Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ไม่รู้ แต่เชื่อ

ขึ้นหัวเอาไว้ว่า “ไม่รู้ แต่เชื่อ” คำสั้นๆ นี้อาจใช้อธิบายความหมายของประโยคสะเทือนโลกที่ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ที่ไอน์สไตน์บัญญัติขึ้น

คนเล่นหุ้นถ้าปราศจากจินตนาการแล้ว ยากที่จะประสบความสำเร็จ สาเหตุเพราะขาดศิลปะนั่นเอง จินตนาการจึงเป็นอาการหนึ่งในหลายๆ อาการของคำว่า ศิลปะ

ศาสตร์ คือ ความรู้ ที่เกิดจากสมองเป็นสำคัญ แต่ศิลปะคือลีลาของการใช้ความรู้ ที่เกิดจากจิตที่ซ่อนอยู่ในกายตรงที่ว่างและความเงียบเข้าไปกำกับสมอง คลอดความเข้าใจ ที่เป็นความเชื่อ แต่หากถามว่า รู้หรือ คำตอบก็จะออกมาว่า ไม่รู้ แต่เชื่อ

เชื่อว่า BROOK โดนเทคโอเวอร์แน่เมื่อหลายปีก่อน เพราะ BROOK ดันไปลดทุน ในขณะที่การเพิ่มทุนไม่สำเร็จ ซึ่งได้อธิบายไปแล้วในชั่วโมงเรียนหุ้นวันที่ 12/12/57 ว่าเป็นเพราะอะไร

ในตอนนั้นผมเชื่อของผมแบบ 1,000,000% ว่า BROOK โดนเทคโอเวอร์แน่ แต่ผมไม่รู้ว่าใครจะมาเทค ก็เข้าทำนองประโยคที่ว่า “ไม่รู้ แต่เชื่อ”

เมื่อเชื่อแล้วก็หมดตัว

หมดตัวได้ เพราะจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่รู้แต่เชื่อ

ถ้าวันนั้นไม่มีจินตนาการ ก็จะไม่ซื้อ BROOK เพราะนักวิเคราะห์ทุกสำนักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การลดทุนสร้างความเสียหายให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุนจึงไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว

การลดทุนกรณีของ BROOK ในวันนั้นคือการเอาสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออกจากงบดุลของบริษัทประมาณ 30 ล้านบาท (ถ้าจำไม่ผิด) ทำให้ทุนจดทะเบียนของ BROOK ต้องลดลง 30 ล้านบาทด้วย หลังจากลดทุนเสร็จเรียบร้อย ก็ประกาศเพิ่มทุนใหม่ เกิดกลุ่มผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

จินตนาการเห็นการเทคโอเวอร์จบตั้งแต่ตอนที่ BROOK ประกาศลดทุนจดทะเบียนแล้ว จินตนาการจึงไม่สนใจสถานะของ BROOK ในปัจจุบัน กลับจะสนใจสถานะของ BROOK ในอนาคต ว่าราคาหุ้นจะขึ้นมหาศาล เพราะกระแสเก็งกำไรข่าวผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ กับอนาคตของ BROOK ที่จะต้องดีขึ้นกว่าเดิม

จินตนาการยังจินตนาการไปถึงผู้ถือหุ้นเดิมที่ถ้าหากจะต้องเพิ่มทุนจะต้องหาเงินมาซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทำให้พวกเขาปรารถนาเหลือเกินที่อยากให้ราคาหุ้นขึ้นไปเยอะๆ เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ยิ่งดี เพราะเขาจะได้ไม่เดือดร้อนหาเงินมาซื้อหุ้นเพิ่มทุน

นักเรียนสงสัยต่อประเด็นนี้หรือเปล่าล่ะ ว่าทำไมพวกเขาอยากให้ราคาหุ้นขึ้นสูงๆ

คำตอบก็ง่ายนิดเดียว นักเรียนลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นผู้ถือหุ้นดูซิ ถ้าราคาหุ้นขึ้นสูงๆ นักเรียนก็สามารถเอากำไรมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้

ประเด็นเอากำไรมาซื้อหุ้นเพิ่มทุน หมายความว่าอะไร

คำตอบก็ง่ายมาก ก็หมายความว่า หุ้นเพิ่มทุนจะได้มาฟรี

นี่คือเหตุผลที่ในทางทฤษฎี หุ้นตัวใดประกาศเพิ่มทุน ราคาหุ้นต้องตก แต่ในความเป็นจริง หุ้นไม่ตก แต่ดันทะลึ่งวิ่งขึ้นไปแบบคนบ้า แสดงว่ามีคนได้ประโยชน์จากกำไรส่วนต่าง และใช้ส่วนต่างนั้นเพื่อซื้อหุ้นเพิ่มทุน หุ้นเพิ่มทุนจึงได้มาฟรี

หลังจากได้หุ้นเพิ่มทุนมาฟรีแล้ว เทศกาลเล่นหุ้นก็ปิดฉากลง เราในฐานะรายย่อยที่เข้าไปซื้อตอนราคาสูงสุด ก็จะติดหุ้น และเราอีกเช่นกันที่เป็นคนเห็นเงินเป็นเงิน ก็จะไม่ยอมขาย เพราะการขายคือการขาดทุน เราจึงได้หน้าที่ใหม่อีกหน้าที่หนึ่งที่เราเองก็ไม่รู้ตัว คือ หน้าที่เป็นเสาค้ำพยุงราคาหุ้นให้กับบริษัทนั้นไปโดยไม่รู้ตัว

นักเรียนว่า ควายมั้ยล่ะ

ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ แต่เขียนไปแล้ว ก็ขี้เกียจลบ ขอโทษอีกทีก็แล้วกัน