Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

หุ้นแพงแต่ถูกในอนาคตน่าลงทุน ตอน 1

หุ้นเทิร์นอราวด์เป็นหุ้นที่กะเกณฑ์ตัวกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ไม่ได้แบบ 100% ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแรงหรือกระแสแห่งการเก็งกำไรอย่างมโหฬาร ประกอบกับหุ้นที่ยังไม่เทิร์นอราวด์ราคาได้ตกลงมาต่ำสุดๆ แล้ว การเก็งกำไรอย่างมโหฬารจึงทำให้ราคาหุ้นขึ้นเป็นร้อยๆ เปอร์เซ็นต์

ราคาหุ้นที่ยังไม่เทิร์นอราวด์ที่ตกลงมาต่ำสุดๆ แล้วนักเรียนตอบได้มั๊ยว่า ดูจากอะไร

ประเด็นคำถามของผมข้อนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการที่นักเรียนจะค้นหาหุ้นที่ราคาตกลงมาต่ำแบบสุดๆ ซึ่งคำตอบก็คือ ดูที่ P/BV ที่ต่ำกว่า 1 หรือใกล้ 1

การใกล้ 1 อาจจะสูงหรือต่ำกว่าก็ได้ มันมีความหมายว่า ราคาตลาดใกล้เคียงกับมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อ 1 หุ้น ซึ่งมูลค่าหุ้นทางบัญชี ก็หาได้โดยเอาส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุลตั้งแล้วหารด้วยจำนวนหุ้น ซึ่งจะมีกี่หุ้นก็สามารถดูข้อมูลได้ในงบดุล ค่าที่ได้ออกมาเป็นบาท/หุ้น มีความหมายว่า หากกิจการเลิกในวันนี้ ผู้ถือหุ้น จะได้เงินคืนเท่ากับมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อ 1 หุ้น หรือเรียกเป็นตัวย่อว่า BV

มูลค่าหุ้นทางบัญชีมีความสำคัญมาก มันบอกให้เรารู้ว่า หุ้นตัวนี้ราคาถูกหรือราคาแพง มีส่วนเกินมูลค่าที่แท้จริงมากหรือน้อยเพียงใด หากราคาตลาดของหุ้นสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี ก็มีความหมายว่า หุ้นนั้นมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นที่แท้จริง (เริ่มแพง)

หุ้นที่มีราคาสูงๆ ที่หากเอาราคาตลาดไปเทียบกับ BV แล้วพบว่า BV ต่ำกว่าราคาตลาดมาก หุ้นตัวนั้นจะให้ค่า P/BV ที่สูง มีความหมายว่า หุ้นแพงในความรู้สึกของเรา

มาถึงตรงนี้ อยากถามนักเรียนว่า ทำไมเราจึงว่าหุ้นที่มี P/BV สูงๆ แพงล่ะ

ผมพยายามตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนฉุกคิด จะได้รู้สึกว่า เรียนเล่นหุ้นกับผม วันหนึ่งข้างหน้าต้องเรียนจบแน่นอน เพราะนักเรียนตอบคำถามของผมได้ทุกข้อ

คำตอบก็ง่ายๆ ว่าถ้ากิจการเลิกในวันนี้ หุ้นที่มี P/BV สูงๆ จะทำให้คนลงทุนเจ๊งเงินลงทุน เพราะซื้อมาที่ 40 บาท แต่ BV อยู่ที่ 12 บาท วันที่เลิกกิจการคนลงทุนจะได้เงินลงทุนคืน 12 บาท ไม่ใช่ 40 บาท มีความหมายว่า เจ๊ง 40 – 12 บาท

แล้วทำไมคนจึงกล้าลงทุนในหุ้นที่มี P/BV สูงๆ ล่ะ อยากให้นักเรียนลองฝึกตอบดู

คำตอบข้อสำคัญข้อหนึ่งก็คือ หุ้นสามารถจะให้เงินปันผลที่ดูไม่ขี้เหร่ เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร มีความหมายว่า ฝากแบงก์ได้ 3% จากเงินฝาก แต่หากเอามาลงทุนหุ้นตัวนี้ที่มี P/BV สูงๆ ก็ยังได้ผลตอบแทน 2% จากราคาหุ้น งานนี้ถึงแม้หุ้นตัวนี้จะให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า แต่

คำตอบข้อ 2 หุ้นก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปอีก สาเหตุเพราะคนลงทุนเชื่อว่า กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ที่จะเกิดในอนาคตต้องโตขึ้น ด้วยเหตุว่าหุ้นอยู่ในตลาดสินค้าที่มีพลังอำนาจของการผูกขาด ซึ่งอาจจะมีพลังอำนาจผูกขาด 100% แบบธุรกิจพลังงานทางเลือกที่มีสัญญาซื้อขายไฟกับทางรัฐบาลแน่นอน หรืออาจจะมีพลังอำนาจของการผูกขาดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ผูกขาดตลาดแบบ 100% งานนี้มีความหมายว่า เกิดการแบ่งเค้กกันกิน แต่ทุกๆ ปีเค้กที่ถูกเอามาแบ่งก็ก้อนโตขึ้นทุกๆ ปี มีความหมายว่า ตัว E จะโตขึ้นทุกปีแบบไม่มีวันตก อย่างกิจการโรงพยาบาล กิจการของ CPALL กิจการของ BIG C เป็นต้น

คำตอบข้อ 3 จึงตอบต่อเนื่องจากข้อ 2 ตรงที่เพราะ E ไม่มีทางตก มีแต่เท่าเดิม หากไม่ลงทุนเพิ่ม หรือโตขึ้นเรื่อยๆ หากลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆ ทำให้คนลงทุนอยากได้หุ้น ที่มีลักษณะแบบนี้ใจจะขาด จึงยอมซื้อที่ราคาแพง โดยไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่า กิจการของหุ้นตัวที่มี P/BV สูงๆ จะเจ๊งได้

ยกตัวอย่าง CPALL มีนักเรียนคนใดคิดว่ามีโอกาสเจ๊ง

อย่างโรงพยาบาลกรุงเทพ มีนักเรียนคนใดคิดว่ามีโอกาสเจ๊ง

อย่าง BIG C มีนักเรียนคนใดคิดว่า มีโอกาสเจ๊ง

คำตอบที่ออกมาคือ ไม่มี

เมื่อไม่มี จึงเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ที่ว่า “หุ้นแพงในวันนี้ แต่จะถูกลงในอนาคต”

P/BV สูงในวันนี้ (แพง) แต่ถือไปซักระยะหนึ่ง (1 ปี) ตัว E จะโตขึ้น ทำให้ BV ใหญ่ขึ้น สุดท้าย P/BV ก็จะลดลง

ตรงนี้อยากให้นักเรียนสังเกตตัว P (ราคา) ให้ดีๆ ที่บอกว่า P/BV จะลดลงในอนาคตเป็นเพราะราคา (P) คือราคาเดิม ดังนั้น สำหรับคนที่ถือหุ้นเอาไว้นานๆ ราคาจะค่อยๆ ถูกลง เพราะ P/BV ค่อยๆ ลดลงนั่นเอง

แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นซิ แล้วเขาเห็น CHARACTER ของหุ้นแบบเดียวกับที่นักเรียนเคยเห็นเมื่อในอดีต แล้วตกลงใจเข้าซื้อหุ้นไปแล้ว มาวันนี้เขาก็อยากได้หุ้น ราคาหุ้นจึงขึ้นไปอีก ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งนักเรียนก็ขายเอากำไรไปกินขนม หรือเอากำไรไปซื้อบ้าน ซื้อรถ ก็สุดแล้วแต่การที่นักเรียนแต่ละคนจะถือสั้นหรือถือยาว

ยกตัวอย่าง BIG C ที่ 30 บาท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาเป็น 200 กว่าบาท หากนักเรียนซื้อตอน 70 บาท ในตอนนั้น P/BV ก็สูงแล้ว แต่หลังจากซื้อแล้วถือ BIG C ต่อไป ราคาซื้อ 70 บาทก็ถูกลง สาเหตุเป็นเพราะ E ของ BIG C โตขึ้น ทำให้ P/BV (P ที่ 70 บาท) ลดลง หลังจากนั้นต่อมาก็มีคนเห็น CHARACTER ของ BIG C เหมือนกับที่นักเรียนเห็นในอดีต ราคาที่ 70 บาท ในขณะที่ E อนาคตโผล่ออกมาชัดเจนแล้ว จึงเป็นราคาที่ถูก งานนี้จึงมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาไล่ซื้อ เพื่อจะเป็นเจ้าของ BIG C ราคา BIG C จึงขึ้นต่อไปที่ 100 บาท ทำให้หุ้นก็กลับไปแพงเหมือนเดิม P/BV กลับไปอยู่ที่ระดับเดิม หรือเพิ่มขึ้น

วัฏจักรแบบที่ผมว่า ว่าตอนซื้อราคาสูง ต่อมาราคาที่ซื้อแพง เริ่มกลายเป็นถูก เพราะ E โตขึ้น ทำให้ BV ใหญ่ขึ้น ต่อมาอีกก็มีหน้าใหม่เห็นเหมือนกับเราในอดีต อยากได้หุ้นแบบนี้บ้าง จึงเข้ามาไล่ซื้อต่อ ราคาจึงขึ้นไป ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ว่า E โตขึ้น BV ใหญ่ขึ้น ราคา (P) สูงขึ้น

ราคาที่สูงขึ้นนี้สูงเกิน 70 บาท นักเรียนจึงได้กำไร

วัฏจักรแบบนี้จะเกิดซ้ำไปเรื่อยๆ เป็นปี เป็นหลายปี เป็นสิบปี หากนักเรียนไม่ขายหุ้น นักเรียนก็รวยเละ เพราะราคาหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ ถือเป็นอะไรที่ดีกว่าการฝากเงินธนาคารเป็นไหนๆ