Head ลายแทงขุมทรัพย์หุ้น

งบดุล (2)

พงศกร : ได้แล้วครับเฮีย เวลาอะไรดุลกันแปลว่ามันต้องเท่ากันครับ

เฮียทวี : ความเท่ากันนี้แหละเป็นสัญลักษณ์ของงบนี้ สมัยก่อนมันถึงชื่องบดุล

พงศกร : ยังไงนะครับเฮีย ขออีกที

เฮียทวี : งบดุลประกอบด้วยสามหัวข้อหลักคือ ทรัพย์สิน หนี้สิน และทุน

พงศกร : โอเคครับ แล้วมันต้องเท่ากันยังไงครับเฮีย

เฮียทวี : สินทรัพย์ต้องเท่ากับหนี้สินบวกด้วยทุน ตลอดเวลา! ย้ำนะตลอดเวลา ถ้าไม่เท่ากันถือว่าการทำบัญชีผิดพลาด จะไม่เท่ากันแค่บาทเดียวก็ไม่ได้

พงศกร : ขนาดนั้นเลยหรอครับเฮีย

เฮียทวี : ใช่แล้วครับ เพราะบัญชีนั้นมีที่มาที่ไป มีหลักการชัดเจน เราจะมามั่วเอาเองไม่ได้ พงศกรลองยกตัวอย่างทรัพย์สินที่พงศกรมีมาให้เฮีย 1 อย่างสิ

พงศกร : เฮียผมไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย หอก็เช่า รถก็ไม่มี ตอนนี้ไปทำงานก็นั่งรถตู้อัดเป็นปลากระป๋องทุกเช้าเย็นอยู่เนี่ยครับเฮีย กางเกงในถือเป็นทรัพย์สินไหมครับเฮีย

เฮียทวี : เอ้ยนี่เอ็งเล่นมุขหรอไม่ขำเลย กลับบ้านไปฝึกใหม่ด่วนสาวๆ ที่อ่านอยู่เขาเมินหน้าหนีกันหมดแล้ว

พงศกร : …..?

เฮียทวี : เอาเป็นว่าเฮียสมมติให้พงศกร มีบ้านหนึ่งหลัง เป็นทรัพย์สินชิ้นเดียวที่พงศกรมีเลย บ้านหลังนี้อยู่ใต้สะพานที่รถบรรทุกวิ่งผ่านทั้งคืน คลองก็เป็นคลองน้ำคลำสีดำๆ ตลอดทั้งปี

พงศกร : เฮีย ถ้าขนาดนั้นเฮียบอกผมอยู่บ้านหมาเลยละกันครับ

เฮียทวี : บอกเองนะ พงศกรมีสมบัติชิ้นเดียวเป็นบ้านหมาที่เราใช้ซุกหัวนอน แล้วเอ็งซื้อบ้านหมานี้มาเท่าไรกัน?

พงศกร : บ้านหมานี้ซื้อมาในราคา 500 บาทครับ

เฮียทวี : เงิน 500 บาทนี้เอามาจากไหน?

พงศกร : ได้มาโดยกู้เงินนอกระบบ 300 บาท และอีก 200 บาทเป็นเงินที่ได้มากจากเงินเก็บของผมเองครับ

เฮียทวี : บ้านนี้ถือเป็นทรัพย์สินของพงศกร มีราคา 500 บาท บ้านมาจากการกู้ 300 บาท และเงินพงศกรเอง ซึ่งก็คือทุน จำนวน 200 บาท เริ่มเห็นหรือยังว่าทรัพย์สิน เท่ากับหนี้สินบวกทุน

พงศกร : อ๋อ บ้านเป็นทรัพย์สินราคา 500 บาท ส่วน เงินที่เอาไปซื้อทรัพย์สิน ถ้าไม่มาจากเงินเก็บ หรือเงินทุนเราเอง เราก็ต้องไปกู้เขามา ด้วยเหตุนี้ทำให้ทรัพย์สิน เท่ากับ หนี้สิน บวกทุน ถูกไหมครับ?

เฮียทวี : ถูกต้อง ทรัพย์สิน เท่ากับหนี้สินบวกทุน ความจริงของงบดุลจะเป็นแบบนี้ตลอดไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มันต้องเท่ากันตลอด ชื่อสมัยก่อนถึงชื่องบดุล แต่เดี๋ยวนี้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นงบแสดงฐานะทางเงิน ขอให้รู้ไว้เลยว่ามันคืองบเดียวกัน

พงศกร : รับทราบครับเฮีย ขอบคุณมากครับ