10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

งบกำไรเบ็ดเสร็จ (สำคัญมาก – นักลงทุนที่อยากรวยต้องอ่านให้จบ)

พงศกร : เฮียครับผมได้ข้อมูลงบกำไรเบ็ดเสร็จมาแล้ว

เฮียทวี : เป็นไงบ้าง

พงศกร : มีทั้งหมด 5 รายการหลักๆครับ

รายการแรกคือ รายการผลกำไร(ขาดทุน) จากการตีมูลค่าทรัพย์สินใหม่

ยกตัวอย่างบริษัทเฮียมีที่ดิน 1 ไร่ติดถนนเอกมัย ซึ่งเฮียซื้อไว้ 1 ล้านบาท เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มาวันนี้ราคาที่ดินแปลงนี้เพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้าน ถ้าบริษัทเลือกวิธีบันทึกบัญชีด้วยวิธีปรับมูลค่าสินทรัพย์ มูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป ในแต่ละปีจะอยู่ในส่วนของกำไรเบ็ดเสร็จ

เฮียทวี : พงศกรบอกว่าบริษัทเลือกวิธีการบันทึกบัญชีได้ อย่างนี้จะเลือกไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงไปของมูลค่าสินทรัพย์ก็ได้สิ?

พงศกร : ก็ได้ครับ แต่ถ้าขาดทุนทางบัญชีบังคับให้รับรู้ แต่ถ้าได้กำไรทางบัญชีบอกว่าจะรับรู้หรือไม่รับรู้ก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าบริษัทเลือกที่จะรับรู้กำไรจากการตีมูลค่าทรัพย์สินใหม่ บริษัทก็ต้องทำทุกปี จะมาเลือกทำเป็นบางปีไม่ได้

เฮียทวี : เยี่ยมมากอย่างนี้บริษัท ASIAN ที่เราเอามาเป็นกรณีศึกษา เฮียเห็นมีรายการกำไร (ขาดทุน) จากการตีมูลค่าทรัพย์สินใหม่เป็นเงิน (16.147) ล้านบาท ช่วยอธิบายให้เฮียฟังหน่อยซิว่าหมายความว่ายังไง

พงศกร : 16.147 ล้านบาทอยู่ในวงเล็บแบบนี้แปลว่าบริษัทขาดทุนจากการตีมูลค่าทรัพย์สินใหม่ไป 16.147 ล้านบาท หรือจะพูดให้เห็นภาพก็คือมูลค่าทรัพย์สินของบริษัท ASIAN มีราคาลดลง 16.147 ล้าน

เฮียทวี : เฮียขอเสริมนิดนึงว่าไอมูลค่าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับไอพวกทรัพย์สินอย่างเช่น รถยนต์ หรือว่าเครื่องจักรนะ เพราะพวกนั้นมันมีแต่การลดมูลค่า และการลดมูลค่าของรายพวกนั้นก็ได้คิดไปในค่าเสื่อมแล้ว

พงศกร : ครับเฮีย

เฮียทวี : โอเค ทีนี้เรามาดูรายการผลกำไร (ขาดทุน) จากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเผื่อขายกัน เฮียเห็นบริษัท ASIAN มีกำไรจากรายการนี้อยู่ 141,000 บาท ไหนลองอธิบายให้เฮียฟังสิ

พงศกร : เงินลงทุนเผื่อขายคือ เงินลงทุนที่บริษัทถือไว้โดยไม่ได้ระบุช่วงเวลา และอาจจะขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเมื่อไหร่ก็ได้

เฮียทวี : เอ้ย จบงี้เลย มีรายละเอียดอะไรอีกไหม

พงศกร : ไม่มีแล้วครับเฮีย

เฮียทวี : อย่างนี้เฮียขอเสริมนิดนึง เฮียเคยพูดถึงเงินลงทุนเพื่อค้าไปแล้วตอนเราคุยกันเกี่ยวกับงบดุล วันนี้เฮียขอขยายความหน่อยว่า เงินลงทุนเพื่อค้าและเงินลงทุนเผื่อขายมีส่วนที่น่าสนใจอยู่พอสมควร และนักลงทุนที่อยากรวยต้องจับประเด็นให้ได้ เพราะทั้ง 2 รายการนี้เป็นรายการที่บริษัทแม่เอาเงินไปลงทุนในบริษัทอื่น ยกตัวอย่างเช่นเฮียเอาเงินไปซื้อหุ้นบริษัท X แล้วแจ้งต่อคณะกรรมการว่าเฮียต้องการถือไว้เกร็งกำไรระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน เงินลงทุนก้อนนี้จะมีสถานะเป็นเงินลงทุนเพื่อค้า ซึ่งกำไรจากเงินลงทุนเพื่อค้านี้นักบัญชีเขาให้ใส่ไว้ใต้รายการรายได้ได้เลย

พงศกร : ใส่ใต้รายการรายได้แล้วมันต่างกับเงินลงทุนเผื่อขาย ที่กำไรจากมูลค่าการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปใส่อยู่ใต้รายการกำไรเบ็ดเสร็จอื่นยังไงครับเฮีย

เฮียทวี : ต่างสิ กำไรจากเงินลงทุนเพื่อค้า เมื่ออยู่ใต้รายได้ปกติ ก็จะถูกนำไปคำนวณเป็นกำไรสุทธิ

พงศกร : แล้ว?

เฮียทวี : แล้วไอตัวกำไรสุทธินี่แหละสำคัญมากๆ เพราะเวลาที่นักการเงินเขาบอกว่ากำไรต่อหุ้นๆ เขาคำนวณจากกำไรสุทธิ เขาไม่ได้คำนวณมาจากตัวเลขกำไรเบ็ดเสร็จรวม

พงศกร : เฮียแน่ใจหรือครับ ผมว่ามันไม่ใช่นะครับ

เฮียทวี : ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เฮียถือหลักกาลามสูตรอยู่แล้ว แม้แต่อาจารย์ก็ไม่ควรเชื่อ เอ็งคิวขมวดจะชนกันอยู่แล้ว อย่างนี้เฮียให้เวลาเอ็งไปหาข้อมูลและตกผลึกทางความคิดก่อนละกัน แล้วไว้มาต่อกันใหม่วันอังคาร

พงศกร : ได้ครับเฮีย

 

10930078_716129215162794_5292429117089023652_n