Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

เรียนภาษาอังกฤษกับ IEC

สัปดาห์นี้ผมได้ข้อมูลจากลูกศิษย์ว่าผู้บริหารเบอร์ 1 ของ IEC ถามตอบกับนักลงทุนรายย่อยอย่างเป็นกันเอง แบบไม่ถือเนื้อถือตัว แบบที่ผู้บริหารที่ผมเคยรู้จักจะไม่มีทางทำแน่นอน

ในบทสนทนามีพูดว่าปี 58 มาร์เก็ตแคปของ IEC จะอยู่ที่ 25,000 ล้านบาท ซึ่งนั่นหมายถึงเอาจำนวนหุ้นทั้งหมดของ IEC ไปหาร 25,000 ล้านบาท จะได้ค่าเกิน 0.1 บาท

ราคาตลาดตอนนี้อยู่ที่ 0.05 – 0.06 บาท ที่ PAR 0.01 บาท หากราคาทะลุ 0.1 บาทขึ้นไป ก็หมายความว่า หุ้นจะขึ้นอีก 100%

ถ้านักเรียนค้นข้อมูลที่ผมสอนไป ในชั่วโมงเรียนหุ้น ผมเคยเอาหุ้นของ IEC เปรียบเทียบกับหุ้น EPCO ที่ทำโรงไฟฟ้าเหมือนกัน EPCO มี PAR 1 บาท ในขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่ 7.05 บาท (23/2/58) ในขณะที่ IEC มี PAR 0.01 บาท ราคาอยู่ที่ 0.05 บาท (23/2/58)

ถ้าทำ PAR ของ IEC ให้เท่ากับ EPCO ที่ 1 บาท IEC จะมีราคา (0.05 x 10) x 10 เท่ากับ 5 บาท

หาก IEC ขึ้นไปอีก 100% จริง ราคาของ IEC จะอยู่ที่ 10 บาท PAR 1 บาท และถ้า PAR 0.01 บาท เท่ากับในปัจจุบัน ราคา IEC จะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 0.1 บาท นั่นหมายความว่า ซื้อหุ้น IEC ปีนี้จะมีกำไรไม่น้อยกว่า 100% ถ้าคำพูดของผู้บริหารเบอร์ 1 เป็นความจริง

ย้อนกลับมาดูสถิติของ IEC 23/2/58 IEC มี P/E 37.08 เท่า มี P/BV 5.52 เท่า มีจำนวนหุ้นทั้งหมดตามข้อมูลในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จำนวน 180,795,930,000 หุ้น แต่หุ้นจำนวนนี้ นักเรียนต้องทำการตรวจสอบอีกครั้ง ว่าได้รวมหุ้นเพิ่มทุน PP ที่ขายล่าสุดบางส่วน และที่ยังขาดอยู่บางส่วนที่คนซื้อเดิมยกเลิกไป จำนวนนี้ได้รวยหรือไม่ได้รวย

ตรงนี้ขอนอกเรื่องหน่อย ตรงที่หุ้น PP ที่ขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงที่จู่ๆ ก็ซื้อไม่ครบ ไอ้หุ้นส่วนที่เหลืออยู่ ผมรู้สึกเป็นการส่วนตัวว่า ยังไงก็ต้องขายให้กับคนอื่นต่อไป ดังนั้น จำนวนหุ้นที่จะเอามาหาร 25,000 ล้านบาท ไม่น่าจะใช่ 180,795,930,000 หุ้นแน่นอน

ประเด็นนี้ ฝากนักเรียนทำการบ้านด้วย ว่าหุ้นทั้งหมดจะเป็นเท่าไร โดยตีว่าหุ้น PP ที่เหลือขายหมด จะได้เอา 25,000 ล้านบาท ตั้งหารด้วยจำนวนหุ้นที่ได้มาใหม่นี้ ทำให้ราคาที่ออกมา Conservative (มองโลกในแง่ร้าย) ถ้าราคายังออกมาเกิน 0.1 บาทอีก งานนี้ก็ขนลุก

อยากให้นักเรียนลองนึกดูเล่นๆ ว่า หากเกิดการขอมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ขายหุ้น PP ส่วนที่เหลือในราคาที่สูงกว่าราคาเดิม และมีคนซื้ออีกต่างหาก งานนี้ไม่ต้องนึกถึงราคาบนกระดาน ว่าจะวิ่งขึ้นขนาดไหน ซึ่งดูแล้วก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน

IEC จึงเป็นหุ้นที่มี Story มากหุ้นหนึ่ง นับจากวันนี้ ที่สำหรับผมการขึ้นอีก 100% เป็นอะไรที่เป็นไปได้ในระยะกลาง (ปี 58) แต่ในระยะยาวหากเทียบราคาหุ้นจากราคาในวันนี้ (0.05 – 0.06 บาท) เป็นอะไรที่คำนวณไม่ถูกจริงๆ (ลองเดาดูซิว่าผมหมายถึงอะไร)

ผมหมายถึงว่า IEC เป็นหุ้นเทิร์นอราวด์ ที่ราคาจะขึ้นไปรอกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ที่โตขึ้นเรื่อยๆ จากโครงการลงทุนที่เร่งดำเนินการอย่างเต็มสูบ ในอนาคตจึงเห็น E โตขึ้น และราคาก็ขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อรักษา P/BV 4 เท่าโดยประมาณ ตลอดระยะเวลาที่การเทิร์นอราวด์ยังไม่สิ้นสุด นับจากวันนี้ไปจนถึงปี 59

ถ้าเป็นอย่างที่ผมจินตนาการจริง ราคา 0.1 บาท เป็นราคาขั้นอนุบาลครับ

ทัศนะส่วนตัวของผม นักเรียนต้องเอาไปศึกษาและทำการบ้านร่วมไปด้วย ห้ามเชื่อผมเด็ดขาด สาเหตุเพราะผมเป็นครูที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนกับนักเรียนที่กินข้าว การเชื่อผมโดยไม่ลงไปทำการบ้าน มีความหมายว่านักเรียนไม่ได้กินข้าว แต่กินหญ้า นักเรียนในโรงเรียนสอนเล่นหุ้นทุกคนต้องไม่กินหญ้า

ปิดท้ายก็ถึงเวลาเรียนภาษาอังกฤษกับ IEC กันแล้วล่ะครับ อ่านรายละเอียดข้างล่างนี้ อ่านจบก็ขนลุก แต่สำหรับใครที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ แล้วติดต่อผมเข้ามาว่า อาจารย์ช่วยแปลให้ที ผมจะจดชื่อนักเรียนเอาไว้ แล้วดำเนินการไล่ออกจากโรงเรียนต่อไป

ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ให้ไปซื้อดิชชันนารี่ มานั่งแปลทีละประโยคครับ จะได้หวนรำลึกนึกถึงความหลังในครั้งเรียนหนังสือเมื่อนานมากแล้ว (ตอนที่เรามีแฟนฉัน)

57