Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

อานาปานสติกับการเล่นหุ้น ตอน 1

นับถอยหลังเข้าสู่สิ้นปี (31/12/57) อยากให้นักเรียนใช้เวลาอันมีค่าและมีความหมายมากที่สุดนี้ ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาตลอดปี 57 ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่นักเรียนรู้สึกดีและภาคภูมิใจไปกับมัน และมีเรื่องอะไรบ้างที่นักเรียนรู้สึกว่า เป็นความผิดพลาด บกพร่อง ซึ่งนักเรียนได้กระทำผิดอย่างซ้ำซาก ถึงขนาดบ่นพึมพำกับตัวเองว่า เอาอีกแล้วกู เจ็บแล้วไม่จำ เฮงซวย สมน้ำหน้า กูไม่น่าเลย ฯลฯ

เสียงที่บ่นพึมพำในใจนี่แหละเป็นยาขนานเอกที่จะช่วยให้ชีวิตของนักเรียนดีขึ้น มันจะไปอยู่ในความทรงจำ เตือนจิตนักเรียนให้ระลึกถึงความผิดพลาดบกพร่องที่ผ่านมาในอดีต ที่เคยเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก อย่างเหตุการณ์การเล่นหุ้นที่นักเรียนซื้อหุ้นถูกตัว แต่ขายเร็วเกินไป ทำให้วันนี้ยังไม่รวย ยังอยู่ในอาการล้อฟรีเคลื่อนตัวไปข้างหน้า (รวย) ไม่ได้

อย่างเหตุการณ์ที่นักเรียนไม่ยอมซื้อหุ้นตอนที่หุ้นยังไม่ขึ้น ทั้งๆ ที่เล็งเอาไว้ก่อนหน้าตั้งนานแล้ว ว่าจะซื้อแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ซื้อ มาซื้ออีกทีก็ตอนที่ราคาถูกไล่ขึ้นไปสูงแล้ว หลายสิบเปอร์เซ็นต์หรือเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้นักเรียนเสียโอกาสในการทำกำไรไปมาก ไม่เพียงแค่เสียโอกาสในการทำกำไร นักเรียนยังเสียความรู้สึกอีกด้วย

อย่างเหตุการณ์ที่ใจของนักเรียนเกิดอาการลังเลว่า จะซื้อดีหรือไม่ซื้อดี แต่สุดท้ายก็ฝ่าความลังเลเข้าไปซื้อ เพราะเห็นหุ้นกำลังอยู่ในอาการคึก มีคนเข้ามาเล่นเยอะ และมีบทวิเคราะห์ทุกสำนักเชียร์ให้เล่น ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ นักเรียนติดหุ้น

อย่างเหตุการณ์ที่นักเรียนลงทุนแบบไม่เหลือสำรอง ทำให้ต้องขายหุ้นในขณะที่หุ้นยังไม่ขึ้น ทำให้นักเรียนเจ๊ง โดยสาเหตุที่ต้องขายก็เป็นเพราะเงินของนักเรียนไม่เย็นพอ และไม่เหลือเงินสำรองเพื่อจับจ่ายใช้สอย มันจึงโดนอีกแล้ว

หลายเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างมา อยากให้นักเรียนทบทวนว่า ความผิดพลาดบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการเล่นหุ้น เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าไม่เกิดซ้ำซาก อย่างเหตุการณ์ที่ซื้อหุ้นถูกตัว แต่ขายเร็วไป ป่านนี้นักเรียนรวยไปแล้ว

นิ่งๆ ใจเย็นๆ สงบๆ ไม่ตื่นไหวไปกับความโลภในใจ และไม่ตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ของความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว ทำให้นักเรียนมองไม่เห็นภาพอนาคต อันเป็นเหตุให้นักเรียนขาดจินตนาการ ที่จริงๆ แล้วมันมีความสำคัญมากกว่าความรู้ พาให้นักเรียนไม่เห็นว่าราคามันจะขึ้นไปถึงที่ใด หรือในทางตรงกันข้าม กรณีหุ้นที่นักเรียนซื้อเอาไว้เกิดตกขึ้นมา นักเรียนก็ไม่เห็นว่ามันจะตกไปถึงที่ราคาใด ทำให้การตัดสินใจถือรอให้ขึ้นต่อไป หรือขายทันทีเพื่อหยุดขาดทุน เป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน

ผมจึงอยากบอกนักเรียนว่า มีวิธีที่สามารถจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เพื่อให้การเล่นหุ้นกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ไม่เกิดอาการลังเลสงสัย ไม่เกิดอาการโลภในใจที่ทำให้แช่หุ้นได้ไม่นาน และทำให้การเล่นหุ้นกลายเป็นกิจกรรมยามว่าง เหมือนทำสวน ปลูกต้นไม้ รอคอยวันที่ต้นไม้ออกดอกและให้ผลอย่างมีความสุข

วิธีที่ว่าของผม ก็คือ นักเรียนต้องฝึกการหยุดคิด

อ่านมาถึงตรงนี้ นักเรียนอาจจะงง ว่าอะไรว่ะ การหยุดคิดเนี่ยนะ จะทำให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเล่นหุ้นได้ และเมื่อแก้ปัญหาได้ การเล่นหุ้นก็จะเกิดผลเป็นความสำเร็จ

ตอนนี้เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ผมคงไม่มีเวลาเขียนต่อ เอาว่าเครื่องบินลง แล้วว่างเมื่อไหร่ ผมจะเขียนให้นักเรียนเข้าใจต่อก็แล้วกัน