Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

อานาปานสติกับการเล่นหุ้น ตอน 3

ไอน์สไตน์รู้ว่า เมื่อวัตถุเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสง วัตถุจะหายไป และเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงาน (E = MC2)

มวลสารกับพลังงานเปลี่ยนไปเปลี่ยนกลับตลอดเวลา

อย่างมนุษย์ถ้าเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสงได้ ตัวคนจะหายไป พูดอีกอย่างก็คือ ภาวการณ์หายตัวได้จะเกิดขึ้น แต่คนเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสงไม่ได้ คนจึงหายตัวไม่ได้ แต่หากคนเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสงได้ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น

คำตอบก็คือ ตัวคนจะหายไป และเวลาของคนคนนั้นจะหยุดนิ่งและถ้าเหนือขึ้นไปกว่านั้น คือถ้าคนเคลื่อนตัวด้วยความเร็วกว่าแสง อะไรจะเกิดขึ้น

คำตอบก็คือ เวลาจะย้อนกลับ คนจะเห็นอดีตชาติของตัวเองได้ การเห็นอดีตชาติของตัวเองได้ เป็นเรื่องที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพอธิบายไว้

ไอน์สไตน์คิดกับเรื่องมวลสารที่มีความสามารถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสงทุกลมหายใจเข้าออก แต่คิดอย่างไร ก็มืดแปดด้าน จนมาเจอการค้นพบของซิกมันด์ ฟรอยด์ เรื่องจิตที่ซ่อนอยู่ในตัวคน (ย้อนอ่านตอน 2 วันที่ 26/12/57) ทำให้ไอน์สไตน์นึกถึงอนุภาคที่เล็กที่สุด เล็กถึงขนาดที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีตัวตน อย่างจิต ว่าจิตนี่แหละมีคุณสมบัติที่เคลื่อนตัวเร็วเท่าแสงได้

ไอน์สไตน์จึงตั้งต้นจากเรื่อง จิต ที่เชื่อว่าเป็นอนุภาคที่เล็กที่สุด จับต้องไม่ได้ ซ่อนอยู่ในตัวคนตรงที่ว่างและความเงียบ ว่าจิตในตัวคนนี่แหละจะใช้อธิบายการทำงานของทฤษฎีสัมพัทธภาพได้

พุทธศาสนาจึงถูกศึกษาโดยไอน์สไตน์ทันที เพราะไอน์สไตน์รู้ว่า พระพุทธเจ้าบัญญัติวิธีการระลึกชาติ ผ่านการฝึกสมาธิและสติ ว่าคนเราสามารถระลึกชาติได้ ถ้าจิตได้รับการฝึก และการระลึกชาติได้เป็นเรื่องของความรู้อันยิ่งยวดเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้าใจ (อภิญญา)

จิตที่ได้รับการฝึก จึงเกิดความรู้พิเศษขึ้นมาได้

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ยังค้นไม่เจอจิต     ไอน์สไตน์ ไม่เคยให้ความสำคัญกับศาสนาทุกศาสนา แต่พอซิกมันด์ ฟรอยด์ เจอจิตที่พระพุทธเจ้าบอกเอาไว้ก่อนหน้าเมื่อ 2,600 ปี ไอน์สไตน์จึงทึ่ง และบอกกับตัวเองว่า จิตที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเอาไว้ว่าอยู่ในตัวคนถูกพิสูจน์แล้วว่า มีอยู่จริง อนุภาคที่เล็กที่สุดมีอยู่จริง และเมื่อมันไม่มีรูปร่าง จับต้องไม่ได้ มันก็ต้องมีความสามารถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสงได้ และไม่เพียงที่มันจะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วแสง มันยังมีความสามารถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเกินแสงได้อีกด้วย ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เวลาย้อนกลับ พาให้คนๆนั้นระลึกชาติได้

เมื่อไอน์สไตน์เข้าใจถึงตรงนี้ ไอน์สไตน์จึงปาฐกถาครั้งใหญ่ต่อหน้าคนเป็นพันว่า หากจะให้ตัวเขาเลือกนับถือศาสนาใดบนโลกใบนี้ เขาขอเลือกนับถือศาสนาพุทธ เพราะศาสนาพุทธอธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพของเขาได้ (ไอน์สไตน์เป็นคนยิว)

เพราะไอน์สไตน์พีอาร์ศาสนาพุทธนี่แหละ ชาติตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกาจึงแห่เข้ามาศึกษาเพราะไตรปิฎก แล้วย่อยเอาไปผสมกับวิชาจิตวิทยา และการบริหารธุรกิจของฝ่ายตะวันตก สร้างตำราที่นักเรียนเห็นอยู่ทั่วไป ที่มีชื่อบนหน้าปกว่า พลังแห่งจิตใต้สำนึก พลังแห่งปัญญา ฯลฯ

หนังสือในสไตล์นี้อธิบายจิตที่ซ่อนอยู่ในตัวคน หากคนฝึกสติตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ อย่างฝึกอานาปานสติ คนจะเริ่มรู้จัก เห็น และเชื่อ ว่าจิตมีอยู่จริงในกาย คนจะเริ่มรู้สึกและสัมผัสได้ ถึงการมีที่ปรึกษาที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอและมีได้ ที่ปรึกษาที่ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตา อยู่กับเรามาโดยตลอด และหากศึกษาดีๆ จะพบว่าที่ปรึกษา (จิต) นี้อยู่กับเรามาก่อนที่เราจะเกิดมาเป็นคนซะด้วยซ้ำ (จะเขียนอธิบายในภายหลัง)

ขึ้นชื่อว่าที่ปรึกษาก็แน่นอนว่า ต้องให้ข้อคิดเห็น ให้คำแนะนำเรื่องที่ถูก เรื่องที่ดี เรื่องที่ควรทำได้ นี่ไงล่ะที่ผมบอกว่า เหตุการณ์การเล่นหุ้นเก่งจะเกิดขึ้นได้ เมื่อนักเรียนฝึกการหยุดคิด เพื่อให้จิตออกมาทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับเราได้ แบบไม่ต้องพยายามหาวิธีว่า เล่นหุ้นอย่างไรจะให้เก่ง มันเก่งของมันได้เอง โดยไม่ต้องมีใครสอน สาเหตุเป็นเพราะอะไรนักเรียนรู้หรือเปล่า

สาเหตุก็เป็นเพราะ จิตที่โผล่ออกมาในขณะที่สมองหยุดการคิดนึก แล้วนักเรียนรู้จักและจับจิตได้ในความรู้สึกของนักเรียน (เกิดภาวะระลึกรู้ตัวอยู่ตลอด ทำให้ความโลภ โกรธ หลง วิตกกังวล ฟุ้งซ่าน ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ฯลฯ หายไป) พาให้นักเรียนรู้จักตัวเองมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ เป็นเหตุให้นักเรียนรู้จักผู้อื่น มีความสามารถที่จะอ่านใจคนอื่นออก

ตรงอ่านใจคนอื่นออกนี่แหละ จะเป็นการอ่านใจที่นักเรียนไม่ได้คุยกับคนอื่นแบบปะทะปากต่อปาก หรือต้องเผชิญหน้าอย่างเห็นกันจะๆ ว่าไอ้นี่หน้าตาเป็นอย่างไร แค่นักเรียนอ่านข่าว เห็นปริมาณการซื้อขายหุ้น เห็นตัวเลขในงบการเงิน นักเรียนก็สามารถจะรู้ว่า เจ้ามือมันกำลังทำอะไรกันอยู่ พาให้นักเรียนจินตนาการภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตว่าอะไรจะเกิด ขึ้น

อะไรจะเกิดขึ้น คืออะไรจะเกิด

คำตอบก็คือ ราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง

คำตอบที่นักเรียนได้ ไม่ใช่มาจากการคิดที่วิเคราะห์ด้วยสมอง แต่มาจากความรู้สึก ซึ่งเป็นอาการที่จิตแสดงออก และสาเหตุที่จิตแสดงออกได้ ก็เพราะจิตอ่านใจเจ้ามือออกนั่นเอง

นี่คือวิทยาศาสตร์ทางจิต ที่จิตสื่อรู้ถึงกันได้ ถือเป็นความรู้ (อภิญญา) ที่เกิดจากการทำงานของจิต หลังจากที่สมองหยุดคิดมานาน และนักเรียนจับจิตเจอแล้ว

การหยุดคิด จึงพาให้จิตโผล่ขึ้นมาทำหน้าที่ที่ปรึกษา โดยจิตจะโผล่ออกมาพร้อมกับสติที่ระลึกรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา พาให้เกิดการรู้จักตัวเอง และทำให้รู้จักและอ่านใจผู้อื่นได้ ทำให้เกิดการเล่นหุ้นตามเจ้ามือได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ข้อมูลภายในที่เป็นการเอาเปรียบรายย่อยเลย

ครั้งหน้าจะคุยเรื่องนี้กันต่อ