head-nn-01

เล่นหุ้นคืออะไร

พงศกร : เฮียทวีผมจะเอารถไปตึ๊งที่ กรุงศรี Car for cash แล้วเอาเงินมาเล่นหุ้นกับเฮีย เฮียช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมครับ ผมไม่เข้าใจเฮียเล่นหุ้นอะไรปีนี้ถึงออกรถ Benz ให้ทั้งซ้อใหญ่และซ้อรอง นี่ยังไม่รวมที่เฮียพาซ้อเล็กไปเที่ยวอิตาลีนะครับ

เฮีย : รู้ได้ไงว่าเฮียไปอิตาลีกับซ้อเล็ก?

พงศกร : เขารู้กันทั้งบริษัทแหละเฮีย ยกเว้นซ้อใหญ่กับซ้อรอง
ช่วงเฮียพาซ้อเล็กไปเที่ยวอิตาลีนะ ผมเฝ้าดูหุ้นทั้งวันกว่าจะซื้อแต่ละตัวพิจารณาอย่างดี คิดซ้ายขวาหน้าหลัง แต่ซื้อแล้วไม่เห็นหุ้นมันจะขึ้นเลยครับเฮีย

เฮีย : แล้ววันๆ พงศกรซื้อขายหุ้นประมาณกี่ครั้ง?

พงศกร : อย่างเมื่อวานก็ซื้อๆขายๆไปประมาณหกครั้ง ขาดทุนยับเยิน เมื่อคืนกลับบ้านก็โดนเมียด่าหาว่าเอาเงินไปลงอ่าง เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืนไม่รู้จะทำยังไงให้เล่นหุ้นให้รวยได้ นึกไปนึกมาเห็นเฮียก็เล่นหุ้นอยู่ แล้วช่วงนี้ธุรกิจก็ไม่ได้ดีอะไร แต่เฮียมีเงินออกรถให้ซ้อใหญ่กับซ้อรอง แถมยังพาซ้อเล็กไปเที่ยวอิตาลี ผมว่าเฮียต้องได้เงินมาจากหุ้นแน่ๆเลย

เฮีย : เรื่องเจ้านายช่างสังเกตจริงๆนะ ว่าแต่ช่วงนี้ยอดขายตกลงขนาดนี้เอ็งคงเอาเวลาไปส่องหุ้นหมดสิท่า แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าเซลล์นี่ตั้งใจขายบ้างไหม

พงศกร : โถ เฮียเวลาดูหุ้นแล้วมันติดอะครับ หุ้นขึ้น หุ้นลงแต่ละช่องนี่ตื่นเต้นยิ่งกว่าไปเข้าบ่อนที่มาเก๋าอีกนะเฮีย

เฮีย : เดียวซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวส่งไปมาเก๋าเลยดีไหมหละ

พงศกร : ไม่เอาครับเฮีย ผมอยากอยู่บริษัทเฮีย รักเฮีย อยากเล่นหุ้นกับเฮียครับ ^^
เฮีย: ว่าแต่เล่นหุ้นลองตอบมาสิว่าเล่นหุ้นคืออะไร เฮียจะได้รู้ว่าเอ็งมีพื้นฐานขนาดไหน ควรเริ่มจากประมาณไหนจะได้ไม่ใช้เวลานาน

พงศกร : จริงๆผมก็ไม่ค่อยแน่ใจครับ เห็นหัวหน้าแผนกบัญชีเขาเล่นแล้วได้กำไร ผมก็เลยอยากเล่นบ้าง พี่เขาก็จัดการเปิดพอร์ตอะไรให้เรียบร้อย ส่วนผมก็รู้อย่างเดียวว่าซื้อถูกขายให้แพง

เฮีย : ที่บอกว่าซื้อให้ถูกขายให้แพงนั้นก็ถูก แต่พงศกรรู้หรือเปล่าว่าเวลาเราเล่นหุ้นเราเป็นอะไรกับบริษัท บริษัทได้เงินเราไปหรือไม่?

พงศกร : เราซื้อหุ้นบริษัท บริษัทก็ได้เงินเราไป และเราก็เป็นผู้ถือหุ้นถูกไหมครับเฮีย

เฮีย : ตอบแบบไม่มั่นใจเท่าไหร่เลยนะ เวลาบริษัทประกาศขายหุ้นครั้งแรกให้กับประชาชนทั่วไปหรือที่ตามข่าวชอบเรียกว่า IPO ซึ่งย่อมาจาก Initial Public Offering อันนี้บริษัทจะได้เงินเข้าบริษัท

สมมติประกาศขายหุ้น IPO 1,000,000 หุ้นที่หุ้นละ 2 บาท เมื่อขายหมดบริษัทก็จะได้เงินไป 2 ล้านบาท แต่หุ้นที่เราซื้อๆขายๆหลังจากที่บริษัท IPO ไปแล้วนั้นเขาเรียกกันว่าซื้อขายในตลาดรองหรือ secondary market ซึ่งก็คือการที่ผู้ถือหุ้นเอาหุ้นออกมาขายให้กับคนทั่วๆไป อันนี้บริษัทจะไม่ได้เงินเข้ากระเป๋า มันคือการที่เจ้าของเก่าอยากขายหุ้นบริษัทนี้ ก็เอาหุ้นออกมาประกาศขายในตลาดหุ้น

ถ้าพงศกรต้องการซื้อหุ้นบริษัทนี้ก็สั่งซื้อตามราคาที่กำหนดไว้ในตลาด เงินก็จะไปที่เจ้าของหุ้นเก่า ไม่เกี่ยวอะไรกับบริษัทแล้ว เพราะฉะนั้นส่วนแรกของคำตอบพงศกรตอบถูกครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกคำถามที่ถามว่าเราซื้อหุ้นแล้วเราเป็นอะไรกับบริษัทอันนี้พงศกรตอบถูกต้องนะ แต่เฮียอยากอธิบายให้พงศกร เห็นชัดๆหน่อยว่าผู้ถือหุ้นมันคือส่วนไหนของบริษัท

ยกตัวอย่างตอนเปิดบริษัทเฮียมีทรัพย์สินเป็น ตึก 1 หลัง รถบรรทุก 6 คันสินค้าพร้อมส่ง และซ้อๆอีก 3 คน

พงศกร : เฮียซ้อๆนี้เป็นสินทรัพย์ของบริษัทด้วยหรือครับ

เฮีย : ล้อเล่นหนะเห็นพงศกรฟังเฮียแล้วเริ่มคิ้วขมวด เอาเป็นว่าทรัพย์สินบริษัทไม่เกี่ยวอะไรกับซ้อๆ ซ้อๆนั้นทรัพย์สินของเฮีย!! โอเคเข้าเรื่อง บริษัทมีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 100 ล้านบาท ตอนเปิดบริษัทเฮียต้องลงเงิน 100 ล้านบาทเพื่อเอามาซื้อทรัพย์สินพวกนี้ถูกไหม?

พงศกร : ถูกครับ

เฮีย : แต่ตอนนั้นเฮียยังไม่รวย เฮียเลยไปชวนเพื่อนสนิทมาร่วมทุนทำธุรกิจกันอีก 2 คน ลงเงินคนละ 20 ล้านบาท รวมทั้งหมดบริษัทมีนักลงทุน 3 คน ลงเงินคนละ 20 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีเงินทุนทั้งสิ้น 60 ล้านบาท ส่วนอีก 40 ล้านบาทนั้นเฮียก็ไปหัดเขียน business plan แล้วเอาไปยื่นให้แบงก์ดูว่าบริษัทเราอยากจะกู้เงินไปทำอะไร พอดีรายงานเฮียดูน่าเชื่อถือก็เลยได้เงิน
จากแบงก์มาอีก 40 ล้านบาท

สรุปคือ บริษัทมีทรัพย์สินทั้งหมด 100 ล้านบาท มาจากเงินทุน 60 ล้านบาท และหนี้สิน 40 ล้านบาท

ในส่วนของทุนตัวนี้ ตอนเฮียจดทะเบียนเฮียจดไว้ว่าบริษัทมีทุน 60 ล้านบาท ราคาหุ้นละ 10 บาท เพราะฉะนั้นเพื่อนที่เฮียชวนมาร่วมทุนด้วยก็จะถือครองหุ้นคนละ (20,000,0000บาท/หุ้นละ 10 บาท) = 2 ล้านหุ้น รวมทั้งหมดบริษัทจะมีหุ้น 6 ล้านหุ้น

สมมตินะครับว่าบริษัทเฮียอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เฮียและเพื่อนก็จะสามารถซื้อขายหุ้น 6 ล้านหุ้นนี้ให้กับนักลงทุนที่เฮียไม่รู้จัก จะเป็นใครก็ได้ในตลาดที่อยากได้หุ้นหรือเป็นเจ้าของบริษัทเฮียนั้นเอง

ถ้าทุกคนเห็นว่าบริษัทเฮียทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของบริษัทเฮียถูกไหมครับ ทุกคนก็จะแย่งกันซื้อหุ้น เมื่อคนซื้อมากกว่าคนขาย ราคาหุ้นจะเกิดไรขึ้นครับ

พงศกร : ราคาก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนดอกกุหลาบที่เฮียสั่งให้ผมเอาไปให้ซ้อเล็กตอนวันวาเลนไทน์ถูกไหมครับ ปริมาณดอกไม้ที่เอาออกมาขายเท่าเดิม แต่คนอยากได้เยอะ วันนั้นดอกกุหลาบจึงแพงหูฉี่

เฮีย : จะพูดอะไรดูด้วย ซ้อรองขับเข้ามานู้นแล้ว หาเรื่องให้เฮียแล้วไหมหละ

พงศกร : เฮียทำไมรถ Benz ของซ้อๆที่เฮียซื้อมาไม่เอาไปรวมเป็นทรัพย์สินของบริษัทด้วยหละครับเฮีย บริษัทเฮียจะได้มีทุนใหญ่ๆ

เฮีย : ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า บริษัทตามข้อกฎหมายนั้นเป็นนิติบุคคล แยกออกจากตัวเจ้าของผู้ถือหุ้น บริษัทสามารถฟ้องหรือโดนฟ้องในนามบริษัทได้ บริษัทจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท โดยตอนแรกเฮียได้ไปจดทะเบียนระบุไว้ว่าบริษัทมีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นละ 10 บาท บริษัทจึงมีหุ้นทั้งสิ้น 6 ล้านหุ้น

เมื่อเฮียอยากเป็นเจ้าของหุ้นเฮียก็ต้องเอาเงิน 20 ล้านไปให้บริษัท บริษัทก็จะให้หุ้นเฮียมา 2 ล้านหุ้น เมื่อเพื่อนเฮียเอาเงินมาจ่ายค่าหุ้นอีกคนละ 20 ล้านบาทแล้ว บริษัทก็จะมีเงินทุนทั้งหมด 60 ล้านบาท

บริษัทจะเอาเงิน 60 ล้านบาทนี้ไปซื้อทรัพย์สินเช่นตึก รถ เครื่องจักร และแบ่งเงินบางส่วนไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่ในกรณีของเฮียทุนไม่พอซื้อทรัพย์สินเลยต้องไปกู้เพิ่มอีก 40 ล้านบาท

สรุป ตัวบริษัทและเจ้าของบริษัทนั้นแยกออกจากกัน Benz CLS ซึ่งไม่เกี่ยวกับกิจการของบริษัทจึงไม่รวมอยู่ในงบบริษัท

ซ้อมาแล้วเดียวเฮียพาซ้อไปดินเนอร์ที่ Sirocco Sky Bar ก่อน

พงศกร : แหมรวยจริงเลยนะครับเฮีย เดียวผมไปทานผัดไทยประตูผีรอเรียนกับเฮียครั้งหน้านะครับ