Head ลายแทงขุมทรัพย์หุ้น

เงินลงทุนเพื่อค้าและเงินลงทุนเผื่อขาย

พงศกร : สวัสดีครับเฮียทวี วันนี้เราเรียนอะไรกันดีครับ

เฮียทวี : คราวก่อนๆ เราเรียนไปแล้วว่าถ้าบริษัทแม่มีอิทธิในการบริหารบริษัทลูกเบ็ดเสร็จหรือถือหุ้นคร่าวๆเกิน 50% อันนี้ถือเป็นบริษัทย่อย ก็มีการบันทึกงบแบบหนึ่ง

ถ้าบริษัทแม่ถือหุ้น 20-50% โดยประมาณ หรือ มีอิทธิอย่างมีสาระสำคัญต่อบริษัทลูก เราจะเรียกบริษัทลูกว่าเป็นบริษัทร่วม ใช้วิธีส่วนได้เสียในการบันทึกงบ

ส่วนวันนี้เราจะพูดถึงการบันทึกงบเมื่อบริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูกน้อยกว่า 20%

นักบัญชีได้กำหนดคร่าวๆ ไว้ว่า การที่บริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูกน้อยกว่า 20% ถือว่าบริษัทไม่มีอิทธิพลอย่างมีสาระสำคัญต่อบริษัทลูก

เฮียทวี : นักบัญชีแบ่งเงินลงประเภทนี้เป็น 2 ประเภท เงินลงทุนเผื่อค้าและเงินลงทุนเผื่อขาย

พงศกร : ชื่อคล้ายๆกันเลยนะครับเฮีย ค้าๆ ขายๆ มันแตกต่างกันยังไงครับ

เฮียทวี : เงินลงทุนเผื่อค้า คือบริษัทแม่ซื้อหุ้นบริษัทลูกมาเพื่อแค่การค้าจริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทแม่มีอาชีพค้าขายหลักทรัพย์ หรือซื้อๆขายๆหุ้นเพื่อให้เกิดกำไรนั้นเอง

ส่วนเงินลงทุนอีกประเภทหนึ่งคือ เงินลงทุนเผื่อขาย อันนี้บริษัทแม่ก็ถือบริษัทลูกไว้เพื่อให้เกิดกำไรเหมือนกัน แต่การซื้อขายหลักทรัพย์จะไม่อาชีพหลักของบริษัทแม่

บางทีขณะที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขายขึ้นและบริษัทแม่มีเงินเหลือ ผู้บริหารอาจนำเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะคาดหวังว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก การลงทุนแบบนี้จะอยู่ในรายการเงินลงทุนเผื่อขายครับ

คราวหน้าเดี๋ยวเรามาดูกันครับ ว่าเขาบันทึกบัญชีกันอย่างไร