Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

จัดกลุ่มหุ้นแบบปีเตอร์ ลินซ์ เทียบกับโรงเรียนสอนเล่นหุ้น ตอน 5 (SMPC)

1.

SMPC หรือ สหมิตรถังแก๊ส ที่อยู่ในหมวดบรรจุภัณฑ์ มีราคาปิด 6/3/58 อยู่ที่ 73 บาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) 5.89 บาท มีมูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) 16.02 บาท

P/E และ P/BV อยู่ที่ 12.39 เท่า และ 4.56 เท่าตามลำดับ

SMPC มี PAR 10 บาท มีจำนวนหุ้น 46,844,916 หุ้น เป็นหุ้นเก่าแก่ ดั้งเดิม ตั้งแต่ผมยังหนุ่มๆ อยู่

วันนี้ SMPC ประกาศแตก PAR ลงมาเหลือ 1 บาท จะทำให้จำนวนหุ้นมีมากขึ้น โดยเอา 10 ไปคูณ ได้เท่ากับ 468,449,160 หุ้น

ความน่าสนใจของ SMPC ที่เอามาสอนนักเรียนในวันนี้ อยู่ที่ข่าว อยากให้ได้อ่านดู เป็นข่าวที่ลงในกรุงเทพธุรกิจวันที่ 24/2/58 พาดหัวข่าวตัวโตๆ ว่า
“แจงหุ้นพุ่ง 3 เท่า ตามกำไรโตเท่าตัว”

หมายความว่า ถ้า SMPC มีราคาเดิมอยู่ที่ 25 บาท ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นมา 3 เท่า ก็จะได้ 75 บาท ใกล้เคียงกับราคาในวันนี้ ทำให้ P/BV เกิน 4 เท่าไปแล้ว

และอยากให้นักเรียนได้ใส่ใจ ประโยคที่ว่า หุ้นพุ่ง 3 เท่าตามกำไรโตเท่าตัว
มีความหมายว่า E โต 100% ราคาหุ้นไม่ใช่ขึ้น 100% แต่ขึ้น 200% (จาก 25 บาทมาเป็น 75 บาท)

SMPC จึงจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นพลิกฟื้นหรือหุ้นเทิร์นอราวด์ เพราะมี E โตขึ้นแบบน่าใจหายคือโต 100% ซึ่งไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับหุ้นทุกตัวได้อย่างง่ายๆ

ประเด็นหุ้น SMPC ที่ทำถังแก๊ส หากถามว่า ธุรกิจอยู่ในตลาดผูกขาดใช่หรือไม่

คำตอบก็คือ ไม่ใช่

ดังนั้น E หรือกำไรสุทธิต่อหุ้นที่โตขึ้น จึงต้องทำการบ้านว่า SMPC จะรักษา E ในระดับนี้ได้อย่างมีเสถียรภาพหรือไม่ หากไม่สามารถรักษา E ให้อยู่ในระดับที่เท่ากับปี 57 ได้ ราคาหุ้น SMPC ก็ไม่น่าจะไปต่อ

หุ้นพลิกฟื้น ที่มี E โตแบบก้าวกระโดดจึงไม่ใช่ว่าราคาจะขึ้นไปเรื่อยๆ ราคาอาจไม่ขึ้นต่อก็ได้ สาเหตุเพราะ E โตพรวดพราดแล้วหยุดโตเอาดื้อๆ

สาเหตุเป็นเพราะหุ้นไม่ได้มียอดรายได้ที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าปี 57 และ/หรือไม่ได้มีโครงการลงทุนโครงการใหม่ ที่จะทำให้ E โตแบบน่าตกใจ เหมือนปี 57
สมมติว่า หุ้นที่ไม่ใช่ SMPC ยกตัวอย่าง หุ้น A ก็แล้วกัน มี P/BV 4 เท่า ราคาในตอนนี้ 4 บาทโดยประมาณ หากกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ปี 58 ออกมาเป็นบวกที่มากขึ้นจากปีก่อน (ปี 57 0.02 บาท ปี 58 0.03 บาท) และนักลงทุนเชื่อว่า E ปี 59 และปีต่อๆ ไปก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ (E ไม่หยุดโตและยังมองไม่เห็นว่าจะหยุดโตเมื่อไร งานนี้ราคาหุ้น A ก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ คำนวณดังนี้

4 เท่า = (P ใหม่) ÷ (BV เดิม + 0.03)

P ใหม่ ปี 58 = 4 x (BV เดิม + 0.03)

การหาราคาที่จะขึ้นไป เพราะ E โตขึ้น จึงเป็นอะไรที่ง่ายมาก ถ้าหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นเทิร์นอราวด์จริง

เขียนมาถึงตรงนี้ นักเรียนคงได้ไอเดียแล้วว่า หาราคาหุ้นว่าจะขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ไม่ยากเลย ไอ้ที่ยากกว่าและดูเหมือนจะยากที่สุด คือ การตอบคำถามว่า หุ้นที่เราสนใจอยู่นี้ใช่หุ้นเทิร์นอราวด์หรือเปล่า (หุ้นเทิร์นอราวด์คือหุ้นที่ E โตไปเรื่อยๆ)

วกกลับมาสู่หุ้น SMPC หากถามว่า ราคาในอนาคตจะขึ้นต่อไปอีกหรือไม่ นักเรียนตอบได้หรือเปล่า

คำตอบที่นักเรียนจะต้องตอบคือ หุ้น SMPC ใช่หุ้นเทิร์นอราวด์หรือเปล่า หลังจากที่ E โตขึ้น 100% มาแล้ว

โดย E ที่หากว่าจะโตต่อ ต้องห่างไกล E ที่สูงสุด ซึ่งนั่นหมายความว่า E ของ SMPC จะโตขึ้นไปเรื่อยๆ นับจากนี้ถ้าเป็นแบบนี้ SMPC ใช่หุ้นเทิร์นอราวด์ คือยังจะไปต่อนั่นเอง

ก่อนจากนักเรียนไป กรณีศึกษา SMPC สอนให้นักเรียนรู้ว่า มีหุ้นที่ทำกำไรให้เราได้ปีละ 200% ขั้นต่ำอยู่จริง ถ้านักเรียนค้นหาหุ้นที่คนเขาไม่เล่นกัน
เพราะหุ้นที่คนเขาไม่เล่นกัน คือหุ้นที่อยู่ในอาการชั่ว 7 ที ดี 7 หน นักลงทุนไม่รู้เมื่อไรจะดีครั้งที่ 1 นั่นเอง