไหนยินดีเพิ่มทุนให้กับบริษัทหละ อะไรจะเกิดขึ้น

พงศกร: บริษัทก็จะผิดนัดชำระหนี้ หรือแปลว่าบริษัทกำลังจะล้มละลายนั่นเอง

เฮียทวี: แม่นมาก ด้วยเหตุนี้อัตราส่วน Interest Coverage จึงเป็นอัตราส่วนสำคัญอันหนึ่งที่เราต้องดู

พงศกร: ผมลองเปิดดูงบบริษัท ASIAN กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้อยู่ที่ 97.72 ล้านบาท ส่วนต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 125.88 ล้านบาท (ภาพที่ 1)

หาอัตราส่วน Interest Coverage 97.72 หาร 125.88 เท่ากับ 0.776 เท่า

เฮียทวี: อัตราส่วนต่ำกว่า 1 แปลว่า

พงศกร: แปลว่ากำไรที่บริษัทหาได้จากการค้าขายยังไม่พอจ่ายค่าดอกเบี้ยเลยครับ ถือว่าบริษัทมีฐานะทางการเงินน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก

เฮียทวี: เมื่อบริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีไม่พอจ่ายค่าดอกเบี้ย ทีนี้เราก็ต้องไปดูอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ Debt to Equity Ratio ว่าบริษัทยังสามารถกู้เพิ่มได้หรือไม่ โดยปกติแบงก์จะปล่อยกู้ที่ประมาณ หนี้สิน 2 ส่วนต่อทุน 1 ส่วน พงศกรลองเช็คอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัท ASIAN ดูสิ

พงศกร: หนี้สิน 4,323.93 ล้านบาท หารด้วยทุน 1,894.42 ล้านบาท อัตราหนี้สินต่อทุนเท่ากับ 2.28 เท่า

เฮียทวี: ถือว่าบริษัท ASIAN ณ 30 กันยายน 2558 บริษัทมีฐานะทางการเงินแย่พอสมควร

กำไรจากการดำเนินงานก็ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ แถมอัตราส่วน D/E ก็สูงเกินเพดานปกติ ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อย บริษัทก็จะขาดสภาพคล่องและล้มละลายในที่สุด

พงศกร: แล้วอย่างตอนนี้บริษัทจะกู้เพิ่มกูยากแล้ว บริษัทจะทำอะไรเพื่อเพิ่มสภาพคล่องได้บ้างครับ

เฮียทวี: บริษัทสามาถเพิ่มสภาพคล่องได้โดยการทำให้ผลประกอบการดีขึ้น หรือไม่ก็ต้องเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง หรือไม่ก็อาจจะต้องขายทรัพย์สินบางส่วนออกไปเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เพราะถ้าบริษัทไม่ทำอะไรเลยเพื่อให้ได้เงินมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินบริษัทก็มีสิทธิที่จะล้มละลายในที่สุด

พงศกร: ฟังดูแล้วเครียดแทนเจ้าของเลยนะครับ

1