Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

อานาปานสติกับการเล่นหุ้น ตอน 2

แอนนาเป็นหญิงสาวอายุ 20 ต้นๆ เธอปฐมพยาบาลดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตด้วยความรักและเอาใจใส่ แบบชนิดที่ว่าไม่ใช่ดูแลธรรมดา แต่เป็นการดูแลด้วยความหวัง หวังว่าพ่อของเธอจะต้องหาย พ่อของเธอต้องห้ามตาย

เขียนมาถึงตรงนี้ ไม่รู้นักเรียนนึกภาพออกหรือเปล่าว่า เธอดูแลพ่อแบบเดิมพันด้วยชีวิต แบบว่ามีการพูดกับตัวเองว่า ถ้าพ่อตาย เธอขอตายด้วย

อารมณ์แบบนี้เป็นอารมณ์แบบที่ผมพยายามสอนนักเรียนมาโดยตลอดว่า คนเราต้องทำอะไรอย่างเอาจริงเอาจัง อย่างถ้าจะเล่นหุ้น ก็ต้องบอกกับตัวเองว่า ถ้ารวยไม่ได้กับการเล่นหุ้น จะขอฆ่าตัวตาย อารมณ์แบบนี้นี่แหละ จะทำให้สถานการณ์อิทธิบาท 4 เกิดขึ้นในใจของนักเรียน (ฉันทะ จิตตะ วิริยะ วิมังสา) นักเรียนจะเกิดอาการบ้า เป็นอาการบ้าที่คนภายนอกที่มองเข้ามาเห็นความผิดสังเกตอย่างชัดเจน

นอนน้อย เอาเวลานอนมาศึกษาและวิเคราะห์หุ้น พาให้นักเรียนรู้สึกถึงว่า การเรียนนอกรั้วมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นได้จริง มีเสน่ห์ และได้ผลดีกว่าการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยที่ถูกบังคับให้เรียน พาให้ชีวิตนักเรียนไม่มีเวลาว่างมากอีกต่อไป

พูดน้อย นักเรียนจะเริ่มเกลียดการพูด และเริ่มเกลียดการถามไปพร้อมๆ กัน อยากจะค้นคว้าหาคำตอบต่อเรื่องที่นักเรียนสงสัยด้วยตัวเอง อาการยืมจมูกผู้อื่นหายใจหายไปแล้ว

กินน้อย นักเรียนจะไม่หิวแบบในอดีต เพราะนักเรียนไม่มีเวลาว่างที่จะคิดถึงเรื่องหิว เพราะ ณ ขณะทำงาน จิตเข้าสมาธิ พาให้นักเรียนก้าวข้ามเวลาแบบไม่นึกถึงตัวตน ทำให้เกิดภาวะที่ลืมว่ามีตัวนักเรียนอยู่บนโลกใบนี้ (สมองไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นใดเลย ที่มีตัวนักเรียนเกี่ยวข้องอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ)

เกิดศรัทธาในใจว่า ชาตินี้กูรวยแน่ ไม่มีทางที่จะไม่รวย เพราะกูไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว กูขยันและเอาจริงแบบนี้ จะไม่รวยได้อย่างไร แต่ถ้าหากไม่รวย ก็ไม่เป็นไร จะสนุกสนานกับมัน (หุ้น) ถือว่าขำๆ

ไอ้ศรัทธาที่เกิดขึ้นในใจนี่ มีอาการแปลกๆ แปลกตรงที่ว่า ศรัทธาแรงกล้า แต่ถ้าผิดหวังก็สามารถที่จะปลงและยอมรับกับความไม่สำเร็จได้

ขยันเหลือเกิน ขยันจริงๆ ขยันแบบไม่มีใครต้องมาบังคับ ทำให้นิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งหายไป ดินที่พอกหางหมูเอาไว้ก็ค่อยๆ ถูกแกะ พาให้เกิดการทำงานได้เสร็จและทันเวลาตลอด ไม่มีเหตุการณ์ที่นักเรียนชอบอ้างว่า ไม่มีเวลา

ไม่อยากมีเพื่อนมากแบบในอดีต เพราะจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกในใจว่า เหล่าผองเพื่อนที่คบอยู่จำนวนมากเป็นบัวใต้น้ำ คบไปก็เสียเวลา ชีวิตของนักเรียนถึงเวลาออกเดินทางไกลเพื่อไปค้นหาขุมทรัพย์ และค้นหาตัวเองไปด้วย ทำให้นักเรียนเลือกเพื่อน และคบเพื่อนน้อยลง

ใจของนักเรียนจะสงบ มีเมตตา และไม่เห็นแก่ตัวแบบในอดีตอีกต่อไป ที่คิดจะทำอะไรก็เพื่อกู เพื่อกู และเพื่อกู มาวันนี้นักเรียนมีอาการเกรงใจคนทุกคนที่นักเรียนเข้าไปรู้จักและเกี่ยวข้อง ด้วย

หลายๆ อาการที่ยกตัวอย่างมานี้ อยากให้นักเรียนลองทบทวนและสังเกตจิตใจของตัวเองให้ดี จะทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกว่า นักเรียนเป็นคนพิเศษที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ก็เพื่อจะประสบความสำเร็จ และรวยกับหุ้นแน่นอน

วกกลับมาเรื่องของแอนนาอีกที สุดท้ายพ่อของเธอตาย หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตมานาน เธอเสียใจแบบสุดๆ (โคตรของโคตรเสียใจ)

อีกไม่นานต่อมา แอนนาหญิงสาวหน้าตาดี อายุ 20 กว่าๆ ก็เริ่มป่วยเป็นอัมพาต มีอาการแบบพ่อของเธอ

ทีมแพทย์ที่หนึ่งในนั้นมี ซิกมันด์ ฟรอยด์ พยายามหาจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นในสมอง แต่หาอย่างไร ก็ไม่เจอสาเหตุ สมองของแอนนาปกติทุกประการ ทำให้ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เครียดอยู่นาน

สุดท้าย ซิกมันด์ ฟรอยด์ ก็เจอ จิต ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้     แอนนาป่วย

จิตที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ บอกว่า ซ่อนอยู่ในกายตรงที่ว่างและความเงียบ มีอยู่จริงๆ จิตนี้ไม่มีตัวตน เป็นนามธรรม มีอิทธิพลเหนือสมอง สามารถเข้าไปควบคุมสมองได้ พาให้แอนนากลายเป็นอัมพาต ดังนั้น การจะรักษาแอนนาให้หาย จะต้องหาตัวจิตนี้ให้เจอ และให้มันเลิกเข้าไปควบคุมสมอง

วิธีสะกดจิตถูกนำมาใช้ แอนนาดีขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายแอนนาหายป่วย กลับมาเป็นคนปกติ

ซิกมันด์ ฟรอยด์ ส่งข่าวนี้ไปถึงไอน์สไตน์ บอกกับไอน์สไตน์ว่า เขาเจออนุภาคที่เล็กที่สุด ที่วัดขนาดไม่ได้ จะใช่พลังงาน (E) ตัวเดียวกับที่ไอน์สไตน์เจอในสมการ E = MC2 หรือไม่ก็ไม่รู้ และเขายังบอกเรื่องที่สำคัญมากๆ ว่า จะเจอจิตได้ด้วยวิธีอย่างไร

นักเรียนลองเดาดูซิ ไม่รู้จะเดาออกหรือเปล่า

ซิกมันด์ ฟรอยด์ บอกว่า จะเจอจิตได้ก็ต่อเมื่อสมองหยุดการนึกคิด

การไปนอน และเกิดการหลับลึก ช่วงเวลานั้นจิตจะออกมาทำงาน

มาวันนี้นักเรียนรู้แล้วว่า ณ ขณะหลับ มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเราไม่หลับ มันออกมา

ถ้าจับมันได้ มันจะช่วยเรา ซิกมันด์ ฟรอยด์ รู้แค่นี้ แต่พระพุทธเจ้ารู้มากกว่า และรู้มาก่อน ว่าถ้าจับมันได้ มันจะสร้างความเป็นอัจฉริยะ และมอบความรู้พิเศษให้กับนักเรียน

ความรู้พิเศษที่มีต่อการเล่นหุ้น แบบที่ไม่ต้องมีคนมาสอน ทำให้นักเรียนเล่นหุ้นแล้วรวย รวย รวย

ครั้งหน้าจะเขียนเล่าให้ฟังต่อ