Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

Story ที่ใช้เพื่อการลากหุ้น ตอน 3

หมายเหตุ ผมเขียนเรื่องนี้ (ตอน 3) เมื่อวันที่ 9/2/58 ตอนนั้น PDI ยังอยู่ที่ 18 บาทกว่า มาวันนี้ PDI เกิน 20 บาทไปแล้ว แต่อย่างไรข้อเขียนที่เขียนล่วงหน้าก็ยังคงให้ประโยชน์ ขอให้นักเรียนศึกษาด้วยความใส่ใจและตั้งใจก็แล้วกัน

เรื่องเงินลงทุนของ PDI หากนักเรียน Print งบการเงินไตรมาสที่ 3/57 (ไตรมาส 4/7 จะออกภายในเดือนกุมภาพันธ์ 58) เอามาลองหาจำนวนเงินลงทุนที่ PDI จะลงทุนโครงการใหม่แบบคร่าวๆ นักเรียนก็สามารถเอาสินทรัพย์หมุนเวียน (1) ตั้งหักออกด้วยหนี้สินหมุนเวียน (2) ได้ตัวเลขเท่าไร เอาไปบวกกับ 2 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น (3) ที่ได้เอาหนี้สินรวม (4) หักออกไปแล้ว สามารถเขียนสมการได้ว่า

เงินลงทุน = (1) – (2) + [2 (3) – (4)]

ถ้าจำตัวเลขไม่ผิด น่าจะอยู่ที่เกิน 5,000 ล้านบาท (นักเรียนลองไปหาตัวเลขดู)

วันนี้ (10/2/58) PDI ซื้อขายกันอยู่ที่ 18.50 บาท PAR 10 บาท มี P/BV มากกว่า 1 เท่าเล็กน้อย ทำให้รู้สึกว่า หากซื้อ PDI แล้ว PDI เลิกกิจการ ไม่ได้ทำธุรกิจต่อ เงินลงทุนก็ไม่สูญหายแต่อย่างใด น่าจะได้กลับมาครบถ้วน ทำให้รู้สึกต่อไปอีกว่า หุ้นบ้าอะไร มีเงิน มีอนาคตแต่ไม่มี Premium

การไม่มี Premium กับเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีตเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจกันได้ไม่ยาก สาเหตุเพราะ PDI ทำกิจการเหมืองแร่ ธุรกิจวางอยู่บนความไม่แน่นอน ว่าปริมาณสายแร่ที่ขุดได้จะมากจะน้อยในแต่ละปี อีกทั้งราคาแร่และอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนตลอดเวลา งานนี้แม้ PDI จะเป็นเหมืองใหญ่และเหมืองเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็ไม่ได้มีพลังอำนาจของการผูกขาดตลาดอย่าง 100%

เมื่อความไม่แน่นอนปกคลุม PDI กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) ของ PDI จึงไม่ได้บวกตลอดเวลา บางปีอาจบวกมาก บางปีอาจบวกน้อย หรือบางปีอาจขาดทุน ทำให้ E ไม่ได้บวกและโตต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลที่ราคา PDI ไม่มี Premium (P/BV ใกล้ 1 เท่า)

ความไม่แน่นอนที่ปกคลุม PDI ทำให้ E ไม่แน่นอน หากจะคุยกันแบบเจาะลึก ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ PDI ประสบความสำเร็จในการทำกิจการเหมืองแร่หรือเปล่า

ประเด็นคำถามนี้ หากถามนักเรียน นักเรียนจะตอบด้วยข้อมูลอะไรในงบการเงิน

คำตอบก็คือ ตอบด้วยการดูรายการกำไรสะสมใน งบดุลตรงส่วนทุน ถ้าเป็นบวกมากๆ เป็นหลักหลายร้อยล้าน พันล้านบาท แสดงว่า แม้ความไม่แน่นอนจะปกคลุม PDI ทำให้ E ไม่แน่นอน และไม่มีเสถียรภาพ (E ไม่บวกตลอดและไม่โตต่อเนื่อง) แต่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาก็เรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จ

ประสบความสำเร็จที่ทำให้คนที่ลงทุน PDI ลงทุนใส่เงินที่หุ้นละ 10 บาท มาวันนี้กลายเป็น 18 บาท มีกำไรสะสมต่อหุ้นประมาณ 8 บาท (ไม่นับเงินปันผลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ PDI แจกให้กับผู้ถือหุ้น)

ทำไมผมจึงพูดว่า 8 บาทเป็นกำไรสะสม สาเหตุก็เพราะ P/BV ใกล้ 1 เท่า แสดงว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ 18 บาทโดยประมาณ เมื่อหักเงินลงทุนที่หุ้นละ (PAR) 10 บาท ออก จึงเหลือ 8 บาท เป็นกำไรสะสม

นักเรียนบางคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ และแม่นงบการเงินจะท้วงออกมาว่า กำไรสะสมอาจไม่ใช่ 8 บาทก็ได้ สาเหตุเพราะ PDI มีการขายหุ้นเกิน PAR ตอนนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น และตลอดระยะเวลาที่อยู่ในตลาดอาจมีการเพิ่มทุนมาเรื่อยๆ ที่ราคาขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเกิน PAR ทำให้ในตัวเลข 8 บาท มีรายการส่วนเกินมูลค่าหุ้นปนอยู่ด้วย ดังนั้นหากจะหากำไรสะสมว่าเป็นกี่บาทต้องเอาส่วนเกินมูลค่าหุ้นต่อ 1 หุ้น หักออก จึงจะได้ตัวเลขกำไรสะสมที่ถูกต้อง

มาถึงตรงนี้ นักเรียนได้อะไรบ้าง จากข้อเขียนในวันนี้

สิ่งที่นักเรียนได้ก็คือ เมื่อนักเรียนเข้าใจงบการเงินอย่างลึกซึ้ง แค่เห็น P/BV 1 เท่า รู้ว่าราคาตลาด (P) อยู่ที่ 18 บาท นักเรียนก็เอา 18 บาท วินิจฉัยส่วนของผู้ถือหุ้นได้แล้ว โดยไม่ต้องไปรอให้เห็นงบการเงิน นี่ถือเป็นการเดาข้อมูลไปล่วงหน้า ก่อนที่จะไปค้นและวิเคราะห์งบการเงิน มันทำให้นักเรียนเดากำไรสะสมคร่าวๆ ว่าสูงสุดน่าจะอยู่ที่ 8 บาท คูณด้วย 220 ล้านหุ้น ได้เท่ากับ 1,760 ล้านบาท แต่ในตัวเลข 1,760 ล้านบาท ยังไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกต้อง ยังต้องไปดูรายการส่วนเกินมูลค่าหุ้น เพื่อเอามาหักออกจากกำไรสะสม จึงจะรู้ว่า กำไรสะสมที่แท้จริงเป็นเท่าไรแน่

แม้ยังไม่เห็นงบการเงิน แต่นักเรียนรู้แล้วว่า PDI มีกำไรสะสมแน่ๆ บวกกับการรู้ว่าที่ PDI ราคาไม่ขึ้น เพราะมีความไม่แน่นอนครอบคลุม PDI เอาไว้อยู่ ซึ่งความไม่แน่นอนก็คือ ตัว E ที่ไม่แน่นอน

มาวันนี้ PDI จะเลิกกิจการเหมือง แล้วเอาเงินสด เงินกู้ และทรัพยากรทั้งหมดที่มีทุ่มลงทุนกับโครงการธุรกิจสีเขียวที่มีพลังอำนาจของการผูกขาด คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนของตัว E จะจางหายไปหรือไม่ ทำให้ต่อแต่นี้ ตัว E จะมีความแน่นอน โดย E จะโตขึ้นตามโครงการลงทุนใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้น ซึ่งนั่นมีความหมายว่า หุ้นที่ไม่มี Premium เลย ก็ถึงเวลาที่จะเทิร์นอราวด์ มี Premium เกิดขึ้น เพราะธรรมชาติของราคาหุ้น คือ การขึ้นไปรอ E ที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต (3 เท่าของ BV)

มาวันนี้หากตัดสินใจซื้อ PDI ที่ 18 บาท มี P/BV ใกล้ 1 หรือมากกว่า 1 เล็กน้อย ความเสี่ยงของนักเรียนอยู่ตรงไหน ขอให้ตอบมาเป็นการบ้าน

คำตอบ

(1) PDI หาโครงการใหม่มาลงทุนไม่ได้

(2) PDI เลิกกิจการ

2 คำตอบนี้มีความเป็นไปได้ที่ใกล้ศูนย์เปอร์เซ็นต์

นับจากนี้อีก 2 – 3 ปี เหมืองปิด นับจากนี้ใกล้จะลุยโครงการใหม่ หากลุยแบบเริ่มต้นเอง ก็อีก 2 – 3 ปี โครงการเสร็จ งานนี้รายได้ในงบการเงินก็จะถูกต่อยอดจากโครงการใหม่ ภาพนี้ทำให้เห็นว่า จากเหมืองสู่โครงการธุรกิจสีเขียว PDI วางแผนเอาไว้แล้ว ไม่ให้รายได้และ E สะดุด ทุกอย่างจะต้องเหมือนการลากเส้นบนจุดไข่ปลาให้กลายเป็นภาพ

2 – 3 ปี นับจากนี้ที่ PDI โฉมใหม่น่าจะเกิดขึ้น และเป็นไปได้สูงมากๆ เป็นอีกเรื่องที่เหมือนกับ WAVE เหลือเกิน (บนโลกแห่งความไม่แน่นอน นักเรียนต้องตั้งสติระลึกเอาไว้ในใจตลอดว่า เหมือนก็ได้ ไม่เหมือนก็ได้ ห้ามตัดสินใจลงทุนจากบทความนี้เด็ดขาด เพราะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเอามาพิจารณาเพิ่มเติมด้วย) ครั้งหน้าเรามาว่ากันต่อครับ