Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

เล่าเรื่องหนัง คนจะรวยช่วยไม่ได้

จากประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาธุรกิจมา 30 ปี ผมเห็นหลายบริษัทอยากโชว์กำไรมากๆ โดยเฉพาะกิจการที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สาเหตุเพราะกำไรที่โชว์ออกมามากๆ แม้จะต้องเสียภาษีจำนวนมาก แต่เมื่อแลกกับการที่หุ้นของตนเองจะอัพราคาพุ่งสูงขึ้น ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็มองว่าคุ้ม
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดความพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้กิจการของตัวเองมีกำไรเยอะๆ

ถ้านักเรียนไปหาซื้อภาพยนตร์ คนจะรวยช่วยไม่ได้ ที่แสดงโดยลีโอนาโด ที่พูดถึงการปั่นหุ้นในอเมริกายุคแรกๆ ที่ กลต. ตามจับพระเอกที่สร้างกระแสให้เกิดการเก็งกำไรในราคาหุ้นอยู่ตลอดเวลา

นักเรียนก็จะเจอ Case ของการจับคู่กิจการ แบบสมประโยชน์ บริษัท A กลัวเสียภาษี ส่วน B อยู่ในตลาดหุ้น A กับ B จึงตกลงกัน โดย A ขายหุ้นที่ตัวเองถือครองเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาให้กับบริษัท B ที่มีพระเอกของเรา (ลีโอนาโด) เป็นผู้บริหาร แล้วพระเอกของเราก็แผลงฤทธิ์ปั่นหุ้นที่ตัวเองซื้อมาจนราคาสูงลิบลิ่ว พาให้บริษัท B โชว์กำไรมโหฬาร
ในหนังสร้างอารมณ์ให้กับคนดูมากเหลือเกิน เพราะราคาหุ้นของบริษัท B ขึ้นตามกำไรที่เกิดจากราคาหุ้นที่ตัวเองซื้อมาปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนบริษัท A ที่ขายหุ้นทิ้งไป โดยขายทิ้งไปในราคาที่ขาดทุน ก็สามารถเอาผลขาดทุนจากการลงทุนไปหาผลประโยชน์กับการลงทุนในรอบหน้า ซึ่งหากบริษัท A มีกำไรในอนาคต บริษัท A ก็ไม่ต้องเสียภาษี เพราะเกิดรายการขาดทุนสะสมกองโตมโหฬารเอาไว้ชดเชยกับกำไรที่เกิดขึ้น

การร่วมมือกันขายหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา เพื่อให้ลีโอนาโดปั่นให้ราคาสูงขึ้น กลุ่มก้อนที่รู้ข้อมูลวงในและร่วมในขบวนการนี้ ไม่ว่าจะฝ่ายบริษัท B หรือบริษัท A ล้วนกะเกณฑ์คนจำนวนมากเข้ามาเก็บหุ้นก่อนที่ราคาหุ้นจะขึ้น กลายเป็นว่า เกิดเหตุการณ์ที่บริษัท A เจ๊ง แต่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ A รวยและในหนัง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ A ก็คือเจ้าของนั่นเอง

บริษัท A กับเจ้าของเป็นคนคนเดียวกัน A เจ๊ง แต่เจ้าของรวยเป็นเรื่องที่ไม่แปลก เพราะเงินกระเป๋าเดียวกัน

ปิดฉากของหนัง สอนให้รู้ว่า “คนจะรวย ช่วยไม่ได้” มันรวยได้กับเรื่องที่คนส่วนใหญ่นึกไปไม่ถึงจริงๆ

หนังจบลงด้วยการแหวกกอไผ่ให้เห็นว่า ในกอไผ่มีหน่อไม้ โดย กลต. หาเจอ พระเอกก็ติดคุก

เป็นหนังที่คนเล่นหุ้นทุกคนต้องซื้อแผ่นมาดู