10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

งบกำไรเบ็ดเสร็จ 2 (สำคัญมาก – คนเล่นหุ้นที่อยากรวยต้องอ่าน)

พงศกร : เมื่อคืนผมกลับไปค้นคว้าทั้งคืนปรากฏว่า กำไรต่อหุ้นคำนวณจากตัวเลขกำไรสุทธิ ไม่ได้คำนวณจากตัวเลขกำไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จสำหรับงวดครับ

เฮียทวี : แล้วพงศกรรู้หรือเปล่าว่าทำไมนักบัญชีถึงใช้กำไร (ขาดทุน) สุทธิ แทนที่จะใช้ตัวเลขกำไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จ

ดูอย่างงบ ASIAN ถ้าใช้ตัวเลขกำไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จ กำไรงวดนี้ก็จะขาดทุนน้อยลงล้านกว่าบาทเลยทีเดียว

พงศกร : อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆครับเฮีย ค้นดูมาตรฐานการบัญชีก็ไม่ได้บอกไว้อย่างชัดเจน

เฮียทวี : ลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่ารายการที่นักบัญชีจับมารวมกันไว้ใต้หัวข้อกำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จอื่น เป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เป็นกำไรที่ยังมีความเสี่ยง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกพอสมควร และข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นกำไรที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลักของบริษัท

พงศกร : ครับ

เฮียทวี : ขอยกตัวอย่างรายการผลกำไร (ขาดทุน) จากการตีมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ที่เราพูดถึงไปเมื่อคราวก่อน ซึ่งรายการนี้บริษัทไม่ได้ตั้งใจซื้อที่ดินผืนนี้ไว้เพื่อเกรงกำไร แต่เป็นที่ดินที่ซื้อมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจ เมื่อที่ดินผืนนี้ราคาเพิ่มขึ้นก็เป็นเพียงผลพลอยได้ ทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น

พงศกร : แต่จริงๆแล้วกำไรของที่ดินผืนนี้บริษัทยังไม่ได้รับเงินสดจนกว่าจะขายจริงถูกไหมครับ

เฮียทวี : ถูกต้องและที่สำคัญไปกว่านั้นเวลาขายจริงอาจจะได้ราคาแตกต่างจากที่ประเมินไว้เป็นจำนวนมากก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ราคาที่ดินประเมินก่อนวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 กับราคาที่ดินหลังวิกฤติ มีมูลค่าแตกต่างกันมาก

พงศกร : ครับเฮีย

เฮียทวี : เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเราใช้กำไรเบ็ดเสร็จมาคำนวณ รายได้ก็จะผันผวนมากกว่าการใช้กำไรสุทธิ ซึ่งคำนวณจากตัวเลขที่แน่นอนกว่า

พงศกร : เฮียครับ แล้วอย่างรายการผลกำไร (ขาดทุน) จากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเผื่อขายหละครับ โดยความหมายของเงินลงทุนเผื่อขายคือ ซื้อหุ้นบริษัทอื่นน้อยกว่า 20% เพื่อการลงทุนแต่ยังไม่รู้จะขายเมื่อไหร่ หรือยังไม่มีโครงการที่จะขายในระยะเวลาอันใกล้นี้ ถ้าเราคิดถึงในโลกแห่งความเป็นจริง อย่างบริษัทแม่ไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทอื่นไม่ถึง 20% แล้วราคาหุ้นของบริษัทนั้นซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์พุ่งขึ้นไป ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้บริษัทอาจจะบอกว่าซื้อหุ้นตัวนี้เพื่อการลงทุนระยะยาวยังไม่รู้จะขายเมื่อไหร่ แต่ถ้าราคาขึ้นไปเยอะบริษัทก็สามารถเปลี่ยนนโยบายพร้อมขายหุ้นบริษัทนี้เพื่อทำกำไรเสมอหนิครับเฮีย เมื่อเป็นนโยบายพร้อมที่จะขายแบบนี้ ทางบัญชีก็บอกว่าตีเป็นเงินลงทุนเพื่อค้า ซึ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนเพื่อค้านี้จะถูกบันทึกในส่วนรายได้ปกติ ทำให้กำไรถูกนำไปคำนวณกำไรต่อหุ้น

สองรายการนี้มันดูก่ำกึ่งกันมากเลยนะครับเฮีย ผู้บริหารจะเปลี่ยนนโยบายเมื่อไหร่ก็ได้

เฮียทวี : ที่พงศกรเข้าใจก็ถูกแล้วว่าการเปลี่ยนสถานะ     การลงทุนจากเงินลงทุนเผื่อขาย มาเป็นเงินลงทุนเพื่อค้านั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่เปลี่ยนนโยบายในการถือครองสินทรัพย์   ตัวนั้นๆ ก็สามารถเอากำไรจากราคาสินทรัพย์ที่เปลี่ยนไป ย้ายไปรับรู้ในรายการกำไรจากเงินลงทุนเพื่อค้า และรับรูรายได้ในกำไรสุทธิได้แล้ว

นักวิจัยในมหาลัยที่ New Zealand ได้เก็บข้อมูลแล้วทำการวิเคราะห์มูลค่าหุ้น ปรากฏว่า รายการต่างๆใต้หัวข้อกำไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จ ที่เราบอกว่ามี 5 รายการนั้น จริงๆแล้วมีเพียงรายการเดียวที่นักลงทุนให้ความสำคัญและมีผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งก็คือรายการเงินลงทุนเผื่อขาย

พงศกร : อย่างนี้นักลงทุนอย่างผมเวลาไปลงทุนในหุ้นอะไร ก็ต้องหมั่นดูสิครับว่าบริษัทมีรายการกำไรจากเงินลงทุนเผื่อขายหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเข้าไปดูรายละเอียดว่าตัวเลขรายการนี้เป็นอย่างไร สามารถเพิ่มขึ้นและกระทบต่อกำไรสุทธิได้หรือไม่ เพราะถ้าย้ายกำไรจากเงินลงทุนเผื่อขายไปเป็นเงินลงทุนเพื่อค้า เงินลงทุนเพื่อค้าจะโชว์กำไรในยอดกำไรสุทธิ ซึ่งนำไปคำนวณกำไรต่อหุ้นต่อไป

เฮียทวี : พงศกรเข้าใจถูกแล้ว เวลาไปลงทุนในบริษัทอะไรก็ต้องหมั่นดูรายการนี้ เพราะอาจจะเป็นเพชรที่ซ่อนอยู่ในบริษัทก็เป็นได้

ทีนี้เรารู้แล้วว่ารายการใต้หัวข้อกำไรเบ็ดเสร็จนั้น จริงๆแล้วมีเพียงรายการเดียวที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ เรามาดูอีก 3 รายการที่เหลือกัน

พงศกร : อีก 3 รายการที่เหลือผมได้ศึกษามาแล้ว ก็จะมีรายการกำไรขาดทุน จากประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งก็คือเงินสวัสดิการที่ทางบริษัทได้กันไว้ให้เป็นหนี้สินที่บริษัทต้องจ่ายให้แก่พนักงาน แต่ถ้าการเบิกใช้จริงไม่ตรงกับมูลค่าที่กันไว้ก็จะเกิดกำไร (ขาดทุน) จากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ส่วนจะคำนวณกันยังไงอันนี้ผมขอข้ามนะครับเฮีย รู้สึกว่าจะมีใบปริญญาให้เรียนเฉพาะสาขานี้โดยเฉพาะเลย

เฮียทวี : ครับ

พงศกร : ส่วนรายการต่อไปคือ กำไรขาดทุนที่เกิดจากการแปลงค่าการดำเนินงานในต่างประเทศ ซึ่งก็ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรมากนัก เพราะเป็นความผันผวนที่บริษัทคาดเดาได้ยาก และเป็นความเสี่ยงที่เราต้องทำใจเมื่อเลือกที่จะลงทุนในบริษัทที่มีการรับรู้รายได้เป็นเงินสกุลต่างประเทศ

ส่วนรายการสุดท้าย กำไร (ขาดทุน) จากการใช้ตราสารอนุพันธ์ ซึ่งก็คือเครื่องมือทางการเงินที่บริษัทสามารถเลือกใช้ได้ เพื่อลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท

เฮียทวี : ครับ 5 รายการหลักๆใต้หัวข้อกำไรเบ็ดเสร็จอื่นเราก็ได้พูดถึงไปหมดแล้ว ยังไงเวลาลงทุนก็อย่าลืมดูรายการกำไรจากเงินลงทุนเผื่อขายนะครับ

พงศกร : ครับเฮียผมจะไม่ลืม ขอบคุณมากๆครับเฮียที่ช่วยกรุณามาสอนผม