Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

กู้เงินทำให้หุ้นขึ้นมหาศาลได้ ตอน 3 (นึกถึง BIGC / CPALL)

จริงๆ แล้วถ้านักเรียนตามคอลัมน์ชั่วโมงเรียนหุ้นมาตลอด นักเรียนจะติดใจตรงที่ว่า ก่อนจะเขียนเรื่อง กู้เงินทำให้หุ้นขึ้นมหาศาลได้ตอน 1 เมื่อ 20/2/58 ผมเขียนเรื่อง หุ้นแพงแต่ถูกในอนาคตน่าลงทุนตอน 1 เสร็จ และนักเรียนก็ได้อ่านแล้ว โดยหลายคนลุ้นว่าตอน 2 จะมีเนื้อหาอย่างไร แต่จู่ๆ ผมก็มาแทรกด้วยเรื่อง กู้เงินทำให้หุ้นขึ้นมหาศาลได้ สาเหตุเพราะมีคำถามจากลูกศิษย์นั่นเอง

ไม่เป็นไร ผมขอเขียนเรื่องกู้เงินให้จบไปซะทีเดียว หลังจากนั้นจะวกกลับมาเขียนเรื่องที่ติดค้างเอาไว้

ตอนที่ 2 ได้บอกนักเรียนไปแล้วว่า เรามีโอกาสเป็นคนรวย เป็นเศรษฐีได้จากการกู้เงิน โดยโครงการที่ธนาคารปล่อยกู้ให้กับเรานั้น มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพียงพอต่อการคืนหนี้ และเมื่อคืนหนี้ได้ครบ 7 – 8 ปี ตามสัญญาเงินกู้ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าเท่ากับที่กู้ธนาคารมา ก็จะได้มาฟรี

ผมเชื่อเป็นการส่วนตัวว่า เรื่องราวที่น่าทึ่งและเป็นจริงนี้ นักเรียนหาฟังและหาอ่านยากมาก สาเหตุเพราะคนทำธุรกิจจริงๆ ที่รู้เรื่องนี้อย่างถ่องแท้ เขาขี้เกียจพูดและขี้เกียจสอน ดังนั้น จึงเหลือแต่คนที่รู้ไม่จริง ซึ่งอาจหมายรวมถึงพ่อแม่เรา มาสอน มาเตือน ว่าอย่ากู้นะลูก มันจะหายนะ ซึ่งถือเป็นการมองการกู้เงินในด้านลบ ที่เหมือนว่าเราในฐานะผู้กู้จะถูกกระทำ จะถูกเอาเปรียบ แต่หากนักเรียนมองการกู้เงินในมุมที่ผมเสนอไป ที่การกู้เงินสามารถจะคืนหนี้ได้แบบชัวร์ๆ 100% นักเรียนจะพบว่าการกู้เงินเป็นอะไรที่น่าสนใจสุดๆ

การกู้เงินที่คืนหนี้ได้แบบชัวร์ๆ อยากให้นักเรียนลองนึกกิจการที่จะไม่มีปัญหาการคืนหนี้เลย ว่าน่าจะมีกิจการอะไรบ้าง

คำตอบก็แน่นอนว่า มีกิจการผูกขาด อย่างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานขยะ พลังงานลมที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทางรัฐบาลแน่นอน

รองลงมาก็น่าจะเป็นกิจการที่อยู่ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด อย่างกิจการโรงพยาบาล หรือกิจการที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยราย อย่างกิจการ CPALL , BIGC ที่นับวันรายได้และกำไรสุทธิจะโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีปัญหาการคืนหนี้ที่เหลือ

ที่ไม่น่าจะกู้เงินเอามาลงทุน ก็คือกิจการที่อยู่ในตลาดแข่งขัน เพราะจะแข่งกันจนกำไรไม่เหลือ ซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์การคืนหนี้ไม่ได้ เมื่อคืนหนี้ไม่ได้ ก็อยากให้นักเรียนนึกถึงเงินลงทุนที่เอาเข้าไปผสมกับเงินกู้ ว่าเงินลงทุนนี้มีโอกาสหายไปกับการคืนหนี้ไม่ได้ เพราะเมื่อคืนหนี้ไม่ได้ สินทรัพย์ที่ลงทุนไปที่มีเงินลงทุนและเงินกู้อยู่ในนั้นจะถูกยึด เอาออกขายทอดตลาด งานนี้จึงเป็นอะไรที่อันตรายหรืออาจถึงขั้นหมดตัวได้ หากคืนเงินกู้ไม่สำเร็จ

คราวนี้ก็อยากให้นักเรียนมาดูเรื่องราคาหุ้นกัน ว่าหากมีการกู้เงินไประยะหนึ่ง และหนี้เงินกู้ก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ อย่างตัวอย่างในตอนที่ 2 ที่ว่าลงทุนด้วยทุน 5 ล้านบาท กู้เงิน 15 ล้านบาท หากผ่อนหนี้เหลือแค่ 7 ล้านบาท งานนี้หากมีคนติดต่อขอซื้อหุ้นทั้งหมดของกิจการ นักเรียนจะขายที่ราคาเท่าไร

คำตอบก็เอามาจากความเข้าใจเรื่องตอนที่ 2 ว่าหนี้ลดลง มูลค่าหุ้นทางบัญชีก็เพิ่มขึ้น จับหลักจากสมการสินทรัพย์เท่ากับหนี้สินบวกรวมกับส่วนทุน (หนี้ลดลงไป 8 ล้านบาท ส่วนทุนก็ต้องโตขึ้น 8 ล้านบาท ในขณะที่สินทรัพย์เท่าเดิม)

ประเด็นที่บอกว่าหนี้ลดลง 8 ล้านบาท ทำให้ส่วนทุนโตขึ้น 8 ล้านบาท เป็นหลักการเดียวกันกับการที่พูดว่า หนี้ลดลง 8 ล้านบาท ทำให้สินทรัพย์ได้มาฟรี 8 ล้านบาท เพราะส่วนทุนโตขึ้น 8 ล้านบาทนั่นเอง

กลับมาสู่การคำนวณราคาหุ้น หากเงินทุน 5 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 500,000 หุ้น หุ้นละ 10 บาท งานนี้ราคาหุ้นจะทำกับทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท บวกด้วยส่วนทุนที่โตขึ้น 8 ล้านบาท (หนี้ลดลง 8 ล้านบาท) กลายเป็น 13 ล้านบาท หลังจากนั้นเอา 500,000 หุ้น ไปหาร จะได้ราคาหุ้นเท่ากับ 26 บาท

เมื่อได้คำตอบเรื่องราคาขายหุ้นแล้ว อยากให้นักเรียนเอาราคาไปเทียบกับ PAR ที่ 10 บาท นักเรียนจะเห็นว่า ราคาขายหุ้นเกิดส่วนเกินมูลค่าหุ้น (Premium) และส่วนเกินมูลค่าหุ้นนี้ก็ถือเป็นส่วนเกินขั้นต่ำ

สาเหตุที่เรียกว่าส่วนเกินขั้นต่ำ ก็เพราะราคาที่ออกมา 26 บาท/หุ้น ก็ยังเป็นราคาตามมูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) อยู่ (P/BV ยังเท่ากับ 1)

มาถึงตรงนี้จึงชัดเจนแล้ว ว่าการกู้เงินแล้วคืนหนี้ได้ จะทำให้ส่วนทุนโตขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลให้ราคาหุ้นขึ้น

ยิ่งชำระคืนหนี้ใกล้หมดมากเท่าไร ราคาหุ้นก็ยิ่งขึ้นสูงมากเท่านั้น

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บทเวลากู้เงิน 100% เพื่อเอาไปลงทุนในกิจการที่ผูกขาด หรือหากไม่ผูกขาด แต่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายหรืออยู่ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ราคาจึงไม่ตก แถมยังขึ้นโชว์นักเรียนอีกต่างหาก ซึ่งทำให้นักเรียนรู้สึกแปลกใจว่า เอ้ ทำไมจึงเป็นแบบนั้น เพราะนักเรียนคิดไปแต่ว่าการกู้เยอะจะทำให้เกิดดอกเบี้ยจ่ายจำนวนมาก ทำให้กำไรสุทธิลดน้อยลง ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ลดลง ทำให้ราคาหุ้นต้องตก

จริงๆ มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นแหละ แต่อิทธิพลของการได้สินทรัพย์มาฟรี มันคุ้มมากกว่าการสูญเสียกำไรไปบางส่วนในระยะต้น (พิจารณางบการเงินเฉพาะกิจการ) แต่หากพิจารณางบการเงินรวม ที่เอารายได้ของกิจการที่ถูกซื้อรวมเข้าไปด้วย จะพบว่า กำไรสุทธิของกิจการรวมกิจการที่ซื้อมาโตขึ้น นี่ไงเป็นเหตุผลที่ว่า ราคาหุ้นไม่ตก แถมยังจะขึ้นในระยะยาว

การกู้เงินจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช้พยุงราคาหุ้นได้ และทำให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นในอนาคตแบบที่ทำให้นักเรียนกลายเป็นเศรษฐีได้