Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

จัดกลุ่มหุ้นแบบปีเตอร์ลินซ์เทียบกับโรงเรียนสอนเล่นหุ้น ตอน 2 (หุ้น AMARIN)

วันก่อนมีลูกศิษย์ CII ถามเรื่องหุ้น AMARIN เพราะเขาถือมานาน ได้รับเงินปันผลมาจนคุ้มเงินลงทุนแล้ว และก็ชะล่าใจ ไม่คิดว่า ผลประกอบการของ AMARIN จะเป็นแบบนี้

เป็นแบบนี้คือมีกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) 9 เดือน สิ้นสุด 30/9/58 ติดลบ ทำให้ P/E ให้ค่า N.A. (หาค่าไม่ได้)

สาเหตุที่ E ติดลบ ก็ชัดเจนว่า มาจากกิจการ TV Digital ช่องอัมรินทร์ TV ที่ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ยังไม่ได้ติดอยู่ในกระแส ว่าหากพูดถึง TV Digital ทุกคนจะนึกถึงช่องอัมรินทร์ งานนี้ก็เลยเกิดเหตุการณ์ เตี้ยอุ้มค่อม

กิจการร้านหนังสือ และสิ่งพิมพ์ของหุ้นตัวนี้ในอดีตถือว่า โดดเด่น เป็นหุ้นพื้นฐานที่มีผลประกอบการโชว์ E เป็นบวก และปันผลทุกปี

หากนักเรียนสังเกตจำนวนหุ้นที่ ณ ปัจจุบันมี 219,999,865 หุ้น (ดูจากกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25/2/58) ในขณะที่ PAR อยู่ที่ 1 บาท ทำให้นักเรียนรู้สึกว่า AMARIN เติบโตมาได้ด้วยการใช้กำไรสะสมเป็นหลัก เพราะหุ้นมีจำนวนไม่มากเลย (ทุนจดทะเบียน 200 กว่าล้านบาท)

งานนี้ความสำเร็จของหุ้นตัวนี้ ว่าราคาจะขึ้นจึงขึ้นอยู่กับผลประกอบการ TV Digital เป็นหลัก นักเรียนจึงต้องตามดูงบการเงินของหุ้นตัวนี้ว่า ไตรมาส 4/57 และไตรมาสต่อๆ ไปของปี 58 ตัวเลขจะออกมาเป็นอย่างไร

ถ้าผลประกอบการเริ่มดีขึ้น นั่นก็หมายความว่า ภาวะเตี้ยอุ้มค่อมจะค่อยๆ หายไป กลายเป็นว่าเงินลงทุนที่ใช้ไปเพื่อกิจการ TV Digital ไม่ต้องถมเพิ่มลงไปอีก

ก่อนที่ AMARIN จะเข้ามาลงทุนใน TV Digital หากจัดหุ้นเข้าไปในประเภทใดประเภทหนึ่ง ตามที่ ปีเตอร์ ลินซ์ แบ่งเอาไว้ 6 ประเภท เราจะพบว่า AMARIN อยู่ในประเภท (1) คือ หุ้นโตช้า ซึ่งผมบอกนักเรียนไปแล้วว่า E มีแนวโน้มว่า จะคงที่เมื่อเทียบกับปีเดิม หรือถ้าหากจะขึ้นก็ขึ้นนิดหน่อยแบบไม่มีนัยสำคัญ หรือถ้าหากจะลงก็ลงนิดหน่อยแบบไม่มีนัยสำคัญ
AMARIN จึงเป็นตัวอย่างของหุ้นโตช้า ที่ต้องดิ้นรนหาอะไรใหม่ๆ มาทำ เพื่อให้กิจการเกิดการเติบโต และสามารถจะพาให้ E โตขึ้นเรื่อยๆ ได้ (หากไม่ทำอะไรเลย E ก็ไม่โต)

หุ้นโตช้า จึงต้องทำการปรับตัว แบบ AMARIN แต่การปรับตัวก็หนีไม่พ้นการที่จะต้องลงทุนใหม่ (เพิ่ม) ซึ่งการลงทุนใหม่กรณีของ AMARIN ไม่ใช่เป็นการลงทุนในกิจการผูกขาดแบบ 100%

TV Digital คือ กิจการกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ซึ่ง AMARIN ก็ต้องแข่งกับช่องอื่นๆ เพื่อให้ได้เรตติ้งคนดู จึงจะสร้างรายได้ได้เพิ่มมากขึ้น
ตอนนี้หากถามนักเรียนว่า ช่องอัมรินทร์ TV นักเรียนรู้สึกยังไงกับช่องนี้ สำเร็จหรือไม่สำเร็จ

คำตอบน่าจะเป็นที่รู้กัน นี่คือเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น AMARIN ไม่ไปไหน และปัจจุบันมี P/BV 1.49 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่มี P/BV อยู่ที่ 5.83 เท่า

ไม่มีคนสนใจหุ้น AMARIN ภาวะแย่งกันเป็นเจ้าของยังไม่เกิดขึ้น

หากเปรียบเทียบกับหุ้น MONO ราคาปิด 24/2/58 ปิดที่ 4.36 บาท มี E 0.02 รอบ 9 เดือน ปี 57 และมี BV 0.97 บาท

หากเอามาหา P/E และ P/BV จะได้ค่า 103.72 เท่า และ 4.5 เท่าตามลำดับ

MONO มีหุ้นทั้งสิ้น 3,080,121,158 หุ้น มี PAR 0.1 บาท หากทำ PAR ให้เป็น 1 บาท เท่ากับ AMARIN จะมีหุ้นทั้งหมด 308,012,116 หุ้นโดยประมาณ (AMARIN มีหุ้น 219,999,865 หุ้น)

ภาพของ MONO โดยเฉพาะ P/E ดีกว่า AMARIN ชัดเจน ดูแล้วเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่า MONO เข้าที่เข้าทางกับกิจการ TV Digital ไปแล้ว สังเกตได้จาก P/E MONO ที่หาค่าได้แล้ว (103.72 เท่า) แต่แม้ยังสูงอยู่ ก็ดูจะมีทิศทางที่ลดลงในอนาคต สาเหตุเป็นเพราะ E ของ MONO น่าจะโตขึ้น เพราะ TV Digital เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว

เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว E ที่โตขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ BV ใหญ่ขึ้น P/BV ของ MONO จะลดลง (ถ้าซื้อในราคาตอนนี้แล้วถือไปจน E ไตรมาสใหม่ออกมาเป็นบวก)

มาถึงตรงนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นหุ้น ตรงที่หากจัด MONO เข้าไปอยู่ในประเภทหุ้นตามที่ปีเตอร์ ลินซ์ แบ่งเอาไว้ นักเรียนว่า จะจัด MONO เข้าไปในหุ้นประเภทไหนดี

หุ้นโตเร็ว ประเภท (3) หรือหุ้นพลิกฟื้น ประเภท (5)

(การจัดประเภทของหุ้นให้นักเรียนกลับไปทบทวนตอน 1 วันที่ 2/3/58)

คำตอบที่ถูกต้องก็คือ ต้องจัด MONO อยู่ในหุ้นโตเร็ว ประเภท (3) สาเหตุเพราะ E เป็นบวกแล้ว และจะบวกมากขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้ราคา 4 บาทกว่าตอนนี้ คือราคาที่ขึ้นมารอ E ที่จะโตขึ้นในอนาคตแล้ว

การขึ้นมารอนี้ ทำให้ P/BV สูงถึง 4.5 เท่า MONO จึงอยู่ในหุ้นโตเร็ว
แล้ว AMARIN ล่ะ อยู่ในหุ้นประเภทไหน

คำตอบ คือ ตอนนี้ไม่อยู่ในประเภทไหนเลย แต่หากจัดการกับกิจการ TV Digital ให้ประสบความสำเร็จได้ AMARIN จะเข้าไปอยู่ในประเภทหุ้นพลิกฟื้น (หุ้นเทิร์นอราวด์) และจะมี P/BV สูงขึ้นแบบเดียวกัน MONO

คนเล่นหุ้น AMARIN ตอนนี้จึงรวยเละ หาก AMARIN พลิกฟื้น แต่ก่อนจะพลิกฟื้น ราคาอาจซึมและลงต่อได้ สาเหตุเพราะ TV Digital ยังเป็นปัญหาอยู่

เขียนมาถึงตรงนี้อยากให้นักเรียนสังเกตหุ้นโตเร็ว กับหุ้นพลิกฟื้น ว่าความต่างที่เป็นสาระสำคัญจริงๆ ต่างกันตรงไหน

ทำการบ้านด้วย และครั้งหน้าเราจะมาว่ากันต่อ