10623322_652984521477264_7307307237684686274_o

วิเคราะห์กำไรขั้นต้น ASIAN + วิเคราะห์บริษัท ASIAN + รายได้อื่นๆ

พงศกร : เฮียครับ ผมกลับไปไล่ดูกำไรขั้นต้นของบริษัท ASIAN ตั้งแต่ปี 54, 55 และ 56 ปรากฏว่ากำไรขั้นต้นลดลงจาก 8.54% ในปี 54 เหลือ 4.87% ในปี 55 และลดลงเหลือ 4.46% ในปี 56

จากที่คุยกันคราวที่แล้วกำไรขั้นต้นของบริษัท ASIAN อยู่ที่ 6.03% อย่างนี้แปลว่าบริษัทเริ่มฟื้นแล้วสิครับเฮีย

เฮียทวี : ก็จริงอย่างที่พงศกรพูด บริษัทตอนนี้เริ่มฟื้นขึ้นมาบ้างแล้ว แต่พงศกรได้ไปเช็คเกี่ยวกับพื้นฐานธุรกิจของบริษัทนี้บ้างหรือเปล่าหละ

พงศกร : เช็คมาบ้างแล้วครับเฮีย บริษัทนี้ทำธุรกิจส่งออกสัตว์น้ำแช่แข็ง ต้นทุนวัตถุดิบก็ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเป็นไปตามกลไกลตลาดใหญ่ สมมติช่วงนั้นมรสุมเข้าอาหารทะเลขาดตลาดเนื่องจากชาวประมงไม่สามารถออกจับปลาได้ วัตถุดิบก็จะแพง บริษัทก็ต้องซื้อแพงตามนั้น ถ้าวัตถุดิบในประเทศแพงมากๆ บริษัทก็จะนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นครั้งคราว

นอกเหนือจากการควบคุมราคาต้นทุนไม่ได้แล้ว บริษัทยังควบคุมราคาขายไม่ได้อีกด้วย เนื่องจากลักษณะของตลาดสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งเพื่อการส่งออก เป็นตลาดที่มีการแข็งขันสูง เพราะสินค้ามีลักษณะเหมือนกัน และมีผู้ผลิตเป็นจำนวนมาก ราคาจึงขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้ซื้อ

ถ้าสภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้ซื้อดี ผู้คนในประเทศนั้นๆก็จะมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยรับประทานอาหารดีมีคุณภาพ ทำให้ราคาอาหารทะเลเพิ่มขึ้น

เฮียทวี : วิเคราะห์เกี่ยวกบอุตสาหกรรมได้ดีทีเดียว บริษัท ASIAN ถือว่าเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศ แล้วพงศกรรู้หรือเปล่าว่าใครคือคู่แข่งของบริษัทนี้

พงศกร : ในรายงาน 56-1 ของบริษัทมีเขียนไว้ว่า คู่แข่งสำคัญของเราคือ อินโดนีเซีย จีน อินเดีย เวียดนาม และเอกวาดอร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีข้อได้เปรียบในด้านพื้นที่จับสัตว์น้ำและเนื้อที่ในการเพาะลี้ยงที่มากกว่าไทย

เฮียทวี : แล้วพงศกรรู้สึกอย่างไรกับบริษัทนี้

พงศกร : รู้สึกไม่ค่อยดีเลยครับเฮีย ต้นทุนก็คุมไม่ได้ ราคาขายก็คุมไม่ได้ คู่แข่งเราก็ดูเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างถูก

เฮียทวี : มาถูกทางแล้วครับ แล้วลูกค้าเราเป็นยังไง

พงศกร : ลูกค้าเราเป็นประเทศพัฒนาแล้ว อาทิเช่น สหภาพยุโรป สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และ ญี่ปุ่น ประเทศพวกนี้มีมาตรฐานการนำเข้าค่อนข้างสูง มีการตรวจเช็คสิ่งเจอปนอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เหนื่อยมากทีเดียวครับ

เฮียทวี : วิเคราะห์ได้ดีมาก เฮียขอเพิ่มอีกนิดนึง เพราะเราทำธุรกิจกับต่างประเทศจะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย

พงศกร : เสี่ยงยังไงหรือครับเฮีย

เฮียทวี : ก็อย่างเช่นตอนต้นปีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30 บาท ต่อ 1 เหรียญ US ปลายปีเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้ 1 เหรียญ US แลกได้เพียง 25 บาท เนื่องจากเราขายของเป็นสกุลเงิน US เมื่อเราแลกเงิน US มาเป็นเงินไทยก็จะได้น้อยลงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้

ถึงแม้จะมีเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดความเสี่ยงทางด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่โดยปกติแล้วบริษัทก็จะไม่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ 100% เพราะมันก็มีต้นทุนของมัน บริษัทจึงใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่บริษัทพอรับได้เท่านั้น

พงศกร : โอโหเฮียครับ ลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานแบบนี้ดูมีความผันผวนอยู่พอสมควรเลยนะครับ

เฮียทวี : ถูกต้องรายได้ในอุตสาหกรรมนี้มีความผันผวนพอสมควรเลย

พงศกร : เอ้ แต่เฮียครับช่วงปี 53-56 บริษัทมีการขยายธุรกิจสร้างโรงงานใหม่เป็นจำนวนมาก อย่างนี้เท่ากับเมื่อทุกอย่างลงตัว บริษัทก็จะทำกำไรเพิ่มขึ้นจากเก่าเป็นจำนวนมากหรือเปล่าครับ

เฮียทวี : การผลิตเพิ่มขึ้น ก็สามารถขายได้เยอะขึ้น ทำกำไรได้มากขึ้น ถ้าเฮียเข้าใจไม่ผิดช่วงปี 55-56 ที่บริษัท ASIAN กำลังขยายกิจการ พอดีประเทศไทยประสบปัญหาโรคกุ้งตายด่วน ทำให้ราคาวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากกุ้งขาดตลาด

พงศกร : อย่างนี้ถ้าผมติดตามข่าวสารเรื่องโรคกุ้งอย่างใกล้ชิดผมก็สามารถซื้อหุ้นตัวนี้ได้ถูกต้องไหมครับ?

เฮียทวี : ก็ซื้อได้แต่คงไม่ได้ซื้อทิ้งระยะยาว เพื่อที่กินปันผลไป 10 ปี 20 ปี

พงศกร : ทำไมหละครับเฮีย

เฮียทวี : ก็รายได้และต้นทุนมีความผันผวนสูง ทำให้กำไรไม่คงที่ เงินปันผลก็จะผันผวน เช่นเดียวกับราคาหุ้นของบริษัทนี้

พงศกร : อ๋อ เข้าใจแล้วครับเฮีย จริงๆงบการเงินนี่สามารถบอกอะไรเราได้เยอะมากเลยนะครับเฮีย

เฮียทวี : ถ้าเราเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งครับ เราต้องดูดีๆ คิดลึกๆ อย่ามองผ่านๆแต่เพียงภายนอก วันนี้เราออกนอกเรื่องบัญชีไปไกลทีเดียว ยังไงก็ขอพูดถึงหน่อยละกัน

พงศกร : ได้เลยครับเฮีย

เฮียทวี : รายการรายได้อื่นที่เฮียทำกรอบไว้ในภาพที่ 1 พงศกรเห็นไหมครับ (รูปภาพด้านล่าง)

พงศกร : เห็นครับเฮีย

เฮียทวี : รายได้อื่น ก็คือรายได้อะไรก็ได้ที่ไม่ได้จัดเป็นรายได้จากการขายและให้บริการ หรือรายการที่มีแสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ หรือรายได้จากรายการพิเศษ 5 รายการซึ่งเฮียจะพูดถึงอีกทีตอนที่เราคุยกันเรื่องกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น

พงศกร : ครับ

เฮียทวี : รายการถัดจากรายการรายได้อื่น จะเป็นรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน

อย่างที่เฮียพูดไว้แล้วในตอนต้นว่า การขายสินค้าด้วยอัตราเงินต่างชาติ บริษัทจะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้บริษัทได้กำไรมากขึ้นหรือน้อยลงก็ได้

บางบริษัทถ้าเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนต่อรายได้และกำไรมากเกินไป ก็จะใช้เครื่องมือทางการเงิน หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่าสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินเพื่อลดความเสี่ยง โดยอาจจะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้รายได้ขายเป็นเงินบาทมีจำนวนน้อยลง แต่ก็จะได้กำไรจากสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินแทน

พงศกร : อ๋อ เข้าใจแล้วครับเฮียได้รับเงินจากการแปลงเงิน US มาเป็นเงินบาทน้อยลง แต่จะได้กำไรจากสัญญาอนุพันธ์แทน

เฮียทวี : ถูกต้องครับ

ทีนี้เมื่อเราเอากำไรขั้นต้นมาบวกรวมกับรายได้อื่นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน เราก็จะได้รายการกำไร(ขาดทุน) ก่อนค่าใช้จ่าย เราพักเรื่องรายได้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวคราวหน้าเรามาเรียนเรื่องค่าใช้จ่ายกัน

พงศกร : ขอบคุณครับเฮีย

10982456_710074279101621_9151528940038772082_n