Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ชั่ว 7 ที จะแก้อย่างไร

ก่อนจะเขียนเรื่องที่ขึ้นหัวเอาไว้ว่า ชั่ว 7 ที จะแก้อย่างไร ยกตัวอย่าง เรื่องหุ้น GENCO ที่นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อ ทั้งๆ ที่รู้ว่าน่าซื้อ และความเห็นส่วนตัวของผม ผมบอกว่าหุ้น GENCO ถูกจัดเข้าไปเก็บไว้ในโพยหุ้นลงทุนของผมเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อ 2 – 3 เดือนก่อน (นักเรียนที่เพิ่งมาอ่านบทความนี้ ให้ย้อนกลับไปอ่านคอลัมน์ชั่วโมงเรียนหุ้นวันที่ 11/12/57 ด้วย เพราะเป็นข้อเขียนที่ต่อเนื่องกัน) ผมขอบอกนักเรียนทุกคนว่า

อาการอยากรวย แต่ขี้เกียจ

อาการไม่ขี้เกียจ บ้าวิเคราะห์หุ้น อยากซื้อหุ้นใจจะขาด แต่ติดตรงที่ไม่มีเงิน

อาการอยากเล่นหุ้น แต่ยังไม่พร้อม รออีกนิดจะเอาจริง

อาการไม่มีเวลาศึกษาเรื่องหุ้นอย่าง 100% จึงไม่กล้า

อาการอยากหยิบยืมเงินเพื่อน หรือกู้เงินธนาคารมาซื้อหุ้น แต่หันซ้าย หันขวา ก็ไม่มีที่ไหนยินดีจะให้เงินกู้

อาการอยากตั้งเป็นกลุ่มลงทุนกับเพื่อน ให้เพื่อนๆ ร่วมลงขัน แล้วเอาเงินมาซื้อหุ้น ก็ไม่มีเพื่อนคนไหนจะตกลงปลงใจด้วย

อาการมีปัญหากับที่ทำงาน หัวหน้างานไม่รัก ดูจะไม่รุ่ง ทำให้ไม่ก้าวหน้าในการงานอาชีพ

อาการแสดงความสามารถว่า ตัวเองเก่งเรื่องหุ้น แลกเปลี่ยนกับเพื่อนอุตลุด แต่ตัวเองก็ไม่ซื้อ เพราะไม่มีเงิน หรือหากซื้อ ก็ขายเร็วเกินไป เพราะเงินที่เอาไปซื้อเป็นเงินร้อน

อาการอยากลงทุน แต่ต้องกันเงินเอาไว้จัดงานแต่งงานก่อน หรือส่งเสียลูกเรียนหนังสือ หรือซื้อบ้านก่อน

อาการลังเลไม่แน่ใจ ว่าหุ้นจะดีจริง จึงถามคนที่เคยเล่นหุ้นมาก่อน แต่ละคนพูดไม่เหมือนกันสักคน จึงไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี

อาการที่พ่อ แม่ ญาติพี่น้องเตือน ว่าอย่าไปเล่นหุ้น เพราะพวกเขาเจ๊งมาก่อน ถ้าขืนเล่น เป็นเรื่องแน่

อาการที่อยู่ระหว่างทางเลือก ว่าจะซื้อหุ้นตัวใดดี เพราะมีเงินทุนอยู่จำกัด ทำให้ลังเลและสับสน ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี จึงจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

อาการที่ซื้อหุ้นถูกตัว แล้วหุ้นกำลังขึ้น ทำให้ไม่รู้ว่าจะขายที่ราคาไหนดี

อาการอยากซื้อหุ้น เพราะเจอหุ้นที่อยากซื้อแล้ว แต่ไม่มีเงิน ไม่มีเงินจริงๆ

ทั้งหมดของทุกอาการที่ผมเขียนข้างต้น ล้วนเป็นกลุ่มอาการของปรากฏการณ์ชั่ว 7 ที ทั้งนั้น ทำให้การเล่นหุ้นไม่ประสบความสำเร็จ พาชีวิตให้ไม่เจริญรุ่งเรือง

วิธีแก้ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

(1) หางานที่นักเรียนรัก แบบยอมตายกับงานนี้ได้ จับเอางานนี้มาทำเป็นอาชีพ

(2) จาก (1) นักเรียนจะเจอสัมมาอาชีโว ในมรรคมีองค์แปด ที่เป็นหนทางแห่งความสำเร็จที่มีต่อการลงทุน

(3) จาก (2) นักเรียนจะเจอสมาธิที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างนักเรียนทำงานตอน 4 ทุ่ม แล้วเพลินไปกับเวลา รู้สึกตัวดูเข็มนาฬิกาอีกที เข็มนาฬิกาชี้ไปที่ตี 2 ผ่านเวลาตามเข็มนาฬิกาไป 4 ชั่วโมง แต่ในใจของนักเรียนรู้สึกว่า เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงชั่วโมง อาการแบบนี้แหละที่เรียกว่า เพลินไปกับเวลา และความรู้สึกในใจที่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงชั่วโมง เป็นอิทธิพลของสมาธิตามธรรมชาติ

(4) ในการงานที่นักเรียนรัก นักเรียนจะบ้าทำงาน ทำให้นักเรียนเพลินกับเวลาอยู่บ่อยๆ เกิดสมาธิตามธรรมชาติ เมื่อนักเรียนเพลินกับเวลาบ่อยๆ มันก็เหมือนกับการออกกำลังกาย นักเรียนจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและมีสุขภาพดี แต่การเพลินกับเวลาบ่อยๆ สติของนักเรียนจะดีขึ้น พูดอีกแบบก็คือ สติจะเกิดขึ้นตามสมาธิที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ เพราะนักเรียนเพลินกับเวลาอยู่เรื่อยๆ

(5) จาก (4) สติที่เกิดขึ้น จะพาให้จิตของนักเรียนเกิดองค์แห่งการตรัสรู้ (โพชฌงค์ 7) มันเป็นภาวะที่ผมชอบบอกนักเรียนว่า มันจะรู้อะไรๆ ขึ้นมาเอง (INTUITION) หรือฝรั่งชอบเรียกว่า ภาวะปิ๊งแว๊บ หรือที่ผมเขียนบอกนักเรียนว่า สติจะพาให้เกิดการเปลี่ยนสถานะจากหนอนกลายเป็นผีเสื้อ โลกใบเดิมจะถูกมองด้วยสายตาใหม่ของผีเสื้อ โลกใบเดิมจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

(6) จาก (5) ความไม่เหมือนเดิม คือ ความเข้าใจใหม่นั่นเอง ซึ่งถือว่า ศิลปะที่เป็นนามธรรมอันเป็นผลงานของจิตได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้ว ทำให้ศาสตร์ (วิชา) ที่นักเรียนรู้ด้วยสมอง ถูกจิตเข้าไปกำกับ คลอดศิลปะ เช่นเซ้นส์ แบบเห็นหุ้น GENCO แล้วหยิบข้อมูลมาวิเคราะห์ เซ้นส์ก็บอกทันทีว่า หุ้นตัวนี้ขึ้น 100% แน่นอน นักเรียนจึงจัดเต็มและจัดหนักแบบถึงขั้นหมดตัว

(7) จาก (6) ที่จัดถึงขั้นหมดตัว ไม่มีอาการกลัวเจ๊ง สาเหตุเป็นเพราะจิตเข้าไปควบคุมสมองได้เกือบ 20% ทำให้จิตรู้ความจริงถึงการไม่มีตัวคนอยู่จริงบนโลกใบนี้ คนทุกคนรวมถึงตัวนักเรียน เป็นขันธ์ 5 (ดิน น้ำ ไฟ ลม บวกจิต) ซึ่งอีกไม่นานก็ตาย สลายหายไป ส่วนกำไรที่ได้จากการเล่นหุ้น ก็เป็นกระดาษ หาใช่เงินไม่ ใจนักเรียนจึงคลายอาการยึดมั่นถือมั่น ทำให้เกิดอาการกล้าได้กล้าเสียอย่างรุนแรง จะเอาสนุกท่าเดียว

(8) จาก (7) เป็นภาวะของการได้ยินเสียงกระซิบตลอดเวลา ว่าหมดตัว หมดตัว เอ็งจะกลัวอะไรไปเล่า ก็ในเมื่อเอ็งไม่ใช่คน เงินก็เป็นแค่กระดาษ หากผิดพลาด เจ๊งขึ้นมา เอ็งก็มีการงานที่รัก (สัมมาอาชีโว) ปั้มเงิน (กระดาษ) ขึ้นมาใหม่ สุดท้ายเอ็งก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

มาถึงตรงนี้ นักเรียนคงรู้วิธีแก้อาการชั่ว 7 ทีแล้วนะ

วิธีแก้ คือไปหางานที่นักเรียนรักและทุ่มเทกับมันให้เกินร้อย

ในงานจะสร้างสมาธิ จากสมาธิจะสร้างสติ จากสติจะสร้างองค์แห่งการตรัสรู้ (โพชฌงค์ 7) จากองค์แห่งการตรัสรู้ จะสร้างความรู้ที่รู้ขึ้นมาเอง (INTUITION) ซึ่งศิลปะจะเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ชัดเจนมาก นักเรียนจึงเล่นหุ้นแบบนักเลง

ในมุมกลับ หากนักเรียนอยากเล่นหุ้น แต่ยังไม่มีเงิน หรือมีเงินไม่มาก นักเรียนก็ต้องเริ่มต้นจากการงานที่นักเรียนรัก และผ่านกระบวนการแบบเดียวกัน ทำให้นักเรียนค่อยๆ มีเงิน และค่อยๆ มีศิลปะ ซึ่งสุดท้ายแล้ว นักเรียนก็เล่นหุ้นได้มากขึ้นเรื่อยๆ

สรุปการแก้ปัญหาชั่ว 7 ที แก้โดยหาการงานที่รักแล้วทำมันแบบยอมตาย สุดท้ายก็จบลงด้วยฉากที่สวยงาม คือมีเงินเอามาเล่นหุ้น แล้วเล่นหุ้นแบบนักเลง รู้จักแช่หุ้นเอาไว้ แล้วปล่อยให้มันขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่สน เพราะเซ้นส์บอกว่าหุ้นจะดีต่อไป

ในมุมกลับกัน หากหุ้นตก ก็ไม่กลัวเจ๊ง จะขายทิ้งทันที เพราะเซ้นส์บอกว่า รอบนี้ตลาดหุ้นท้องเสีย

สรุปอีกที แก้ปัญหาชั่ว 7 ที ด้วยการงานอาชีพ นักเรียนมีการงานอาชีพที่พร้อมจะยอมตายไปกับมันแล้วรึยัง ถ้ายัง ปรากฏการณ์ชั่ว 7 ที ก็จะยังคงอยู่ เล่นหุ้นหรือทำอะไรก็สำเร็จได้ยาก