Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

หุ้นผีบอก ตอน 2

ศิลปะล้วนๆ ที่ทำให้ผมเจอหุ้น มีลักษณะคล้ายกับว่าจะมีคนบอก ซึ่งผมขึ้นเรื่องว่า หุ้นผีบอก แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกก็ต้อง เป็นหุ้นเทวดาบอก

   TSR และ WG เป็นตัวอย่างแรก ที่ความรู้สึกว่าจะเป็นคนรวย ได้ทำให้ผมเอาหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายที่ผิดปกติมาวิเคราะห์ แล้วก็เจอ TSR และ WG เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ถ้าผมไม่รู้สึกว่าจะเป็นคนรวย ผมคงไม่บ้าหาหุ้นที่คนไม่เล่นกันมาวิเคราะห์

   ความรู้สึกว่าจะเป็นคนรวย จึงทำให้เราเป็นคนขยัน พูดน้อย กินน้อย นอนน้อย นักเรียนมีอาการแบบนี้หรือเปล่า

   ที่พูดน้อย กินน้อย นอนน้อย ก็เพราะเอาเวลาไปง่วนอยู่กับการทำงาน อยากรวย ต้องทำงานเยอะๆ จะได้เหลือเงินเอามาซื้อหุ้น จึงเจอหุ้นแปลกๆ ให้ซื้อ สุดท้ายก็กลายเป็นคนรวย

   ความรู้สึกว่าต้องเป็นคนรวย ที่เกิดขึ้นในใจตลอดเวลา ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนเล่นหุ้นแม้ว่าจะเก่งการวิเคราะห์ (ศาสตร์) ขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีความรู้สึกว่าจะเป็นคนรวย (ศิลปะ) เกิดขึ้นในใจตลอดเวลา ก็ไม่มีทางรวยจากหุ้นได้

   หุ้นตัวต่อมาก็คือ BROOK ได้ทิ้งท้ายเอาไว้เมื่อวันพุธที่ 10/12/57 ว่าที่เจอ BROOK ก่อนที่กลุ่มบูลกุลจะเข้ามาเทคโอเวอร์ เจอได้จากจินตนาการ ที่ไอน์สไตน์ยืนยันว่า มันสำคัญกว่าความรู้

   จินตนาการก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง เป็นศิลปะหรือวิทยาศาสตร์ทางจิต ที่ทำให้คนเห็นอนาคตได้ เพราะเมื่อจ๊อกกี้ (จิต) เห็นการลดทุนในขณะที่ BROOK ยังต้องการเงิน คือเพิ่มทุนก็ไม่สำเร็จ จ๊อกกี้จึงตรงรี่เข้าไปกระโดดขึ้นค่อมหลังม้า (สมอง) บังคับให้สมองวิเคราะห์ถึงสาเหตุแห่งการลดทุน ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

   ผลการทำงานของจ๊อกกี้ (จิต) ที่เข้าไปกำกับม้า (สมอง) ออกผลการวิเคราะห์มาอย่างนี้

(1) เพิ่มทุนไม่สำเร็จ แสดงว่าปัญหาทางการเงินยังคงอยู่

ทางแก้ ต้องพยายามเพิ่มทุนให้สำเร็จต่อไป และ/หรือ หาเงินกู้เพิ่มให้ได้

(2) เพิ่มทุนไม่สำเร็จ และประกาศลดทุนต่อมาทำให้สินทรัพย์ลดลง และทุนจดทะเบียนก็ต้องลดลงด้วยในจำนวนที่เท่ากัน ในขณะที่หนี้สินไม่ถูกกระทบ (เท่าเดิม) ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน (D/E) เพิ่มสูงขึ้น ธนาคารยิ่งจะให้กู้ยากขึ้นไปอีก (D/E ที่สูงๆ ธนาคารจะไม่ให้กู้)

การวิเคราะห์โดยสมองที่มีจิตคอยคุมเกมอยู่ ทำให้จิตเริ่มเห็นภาพในอนาคตว่า

อยากได้เงิน แต่กลับทำลายโอกาสในการได้กู้เงิน เป็นอะไรที่ผิดวิสัยของคนทำธุรกิจ เพราะถ้าคนทำธุรกิจไม่เสียสติ ไม่มีทางลดทุนในขณะที่กิจการต้องการเงินแน่ แต่นี่ทำ แสดงว่าต้องมีการเจรจากับกลุ่มทุนใหม่นอกรอบ และกลุ่มทุนใหม่ต้องเห็นสินทรัพย์ในงบดุลเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อประโยชน์แล้ว จึงเจรจาให้เอาออก หากไม่เอาออกก็จะไม่ร่วมทุน เพราะกลุ่มทุนใหม่จะเสียเปรียบ เข้าไปซื้อสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาแต่ต้องให้ค่าด้วย

ภาพอนาคตที่จิตเห็น ก็คือการเห็นถึงการเจรจาที่ได้ข้อยุติต่อการร่วมทุนกันมาแล้ว บวกกับเห็นปริมาณการซื้อขายคึกคักมาก หุ้นแกว่งตัวในช่วงแคบๆ จินตนาการจึงพาให้ซื้อหุ้น BROOK หมดตัว

ถ้าจำไม่ผิดซื้อที่ 0.3 บาทโดยประมาณ แล้วไปขายที่ใกล้จะ 3 บาท ยังไงลองเช็คประวัติราคาหุ้น BROOK ก่อนที่กลุ่มบูลกุลจะเข้ามา เมื่อหลายปีก่อนดู เพราะความทรงจำผมก็ลางเลือนไปพอสมควรแล้ว

แต่ที่ไม่เคยลางเลือนเลย คือ จินตนาการ (ศิลปะ) พาให้เล่นหุ้นรวย