Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

คนข้างในกับการตัดสินใจลงทุน

มีนักเรียนหลายคนถามผมมาว่า อาจารย์มั่นใจนะว่าหุ้น PDI จะขึ้นแบบหุ้น WAVE หลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมอ่านแล้วก็อดที่จะโมโหไม่ได้ เจตนาที่ผมเขียนสอนลงไป ก็เพื่อเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้นักเรียนทุกคนที่สนใจลงทุนในหุ้น ลองพิจารณาหาเหตุและผลและหาคำตอบให้กับตัวเองว่า เราจะลงทุนในหุ้น PDI ดีหรือไม่ดี

ผมเป็นแค่ความเห็นหนึ่ง ที่หน้าที่ของครูก็ต้องทำหน้าที่สอน เปิดมุมมองโดยเอาอดีตและปัจจุบันที่เป็นประสบการณ์มาเป็นฐานในการเรียนรู้ และต่อยอดต่อไปในอนาคต เพื่อให้นักเรียนทุกคนเกิดจินตนาการ ซึ่งจินตนาการที่เกิดขึ้นนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องออกมาเหมือนกัน ผมอาจเห็นหุ้นตัวนี้ดี น่าลงทุน แต่ผมก็มีเหตุผลว่า ผมตัดสินใจลงทุนไปเพราะอะไร

นักเรียนก็เช่นเดียวกัน จะลงทุนในหุ้นตัวใด หรือแม้แต่จะลงทุนในหุ้นที่ผมยกตัวอย่าง นักเรียนก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวของนักเรียนเอง ผมไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆ จะมาให้ผมการันตีและมีส่วนพาให้นักเรียนกลายเป็นคนรวย ผมว่ามันเปลืองตัวผมมากเกินไป นักเรียนที่ดีๆ จะไม่มีนิสัยแบบนี้

แค่ผมสละเวลามาเขียนสอนนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดปัญญาด้วยตัวเอง ซึ่งบางที บางเรื่อง มันเป็นเรื่องที่ผมมีความจำเป็นต้องเอาตัวเองเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้นักเรียนเห็นและสัมผัสบรรยากาศที่เสมือนจริง ทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกขึ้นมาในใจ แล้วเอาวิธีการของผม (พูดคุยกับตัวเอง) ไปเลียนแบบ เพื่อว่าวันหนึ่งนักเรียนจะเจอคนข้างใน แล้วเริ่มพูดคุยกับคนข้างใน ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น นักเรียนจะเชื่ออย่างสนิทใจว่า มีสิ่งที่มองไม่เห็น ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ พาให้เรากลายเป็นคนรวยอยู่จริง ทำให้นักเรียนกลายเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่หยิ่งยโส โอหัง อวดดี อวดเก่งอีกต่อไป แค่นี้ก็โคตรเหนื่อยแล้ว จะให้ผมมารับผิดชอบกับเงินลงทุนของนักเรียนอีก แบบนี้มันก็เกินไป

ตลอดเวลาที่ผมเล่นหุ้น 30 ปี ผมไม่เคยถามใครว่า เล่นหุ้นตัวใดดี ผมถือคติที่ว่า หากต้องรวยเพราะถามคนอื่น ผมขอตายดีกว่า ชีวิตมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากเกินกว่าที่จะให้ใครมาทำให้เรารวย นอกจากปัญญาของตนเอง ถ้าไม่มีปัญญา ก็ไปตายซะ ผมบอกกับตัวเองแบบนี้มาโดยตลอด

เพราะการถือคตินี้แบบเสียชีพอย่าเสียสัตย์ ทำให้เกิดการค้นคว้า และเรียนรู้การวิเคราะห์ และเล่นหุ้นด้วยตัวเอง โดยหากติดขัดประเด็นใด ผมก็จะคุยกับคนข้างใน มันดูเหมือนบ้า แต่ไม่บ้า ซึ่งอาการพูดคุยกับคนข้างในนี้ จริงๆ แล้วทางพุทธศาสนาก็คือ อาการวิปัสสนานั่นเอง เรากำลังหาความจริงด้วยการไปถามจิต ปุจฉา วิสัชนา กับจิต (คนข้างใน) ว่าสุดท้ายแล้ว เขา (คนข้างใน) เห็นอย่างไร

บางทีเขาเห็นชัดเจนมาก เขาก็บอกเราว่า “หมดตัว” และไอ้ตอนที่เขาบอกว่า หมดตัว แล้วเราก็เห็นด้วยไปกับเขาว่า หมดตัว ภาวะตอนนั้นเป็นภาวะที่คำพูดไม่พออธิบาย เหตุผลแห่งการอธิบายว่า ลงทุนซื้อหุ้นตัวนี้ทำไม หากมีใครมาถามเรา เราก็จะไม่ตอบ มันเป็นการตอบที่ตอบไปก็เหมือนกับสีซอให้ควายฟัง นี่เองที่พระพุทธเจ้าบอกว่า การรู้อะไรที่เป็นการรู้ความจริง จะเป็นการรู้แบบเฉพาะตน หรือที่เรียกว่า ปัจจัตตัง

คนข้างในคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้การตัดสินใจของนักเรียนถูกต้อง ไม่ใช่ผมแน่นอน

มีวิธีดูและสังเกตว่า การตัดสินใจที่เกิดขึ้น ว่าจะลุยหุ้นตัวนี้แล้ว ใช่มาจากคนข้างในหรือเปล่า สามารถสังเกตได้จาก พฤติกรรมทางกายและใจของตัวนักเรียนเอง ว่าหลักกาลามสูตรแต่ละข้อ มีข้อใดบ้างที่นักเรียนละเมิดอยู่

ถ้าไม่มีข้อใดเลยที่นักเรียนละเมิดหลักกาลามสูตร การตัดสินใจที่เกิดขึ้น เป็นผลงานของคนข้างในแน่นอน และขอให้นักเรียนเชื่อเถอะ ว่าคนข้างในไม่เคยพลาด เขาเล่นหุ้นเก่งมาก

มีข้อต้องระวังตรงที่เกิดการตัดสินใจเหมือนกัน แต่ ณ ขณะที่กำลังจะตัดสินใจ ใจของนักเรียนเกิดอาการลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) แบบนี้การตัดสินใจที่เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่มาจากคนข้างใน งานนี้สิ่งที่ตามมาหลังการตัดสินใจ ก็คือ หายนะ

ว่าจะเขียนต่อ แต่ก็ได้ยินแว่วเสียงของนักเรียนหลายคน ถามว่า หลักกาลามสูตรคืออะไร มีกี่ข้อ และแต่ละข้อมีอะไรบ้าง

ขอตอบว่า หลักกาลามสูตร ก็คือข้อห้าม 10 ข้อห้ามที่ต้องไม่ถูกใช้เพื่อการตัดสินใจ แต่ละข้อว่าไว้ว่าอะไรบ้าง ขอให้นักเรียนหาคำตอบเป็นการบ้านก็แล้วกัน (ขออาสาสมัครซักคนส่งการบ้านมา แล้วจะเอาลงให้ทุกคนได้ศึกษากัน)

ปิดท้าย ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้นักเรียนที่ชอบยืมจมูกคนอื่นหายใจ เพื่อจะเดินทางลัด ไปสู่ความสำเร็จ (รวย) เปลี่ยนทัศนคติหันมาให้ความสำคัญกับปัญญา และการพึ่งปัญญาของตัวเอง ให้พวกเขาตระหนักรู้ว่า พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ด้วยการช่วยเหลือจากคนข้างใน (จิต)

ปิดท้ายอีกที คนข้างในจะออกมาได้ ก็ต่อเมื่อนักเรียนทำการวิเคราะห์หุ้นตัวนั้น ด้วยความเข้าใจแบบทะลุปรุโปร่ง โดย ณ ขณะวิเคราะห์นักเรียนก็ใส่จิตวิญญาณเจ้าของธุรกิจเข้าไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้การวิเคราะห์ให้ผลออกมาทั้งคำตอบในทางวิชาการ และคำตอบในทางความรู้สึก

เมื่อคำตอบในทางความรู้สึกเกิดขึ้น ตอนนั้นแหละคนข้างในเริ่มแผลงฤทธิ์แล้ว