Head ลายแทงขุมทรัพย์หุ้น

องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น

เฮียทวี : มาถึงรายการสุดท้ายของงบแสดงฐานะทางการเงินกันเสียที รายการองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น

พงศกร : องค์ประกอบอื่นหรือครับเฮีย ผมนึกไม่ออกจริงๆว่ามันคืออะไร ผมกลับไปไล่ดูส่วนทุนเรือนหุ้น ส่วนเกินทุน และส่วนของกำไรสะสม แล้วส่วนของผู้ถือหุ้นยังต้องมีองค์ประกอบอะไรอื่นๆนี้อีกหรือครับเฮีย

เฮียทวี : มีครับ จริงๆอีกหลายองค์ประกอบเลย ยกตัวอย่างเช่นส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ถาวร

พงศกร : อืม เกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ถาวร ..?

เฮียทวี : สมมติพงศกรซื้อโรงงานมา 1 แห่ง ที่ราคา 10 ล้านบาท ซื้อได้ไม่นานรัฐบาลประกาศจะสร้างถนน 10 เลนผ่านหน้าโรงงานพอดี ราคาโรงงานวิ่งขึ้นไปเป็น 30 ล้านบาทในชั่วข้ามคืน เมื่อนักบัญชีปิดงบประจำงวดจะมีการตีมูลค่าทรัพย์สินถาวรใหม่ หลักสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน สินทรัพย์ก็จะโตเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท จากราคาที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ทางด้านขวาของสมการก็ต้องเพิ่มขึ้นที่ไหนสักหนแห่งเพื่อให้สมการสมดุลกัน จะไปบอกว่าเป็นหนี้ก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องตีไปเป็นส่วนทุน แต่ทุนมีหลายรายการจะไปตีเป็นกำไรสะสมก็ผิดหลักการบัญชี เพราะเป็นกำไรที่ยังไม่แน่นอนอยู่มาก วันดีคืนดีรัฐบาลอาจจะบอกว่ายกเลิกโครงการก็เป็นได้ และราคาขายก็ยังไม่แน่นอน ถ้าขายจริงก็ไม่แน่ว่าจะขายได้ถึง 30 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้แทนที่จะตีรายการกำไรจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรนี้เข้าใน รายการกำไรสะสมเพื่อให้ส่วนทุนใหญ่ขึ้น นักบัญชีได้แยกรายการนี้ออกมาอีกรายการหนึ่งเป็นรายการองค์ประกอบอื่นของ ส่วนของผู้ถือหุ้น โดยรายนี้ประกอบไปด้วยรายการเช่น

–  ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ถาวร

–  ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน

–  กำไร (ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการลงทุน

–  ส่วนเกินทุนจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่หมดอายุแล้ว

–  ผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน

พงศกร : เฮียครับ ถ้าเราดูดีๆผมสังเกตว่ารายการต่างๆที่เอามารวมไว้ใต้องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น โดยส่วนมากแล้วเป็นกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่แน่นอน และ/หรือเป็นกำไรที่ไม่ได้เกิดจากกิจการหลักของบริษัทนะครับเฮีย

อย่างรายการสุดท้ายผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน ถ้าเราไปลงทุนโดยที่ต้องมีการแปลงสกุลเงิน การแข็งตัวหรืออ่อนค่าลงของเงินก็เป็นเรื่องปกติที่เราต้องยอมรับความเสี่ยงในข้อนี้

เฮียทวี : อย่างที่เอ็งพูดก็ถูก นักบัญชีเขาถึงแยกส่วนนี้ไว้ให้ดูว่าส่วนทุนที่โตขึ้นของบริษัทนั้นมาจากกิจการหลักเยอะขนาดไหน และมาจากผลพลอยได้มากขนาดไหน นักลงทุนจะได้วัดความสามารถในการทำกำไรของบริษัทได้ง่ายยิ่งขึ้น

พงศกร : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง