Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

จัดกลุ่มหุ้นแบบปีเตอร์ ลินซ์ เทียบกับโรงเรียนสอนเล่นหุ้น ตอน 3 (MONO)

MONO เป็นหุ้นที่ผมสนใจมานาน สาเหตุที่ผมสนใจก็เพราะผมชอบดูหนังซีรีส์ อย่าง CSI อย่างมือปราบฮาวาย และหนังดังๆ อีกหลายๆ เรื่องที่เป็นหนังใหม่ ไม่ใช่หนังเก่า

ผมติดตามดูช่อง MONO มาตลอด ก็เห็นว่าโฆษณามากขึ้นเรื่อยๆ
ในใจจึงเก็บหุ้น MONO เอาไว้มาโดยตลอด พออ่านข่าวเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ MONO ผมก็ไม่พลาดที่จะอ่านและทำความเข้าใจกับมัน

วันนี้ผมรู้ว่า MONO มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกับ JAS
และจากข้อเขียนในตอนที่ 2 ผลประกอบการไตรมาส 4/57 ยังไม่ออก ผมเขียนบอกท่านไปว่า MONO มีผลประกอบการ 9 เดือน สำหรับปี 57 อยู่ที่ E 0.02 มี BV 0.97 บาท มี P/BV 4.5 เท่า มี P/E อยู่ที่ 103.72 เท่า ข้อมูลสถิติดังกล่าวใช้ราคาปิด 24/2/58 ซึ่งปิดที่ 4.36 บาท

มาวันนี้ผลประกอบการไตรมาส 4/57 ของ MONO ออกมาแล้ว ทำให้มีผลประกอบการของทั้งปี 57 มีสถิติดังนี้

ราคาปิด 3/3/58 อยู่ที่ 4.34 บาท มี E 0.01 บาท มี BV 0.96 บาท มี P/E 343.76 เท่า และ P/BV 4.51 เท่า ล่าสุดมีการจ่ายปันผลนิดหน่อย

ถ้านักเรียนสังเกตตัว E ดีๆ จะพบว่า E ลดลงจากไตรมาส 3/57 เล็กน้อย แสดงว่าไตรมาส 4/57 MONO ขาดทุนจิ๊ดนึง ราคาหุ้นหลังการประกาศผลประกอบการยังวนเวียนอยู่ ณ ราคาเดิม คือ 4.50 บาท

ถ้านักเรียนเฝ้าดูช่อง MONO มาตลอดเหมือนผม นักเรียนจะรู้สึกว่า ปี 58 MONO มีสปอนเซอร์มากขึ้นมาก พักเบรกแต่ละทีกว่าจะรอหนังตอนต่อไปฉาย ก็ต้องดูโฆษณากันจนเพลิน เหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกว่า MONO กำลังเข้าที่เข้าทาง

และการเข้าที่เข้าทางนี่แหละทำให้ราคาวิ่งขึ้นมารอ E ในอนาคต P/BV จึงสูงถึง 4.51 เท่า เมื่อเทียบกับอัมรินทร์ที่มี P/BV ไม่ถึง 2 เท่า
MONO จึงถูกจัดเป็นหุ้นที่โตเร็วในความรู้สึกของผม เพราะ E ในอนาคตจะโตขึ้นเรื่อยๆ ตามความสำเร็จของ TV DIGITAL

ก่อนจะพูดถึง MONO ต่อไป ขอทำ PAR MONO ให้เท่ากับ PAR ของ AMARIN ที่ 1 บาท จะพบว่าตอนนี้ MONO มี PAR 0.1 บาท ราคาปิดอยู่ที่ 4.34 (3/3/58) ถ้าทำ PAR ของ MONO ให้เป็น 1 บาท จะต้องเอา 10 ไปคูณ จะพบว่าราคาตลาด MONO จะอยู่ที่ 43.4 บาท เทียบกับราคา AMARIN อยู่ที่ 12.9 บาท (3/3/58) นักเรียนเห็นและรู้สึกอย่างไร
นี่ไงล่ะที่ MONO เป็นหุ้นโตเร็วในความรู้สึกของผม ไม่ใช่หุ้นพลิกฟื้น (เทิร์นอราวด์) สาเหตุเพราะ MONO พลิกฟื้นหรือเทิร์นอราวด์แล้ว

หุ้นที่อยู่ในตลาดผูกขาด ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (อย่าง MONO) และตลาดผู้ขายน้อยราย บทเวลาที่หุ้นเทิร์นอราวด์ ราคาจะวิ่งขึ้นไปที่ไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของ BV ซึ่งสำหรับ MONO ตอนนี้วิ่งไปที่ 4.51 เท่าแล้ว
P/BV ที่เกิน 3 เท่า จึงสามารถใช้วิเคราะห์ดูว่าหุ้นนั้นเทิร์นอราวด์แล้วหรือยัง หากยัง P/BV จะใกล้ 1 เท่า (ไม่เกิน 2 เท่า) อย่าง AMARIN
ถ้าลองปรับ PAR ของ MONO ให้เป็น 10 บาท เท่ากับ PTT จะได้ราคาหุ้นอยู่ที่ 434 บาท ในขณะที่ PTT ราคาอยู่ที่ 340 บาท มี P/E 17.41 เท่า และ P/BV 1.39 เท่า ปันผล 3.24% เมื่อปี 57

เปรียบเทียบแล้วรู้ได้ทันทีว่า MONO ขึ้นมารอ E ในอนาคตที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกรณีของ MONO หา E ที่สูงสุดได้ยาก เพราะกิจการ TV DIGITAL เพิ่งเริ่มต้น ทำให้หุ้นตัวใดแค่ดูว่าจะเกิด จะมี E ที่โตต่อเนื่อง เพราะช่องทีวีประสบความสำเร็จ งานนี้ก็เกิดการเก็งกำไรกันอุตลุดแล้ว และ MONO ก็เป็นตัวอย่างการเก็งกำไรกับหุ้นที่ทุกคนคิดว่า เป็นหุ้นโตเร็ว

หุ้นโตเร็ว สำหรับผมแล้ว ผมจัดให้มันเป็นหุ้นที่อยู่ระหว่างทางของการเทิร์นอราวด์ เพราะ E ยังโตขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้จะสูงสุด (MAXIMUM) ที่เท่าไร งานนี้ราคาจึงขึ้นไปเรื่อยๆ ตาม E ที่โตขึ้น เพื่อรักษา P/BV ให้ไม่ต่ำกว่า 3 เท่าตลอดเวลา

เขียนมาถึงตรงนี้ หากผมจะจัดกลุ่มหุ้นโตเร็ว เข้าไปอยู่ในกลุ่มหุ้นพลิกฟื้น หรือหุ้นเทิร์นอราวด์ก็ได้ เพราะ CHARACTER ของทั้ง 2 หุ้นเหมือนกันที่ P/BV ไม่ต่ำกว่า 3 เท่า

หากจะมีประเด็นที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็น่าจะตรง E
หุ้นโตเร็ว E เป็นบวกแล้ว และจะบวกต่อไปเรื่อยๆ สามารถหา P/E ได้
ส่วนหุ้นพลิกฟื้นหรือหุ้นเทิร์นอราวด์ (ดีครั้งที่ 1) E อาจจะยังติดลบ ต้องรอคอยเวลาอีกสักพัก E จึงจะเป็นบวก ซึ่งนั่นมีความหมายว่า หุ้นพลิกฟื้นหรือหุ้นเทิร์นอราวด์มีลุ้นให้ตื่นเต้นมากกว่าหุ้นโตเร็ว

เพราะต้องมีลุ้นนี่แหละที่อาจทำให้ถึงขั้นหัวใจวาย หุ้นพลิกฟื้นจึงมีราคาถูกกว่าหุ้นโตเร็วตอนก่อนที่มันจะพลิกฟื้น (P/BV ใกล้ 1) แต่พอพลิกฟื้นขึ้นมา (ดีครั้งที่ 1) หุ้นพลิกฟื้นก็กลายเป็นหุ้นโตเร็ว

ความต่างที่เห็นได้ชัดที่ทำให้ปีเตอร์ ลินซ์ ไม่จัดรวมหุ้นโตเร็วเข้าไปเป็นกลุ่มเดียวกับหุ้นพลิกฟื้น (หุ้นเทิร์นอราวด์) ก็เพราะหุ้นโตเร็วไม่จำเป็นต้องผ่านเหตุการณ์ชั่ว 7 ที แล้วค่อยดี 7 หน มันดีของมันได้เลย แต่กับหุ้นพลิกฟื้น อดีตที่ผ่านมาต้องเน่าก่อน

ทัศนะของผม หุ้นพลิกฟื้นหลังจากที่มันพลิกฟื้นได้ (ดีครั้งที่ 1) มันก็คือหุ้นโตเร็วนั่นเอง

ครั้งหน้ามาพบกันใหม่ครับ