Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

อเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง?

เช้าวันจันทร์ (16/3/58) มีกระแสข่าวว่า อเมริกาอาจจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ค่าเงินบาทก็จะอ่อนค่าลง สินค้าของเราในสายตาของคนอเมริกันก็จะถูกลง

ประเด็นนี้นักเรียนว่า ดีกับเรา หรือแย่กับเรา

คำตอบก็คือ ดีกับเรา เราขายสินค้าได้มากขึ้น เพราะของของเราจะถูกลงในสายตาของคนอเมริกัน เพราะเงินดอลลาร์จำนวนเท่าเดิมสามารถซื้อของของเราได้ในปริมาณที่มากขึ้น

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของอเมริกาปรับขึ้นทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำจะตกต่ำลงอีก เข้าทำนองว่า เศรษฐกิจของอเมริกาดีขึ้น คนก็จะลงทุน (เล่น) ทองคำน้อยลง งานนี้คนจึงเทขายทองคำเปลี่ยนมาเป็นเงินสด แล้วเตรียมเล่น (เก็งกำไร) ค่าเงินดอลลาร์แทน หรือเอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่น เพราะตอนนี้ไม่เห็นอนาคตของราคาทองคำว่าจะดีขึ้นในเร็ววัน

อเมริกาฟื้นจริงหรือไม่ เป็นปริศนา เพราะถ้าหากฟื้นจริง การขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นเรื่องปกติ เพราะการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ต้องเป็นการฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ (ยั่งยืน) อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นจะทำให้เกิดการสกัดปัญหาเงินเฟ้อที่จะเกิดตามมา เพราะถ้าฟื้นแล้วเกิดเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าสูงขึ้น) ก็จะเป็นการฟื้นตัวอย่างไม่ยั่งยืน

ดังนั้น หากอเมริกาขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในทัศนะของผมแล้วก็ขึ้นเพียงขี้เล็บเท่านั้น สาเหตุเพราะอเมริกายังไม่ได้ฟื้นตัวจริงๆ ที่นับจากวันนี้ทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน

อเมริกาสู้ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำๆ เอาไว้น่าจะมีประโยชน์มากกว่า เพื่อปล่อยเงินทุนให้ไหลออกไปในโซนเอเชียที่กำลังโตขึ้นอย่างชัดเจนต่อไปน่าจะดีกว่า เพราะจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและที่ดิน และยิ่งจะมีการเปิดเสรีอาเซียนด้วยแล้ว อเมริกายิ่งจะช้ำใจไม่อยากให้เกิดการรวมตัวกันอย่างแข็งแกร่ง และขยายการลงทุนร่วมกันมากมายเช่นนี้ และเหตุการณ์ช้ำใจที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ หากทิศทางอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาเป็นขาขึ้นแล้วอะไรจะเกิดขึ้น

งานนี้อยากให้นักเรียนลองคิดว่าตัวเองเป็นประธานาธิบดีสหรัฐดูซิ นักเรียนอยากจะให้อัตราดอกเบี้ยของอเมริกาสูงขึ้นหรือไม่

คำตอบคือ ไม่อยาก เพราะค่าเงินดอลลาร์จะแข็งขึ้น งานนี้จะเกิดการนำเข้าสู่ประเทศของตนมากขึ้น ทำให้เสียดุลการค้า และขีดขวางการเติบโตภายในประเทศทำให้การลงทุนไม่ขยายตัวมากเท่าที่ควร (อัตราดอกเบี้ยลด การลงทุนจะเพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนทางการเงินจะต่ำ)

เมื่อคำตอบออกมาเป็นว่า ไม่ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยของอเมริกาสูงขึ้น งานนี้ก็ชัดเจนว่า ข่าวที่ลือออกมาว่า อเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เห็นผลชัดเจน คือ

(1) เกิดการทุบหุ้น ไม่ให้ราคาหุ้นขึ้นไปต่อ เพราะนักลงทุนจะกล้าๆ กลัวๆ ว่า ถ้าอัตราดอกเบี้ยขึ้นจริง เงินทุนจะไหลกลับอเมริกา ไปหาผลประโยชน์ที่นั่น

พฤติกรรมการย้ายเงินลงทุนกลับก็หนีไม่พ้นการที่ต้องขายหุ้นทิ้ง ได้เงินบาท แล้วเปลี่ยนกลับไปซื้อดอลลาร์ ขนดอลลาร์ออกนอกประเทศไป และต้องรีบขนออกให้เร็ว จะได้กำไรค่าเงินอีกต่อ นี่คือการทุบหุ้นเพื่อเอาเงินออก

แต่นักเรียนเคยเจอการทุบหุ้นที่หลายคนเผลอไปขายหุ้น แล้วบทจะเอาเงินออก เพื่อจะทำกำไรกับดอลลาร์ที่เพิ่มค่า (แข็งค่า) ขึ้น แต่กลับไม่มีการแข็งค่าขึ้นหรือเปล่า ทำให้ต้องเปลี่ยนดอลลาร์กลับมาเป็นบาทใหม่อีกรอบ และเข้าซื้อหุ้นกลับไปใหม่อีกที

ที่ไม่แข็งค่าขึ้น ก็เพราะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือขึ้นก็ขึ้นแบบกระจิ๊ดเดียว เป็นการขึ้นอีกนานกว่าจะขึ้นอีก

(2) เกิดการเข้าซื้อหุ้น ที่ราคาตก เพราะเมื่อราคาหุ้นตกเพราะเกิดการเก็งพลาด มีหลายคนขายหุ้น ก็มีบางคนเข้าซื้อหุ้น ราคาหุ้นจึงถูกฉุดไม่ให้ขึ้น แถมไอ้คนฉุดไม่ให้หุ้นขึ้น ยังได้เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นี่คือตัวอย่างของการคิดต่างออกไปของผม ที่ไม่เหมือนกับบทวิเคราะห์ของทุกสำนักที่พูดเหมือนกันหมดว่า อเมริกาจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย

โดยส่วนตัวผม ผมอยากให้นักเรียนฝึกการหายใจด้วยตัวเอง ว่าเราต้องไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ เพราะบทเรียนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาบทวิเคราะห์ถูกใช้เป็นเครื่องมือพาให้คนทั้งโลกเห็นเหมือนกับที่บทวิเคราะห์บอก พาให้เกิดการเสียหายกันทั้งโลก และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีคนบางคนที่ควบคุมบทวิเคราะห์ได้รับผลประโยชน์มหาศาล

ใจเย็นๆ มีสติดีๆ และลองเอาตัวอย่างการคิดต่างของผมที่ผมเขียนสอนนักเรียนในวันนี้ไปพิจารณา นักเรียนจะรู้ว่า มุมมองของผมก็มองข้ามไม่ได้ เมื่อมองข้ามไม่ได้ นั่นก็หมายถึงว่า ข่าวร้ายที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้วกำลังจะเกิดข่าวดีตามมาในเวลาอีกไม่นาน ข่าวร้ายจึงต้องออกมาเพื่อให้บางคนได้ร่วมรับผลประโยชน์จากข่าวดี ที่ยังไงก็ต้องปรากฏออกมาจนได้

หุ้นกำลังจะขึ้น และเป็นขาขึ้นชัดเจน

หรือหุ้นกำลังจะตก และเป็นขาลงชัดเจน

หรือหุ้นจะยังทรงๆ ไม่ขึ้นและก็ไม่ลงจนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้

3 ทางเลือก พาให้เกิดการตัดสินใจซื้อและขายหุ้น

เรื่องการลงทุนในหุ้น จึงเป็นเรื่องของคนที่มีความสามารถมองเห็นอนาคต ใครที่ไม่ชอบจินตนาการ ไม่ชอบมองหาว่าอนาคตหน้าตาจะเป็นอย่างไร รับรองว่าเล่นหุ้นแล้วจนแน่นอน เขาคนนี้ถูกฟ้าลิขิตมา ว่าต้องหายนะกับการลงทุนในหุ้น มันจึงทำให้เขาสนใจอยากเล่นหุ้น แต่ไม่ชอบจินตนาการอนาคตไงล่ะ