Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ได้หุ้นเพิ่มทุนมาฟรี ตอน 3

มีตัวอย่างของการเพิ่มทุนที่ทำให้ราคาหุ้นขึ้นพรวดพราดที่เห็นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่บ่อยๆ

อย่างหุ้นเพิ่มทุน PP (ขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง) ยังไม่ทันที่นักลงทุนที่แจ้งความประสงค์จะซื้อหุ้น จะจ่ายเงิน ราคาหุ้นก็วิ่งขึ้นเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ บางตัวหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

นักเรียนเคยคิดหรือเปล่าว่า ทำไมจึงเป็นแบบนี้ และจะเกิดกับหุ้นที่เพิ่มทุน PP ราคาใกล้เคียงมูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV)
นั่นหมายความว่า ราคาหุ้นเพิ่มทุนไม่มี Premium เลย สาเหตุเป็นเพราะกิจการเดิมไปไม่รอด มีแต่สาละวันเตี้ยลง เจ้าของเดิมจึงต้องดิ้นรนเพื่อจะเอากิจการให้อยู่รอดต่อไป

แต่การจะอยู่รอดต่อไปได้ต้องการเงิน เงินก้อนใหม่ที่จะมาขับเคลื่อนกิจการให้เดินไปได้ต่อ

มาถึงตรงนี้นักเรียนลองคิดดูซิ หากนักเรียนเป็นเจ้าของกิจการคนนั้น และรู้ว่าแม้จะได้เงินก้อนใหม่เข้ามา กิจการเดิมก็ยังไปไม่รอดอยู่ดี สาเหตุเพราะกิจการเดิมอยู่ในตลาดแข่งขัน ที่ตอนนี้แข่งขันกันจนไม่เหลือกำไร ลำพังหากจะดื้อดึงทำกิจการต่อก็คงไม่เป็นผลดีต่อเงินลงทุน

ปัญหาจึงเกิดขึ้นกับการหาคำตอบที่ว่า มีเงินก้อนใหม่เข้ามาแล้วจะทำอะไรดี

นี่เองเป็นเหตุแห่งการเพิ่มทุน PP และเกิดกลุ่มนักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้น PP จำนวนมาก จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเมื่อกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว ก็เอากิจการของตนเองเข้ามาใส่แทน

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกนักเรียนว่า การเพิ่มทุน PP นัยยะหนึ่งก็คือการเข้าซื้อกิจการทางอ้อม เป็นการเข้าซื้อกิจการอย่างเป็นมิตร พูดให้ดูดีแบบเจ้าของเดิมไม่เสียหน้าก็คือ การเพิ่มทุนแบบ PP ไม่ใช่การขายกิจการ แต่ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่การขายกิจการ ก็เกิดสิ่งที่แน่ๆ คือกิจการได้ประกาศเอาเงินเพิ่มทุนไปทำโครงการอื่นที่ไม่ใช่โครงการเดิม อย่างที่เห็นบ่อย เปลี่ยนแนวกิจการมาทำโรงไฟฟ้า มาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มาทำธุรกิจสุขภาพ มาทำธุรกิจเสริมความงาม

ธุรกิจใหม่ที่มาแทนที่ธุรกิจเดิม จะถูกนำมาคิดคำนวณราคาหุ้นที่ควรจะเป็นในอนาคต ด้วยวิธีการประเมินราคาตามทฤษฎีแบบต่างๆ ทำให้รู้ราคาหุ้นที่จะขึ้นไปสูงสุด

การรู้ราคาหุ้นที่จะขึ้นไปสูงสุดก็เป็นเพราะกลุ่มทุนใหม่ที่เข้าซื้อหุ้น PP รู้ข้อมูลกระแสเงินสดรับและจ่ายของกิจการใหม่เป็นอย่างดี งานนี้จึงจัดทำแผนการเงินแล้วออกราคาหุ้นใหม่ออกมา

ราคาหุ้นใหม่ที่ออกมา กลุ่มทุนใหม่รู้และกลุ่มทุนเดิมก็รู้ งานนี้เมื่อเอาราคาใหม่มาเทียบกับราคา PP ที่ใกล้กับ BV และราคาตลาดของหุ้นก็ใกล้กับ BV เหมือนกัน ทำให้รู้ส่วนต่างของราคา

ปฏิบัติการซื้อถูกและขายแพงจึงเกิดขึ้น วอลุ่มจึงหนาแน่นมากในราคาที่ใกล้กับ PP

ตรงนี้ถ้านักเรียนดูดีๆ จะรู้สึกว่า วอลุ่มผิดปกติไปจากเดิม

วอลุ่มที่ผิดปกตินี่แหละ คือสัญญาณเก็บหุ้นที่มีคนรู้ข้อมูลของแผนการเงินของธุรกิจใหม่ พวกเขาจึงเข้ามาเก็บ
ในขณะที่พวกเขาเก็บ นักลงทุนอย่างพวกเราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะหุ้นที่ PP ใกล้กับ BV เป็นราคาที่ไม่มี Premium ไม่มีความน่าสนใจใดๆ ทั้งสิ้น

แต่อีกสักระยะ ราคาหุ้นค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากนั้นก็ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ราคาเมื่อมองเทียบกับราคา PP ในขณะที่ยังไม่ครบกำหนดวันจ่ายเงินค่าหุ้น PP ขึ้นไปเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ บางตัวขึ้นไป 400 – 500%

นักลงทุนทุกคน (รายย่อย) มองแล้วก็ได้แต่ร้องอุทานว่า โอ้โห มันไปได้อย่างไรว่ะ
หยิบงบการเงินมาวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์ก็ยืนยันว่า หุ้นไร้อนาคต P/E หาค่าไม่ได้ P/BV ต่ำกว่า 1 เจ๊งต่อเนื่องมาทุกปี แล้วราคามันวิ่งได้อย่างไร

คำตอบก็ได้เฉลยไปแล้ว ราคาหุ้นที่ขึ้น ขึ้นเพราะมีการวิเคราะห์ราคาของกิจการเมื่อเปลี่ยนแนวธุรกิจ ตัวเลขเงินสดรับและเงินสดจ่าย อีกทั้งหน้าตาของงบการเงินในอนาคตหลังจากเอาธุรกิจใหม่เข้ามาถูกคาดการณ์ ทำให้รู้ราคาเป้าหมายใหม่ ราคาหุ้นจึงวิ่งขึ้นไปรอข้อมูลงบการเงินใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็ถึงบางอ้อเสียที ว่าราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นก่อนจ่ายเงินค่าหุ้น PP มาจากการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าหุ้นด้วยข้อมูลของธุรกิจใหม่ ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลย เพราะตอน PP เขาไม่ได้บอกเราว่า จะเอาเงิน PP ไปทำอะไรที่ชัดเจน

นักเรียนเห็นมั้ยว่า การเล่นหุ้นเป็นอะไรที่นักเรียนถูกเอาเปรียบตลอดเวลา นักเรียนนั่งหาว่าราคาหุ้นถูกหรือแพงจากข้อมูลในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้สนใจข้อมูลงบการเงินในอดีตเลย เขามีงบการเงินใหม่ที่นักเรียนไม่มี เขาจึงลากราคาหุ้นขึ้นไปรอ

รอให้นักเรียนไปซื้อ

ปิดท้ายถามนักเรียนว่า นักเรียนพอจะเข้าใจหุ้นเพิ่มทุนที่ได้มาฟรีหรือยัง