10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

กำไรต่อหุ้น 2

พงศกร: วันก่อนเราสรุปกันไปว่า กำไรต่อหุ้นนั้นคำนวณโดยใช้กำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญ ถูกไหมครับเฮีย

เฮียทวี: ถูกต้องครับ

พงศกร: ทำไมผมกลับบ้านไปลองคำนวณกำไรสุทธิของบริษัท ASIAN ที่เฮียยกมาเป็นตัวอย่างแล้วใช้ตัวเลขจากงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557

ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 44.459 ล้านบาท
ขาดทุนเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 49.637 ล้านบาท
และขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ 0.14 บาท
จำนวนหุ้นสามัญอยู่ที่ 361.820468 ล้านหุ้น

ถ้าผมใช้ตัวเลขขาดทุนสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญ ผมจะได้ขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ 0.12 บาท (44.459/361.820468)
ซึ่งมันไม่ตรงกับตัวเลขขาดทุนต่อหุ้นที่บริษัท ASIAN แจ้งไว้นะครับเฮีย ถ้าจะคำนวณขาดทุนต่อหุ้นให้ได้ 0.14 บาท บริษัทต้องเอาขาดทุนเบ็ดเสร็จหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญถึงจะได้ขาดทุนต่อหุ้น ที่ 0.14 บาท (49.637/361.820468)

ไม่ทราบว่าเฮียสอนผมผิดหรือเปล่าครับว่ากำไรต่อหุ้นต้องคำนวณจากกำไรสุทธิ

เฮียทวี: ไม่ผิดนะ ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 33 กำหนดให้คำนวณกำไรต่อหุ้นไม่ว่าจะโดยวิธีการต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน หรือกำไรต่อหุ้นโดยวิธีปรับลดล้วนกำหนดให้ใช้กำไรสุทธิของบริษัทใหญ่ในการคำนวณกำไรต่อหุ้น

พงศกร: แต่ก็อย่างที่เฮียเห็น (ภาพที่ 1) ผมคำนวณยังไงเขาก็ใช้กำไรเบ็ดเสร็จนะครับเฮีย

เฮียทวี: เดี๋ยวเฮียลองโทรไปคุยกับฝ่ายบัญชีบริษัท ASIAN ดูละกันเผื่อมีมาตรฐานการบัญชีใหม่ออกมา

1

พงศกร: ต้องรบกวนเฮียแล้ว ขอบคุณครับเฮีย

เฮียทวี: โอเค เช็คให้เรียบร้อยแล้วนะ พอดีทางฝ่ายบัญชีเขาทำผิด ทางบริษัทได้ชี้แจงแก้ไขกำไรต่อหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบเรียบร้อยแล้ว (ภาพที่ 2 และ 3)

2

3

 

 

พงศกร: โอ้โห กำไรต่อหุ้นเปลี่ยนจากขาดทุน 0.14 บาท เป็น 0.12 บาท ดูผิวเผินอาจจะไม่เยอะ แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เปลี่ยนแปลงไป

2 สตางค์ นี่ขาดทุนน้อยลง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ

เฮียทวี: ใช้แล้วครับ ขาดทุนต่อหุ้นปรับจาก 0.14 บาท มาเป็น 0.12 บาท ถือว่าขาดทุนน้อยลงไป 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ทีเดียว ข้อนี้แหละเฮียถึงหมั่นสอนพงศกรให้เข้าใจเรื่องบัญชีอย่างถ่องแท้ เพราะตัวเลขมันสำคัญมากที่จะต้องมาจากมาตรฐานการบัญชีแบบเดียวกัน เราถึงจะเอาไปเปรียบเทียบกันได้

พงศกร: ขอบคุณมากครับเฮีย ที่หมั่นสอน หมั่นเคี้ยวเข็นผม