Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

งบการเงินของ PDI

ทำตามสัญญาครับกับชั่วโมงเรียนหุ้นวันจันทร์ที่ 1/12/57 ว่าผมจะเอางบการเงินไตรมาส 3/57 ของ PDI มาวิเคราะห์

มูลเหตุที่ต้องเกิดงานการวิเคราะห์งบการเงินของ PDI ก็ได้บอกไปแล้วในคอลัมน์ชั่วโมงเรียนหุ้น เมื่อวันที่ 26/11/57 ว่า บังเอิญผมไปเจออดีตพนักงานของ PDI และอดีตพนักงานท่านนี้บอกว่า PDI จะหมดสัญญาสัมปทานเหมืองสังกะสีในปี 58 – 59 นี้ และจะไม่ได้ต่ออายุสัมปทานอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ผมมีฝากเป็นการบ้านให้นักเรียนเช็คข้อมูลดู ว่าข้อมูลที่ผมได้รับเป็นความจริงมากน้อยขนาดไหน

จริงๆ แล้วเวลาที่นักเรียนเจอข้อมูล อย่างในกรณีนี้คือข้อมูลของ PDI ว่าข้อมูลที่อายุสัมปทานจะหมดลง และจะไม่ได้ต่ออายุเป็นความจริงหรือไม่ นักเรียนสามารถโทรเข้าไปที่ PDI ได้เลย เพราะทุกบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจะมีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ คอยตอบคำถามให้กับนักเรียนว่า อะไรเป็นอะไร นักเรียนจะได้เอาคำตอบที่มาจาก PDI แท้ๆ เอามาวิเคราะห์ต่อกัน จะได้ผลการวิเคราะห์ที่เป็นจริงมากกว่าไม่มีการเช็คข่าวก่อน

ตอนนี้งบการเงิน PDI ไตรมาส 3/57 อยู่ในมือของผมแล้ว ผม Print มาจาก www.set.or.th ขอให้นักเรียนไป Print มาอ่านประกอบบทวิเคราะห์ของผมด้วย

(1) อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงิน หรือ Current Ratio 3.24 : 1 (สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน) อยู่ในเกณฑ์สูง แสดงว่ากิจการมีสภาพคล่องทางการเงินดี

(2) อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงินอย่างถึงแก่น หรือ Quick Ratio 1.69 : 1 {(สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน} อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (เกิน 1.5 : 1)

เมื่อเอาไปเทียบกับ Current Ratio ข้อ (1) รู้สึกได้ทันทีว่า PDI มีเงินทุนจมไปกับสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพคล่องข้อ (1) และ (2) ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดมาก

Quick Ratio ตัวนี้ นักการเงินให้ความสำคัญมาก เพราะนักการเงินกลัวว่าสินค้าคงเหลือที่ปรากฏอยู่ในงบดุลจะเป็นสินค้าที่ขายไม่ได้ หรือขายได้แต่ราคาตกฮวบ งานนี้สินค้าคงเหลือ จึงมีผลต่ออนาคตของกิจการ อาจทำให้กิจการรวยก็ได้ หรือเจ๊งก็ได้ (ได้ทั้งบวกและลบ)

(3) อัตราการหมุนของลูกหนี้การค้า หรือ A/R Turnover 10.9 รอบ (รายได้ ÷ ลูกหนี้การค้า)

บอกเราว่า ปี 57 ตลอดระยะเวลา 9 เดือน หรือ 270 วัน PDI ขายแล้วเก็บเงินค่าขายได้ 10.9 รอบ

A/R Turnover บอกเราให้รู้ว่า ถ้าค่านี้สูงมากๆ แสดงว่าขายแล้วเก็บเงินเร็ว ระยะเวลาเก็บหนี้การค้าจะสั้น และนักเรียนลองนึกดูว่า สินค้าที่ปล่อยเครดิตการค้าสั้นๆ จะต้องมีคุณลักษณะเช่นไร

เป็นตลาดของผู้ซื้อ หรือเป็นตลาดของผู้ขาย

คำตอบตอบได้ทันที ว่าเป็นตลาดของผู้ขาย A/R Turnover จึงใช้ดูว่า กิจการอยู่ในตลาดสินค้าใด ถ้าอยู่ในตลาดผูกขาด A/R Turnover จะให้ค่า ¥ (อินฟินิตี้) หมายความว่าอะไร นักเรียนตอบได้หรือเปล่า

คำตอบก็อยู่ในสูตรการคำนวณ A/R Turnover ตรงตัวหารเป็นรายการลูกหนี้การค้า ถ้าลูกหนี้การค้าเป็นศูนย์ แสดงว่า ค่า A/R Turnover ที่ออกมาจะเป็น ¥ (อินฟินิตี้)

ลูกหนี้การค้าเป็นศูนย์ในงบดุล ก็ชัดเลยที่บอกว่ากิจการอยู่ในตลาดผูกขาด เพราะสินค้าจะมอบให้ก็ต่อเมื่อจ่ายเงินมาก่อน

ด้วยความเข้าใจ ค่า A/R Turnover ว่ายิ่งสูงเท่าไร กิจการก็มีพลังอำนาจของการผูกขาดมากเท่านั้น และในทางตรงกันข้าม ยิ่งค่าออกมาต่ำเท่าไร กิจการก็อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันกันรุนแรงมากเท่านั้น

A/R Turnover จึงใช้คาดการณ์ว่ากิจการอยู่ในตลาดสินค้าใด และหากเราจะซื้อหุ้น เราอยากจะซื้อหุ้นที่มี A/R Turnover ต่ำๆ หรือสูงๆ

หวังว่านักเรียนคงตอบคำถามนี้ได้แล้ว

(4) ระยะเวลาเก็บหนี้โดยเฉลี่ย หรือ Day Receive 25 วันโดยประมาณ (270 วัน ÷ A/R Turnover ที่ 10.9 รอบ)

    25 วัน เป็นค่าที่อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ เพราะ PDI ปล่อยเครดิตการค้าไม่ถึง 30 วัน

(5) อัตราการหมุนของสินค้าคงเหลือ หรือ Inventory Turnover 2 รอบ (ต้นทุนสินค้าขาย ÷ สินค้าคงเหลือ)

เห็นอัตราส่วนนี้แล้วจะเป็นลม มันบอกเราว่า PDI สต็อกสินค้ามากจนเกินไปแล้ว เพราะระยะเวลาผลิตสินค้า จนสินค้าเสร็จแล้วกว่าจะเอาออกขายทำได้แค่ 2 รอบ ใน 270 วัน

ประเด็น Inventory Turnover หมุนรอบต่ำ บอกอะไรแก่นักเรียน ลองนึกดูแบบใส่จิตวิญญาณเจ้าของธุรกิจเข้าไป

มันบอกนักเรียนว่า ขายได้ ขายไม่ได้ PDI มีค่าใช้จ่ายประจำ เป็นเงินเดือนพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะผลิตหรือไม่ผลิต PDI ก็ต้องจ่าย ดังนั้นหากมีช่วงเวลาใดที่คำสั่งซื้อไม่ได้เข้ามา หรือเข้ามาน้อย ยังไง PDI ก็ต้องผลิตเพื่อสต็อก เพราะไม่เช่นนั้น PDI จะเจ๊งค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำ ด้วยเหตุนี้จึงจำใจต้องสต็อกสินค้าคงเหลือ

ถ้าเป็นเหตุผลตามที่กล่าวข้างต้น ก็ทำให้เห็นชัดๆ ว่าเงินทุนจมลงไปกับสต็อกเป็นจำนวนมาก

และอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญที่เป็นประเด็นของเรื่องพาให้เรามาคุยกันกับงบการเงินของ PDI เรื่องที่สำคัญนั้นก็คือ สัญญาสัมปทานจะหมดอายุลง ถ้าเรื่องสัญญาสัมปทาน นักเรียนโทรถาม PDI แล้วได้คำตอบว่า จริง (สมมติ) นักเรียนก็จะเข้าใจว่า ทำไม PDI จึงสต็อกสินค้าคงเหลือเอาไว้เป็นจำนวนมาก

ใช่ นาทีทองใกล้หมด หรือเปล่า

เห็นมั๊ย งบการเงินสามารถบอกเรื่องราวที่เป็นเหตุเป็นผลกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับกิจการได้ งบการเงินจึงเป็นลายแทงแผนที่ที่พาให้คนเล่นหุ้นทุกคนเดินทางไปขุดขุมทรัพย์

(6) ระยะเวลาสต็อกสินค้าคงเหลือ หรือ Inventory Day 135 วัน (270 วัน ÷ อัตราการหมุนของสินค้าคงเหลือที่ 2 รอบ) บอกให้เรารู้ว่า PDI เก็บสต็อกนานมาก นานเกินกว่า 3 เดือน

(7) อัตรากำไรเบื้องต้นต่อรายได้ 17.47% {(กำไรขั้นต้น x 100) ÷ รายได้}

(8) อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ 11.4% {(กำไรสุทธิ x 100) ÷ รายได้}

อัตราส่วนข้อ (7) และ (8) หากเทียบกับงวด 9 เดือนของปี 56 (ดูในงบกำไรขาดทุน) จะเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมงวด 9 เดือนปี 56 PDI จึงขาดทุน โดยกำไรขั้นต้นทำได้แค่ 185.89 ล้านบาท กำไรสุทธิทำได้ ติดลบ 112.1 ล้านบาท ต่างกับงวด 9 เดือนปี 57 อย่างกับเหวกับฟ้าทีเดียว

ถ้านักเรียนคนใดที่มีอาการทางจิต เป็นโรคช่างสังเกต และอยู่ไม่เป็นสุข หากไม่รู้ความจริง จะต้องมีการบ้านเพิ่มอีกข้อเป็นแน่ ว่าเพราะอะไรจึงเกิดเหตุการณ์เช่นที่ว่ามานี้ (รู้แล้วบอกด้วย)

(9) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน หรือ D/E Ratio 0.61 : 1 (หนี้สินรวม ÷ ส่วน

ค่า D/E ยังไม่เกิน 2 : 1 ถ้านักเรียนศึกษาตามผมมาโดยตลอด นักเรียนก็จะมีอาการทางจิตอีกข้อ คือพอเจอ D/E แล้วก็จะนึกถึงการกู้เงินทันทีว่า PDI สามารถกู้เงินได้จน D/E เท่ากับ 2 : 1 และหากเอา 2 คูณส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีจำนวน 3,353.62 ล้านบาท PDI จะได้เงินกู้ 6,707.24 ล้านบาท เอาหนี้สินรวมในงบดุลจำนวน 2,050 ล้านบาท ไปหักออก จะกู้ได้เพิ่ม 4,657.24 ล้านบาท

เงินที่กู้ได้เพิ่ม 4,657.24 ล้านบาท จะเอาไปบวกรวมกับเงินสดในงบดุล 1,403 ล้านบาท และไปบวกกับสินค้าคงเหลือที่สมมติว่าขายหมดแบบเท่าทุนจะได้ 1,723.87 ล้านบาท ไม่นับลูกหนี้การค้า เพราะคิดแบบอนุรักษ์นิยม เอาน้อยๆ เข้าว่าจะได้ 7,784 ล้านบาท

วิเคราะห์ PDI มาถึงบรรทัดนี้ ทำให้รู้ว่า PDI หากจะลงทุนทำกิจการใหม่ PDI มีเงินลงทุนอยู่ PDI จึงไม่ขี้เหร่

บวกกับในงบดุล ยังมีรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 1,405.18 ล้านบาท หากขายบางรายการออกไป เงินทุนก็จะเพิ่มเข้ามาอีก

และบวกกับตอนนี้ ราคา PDI อยู่ที่ 18.6 บาท มี P/BV 1.18 เท่า (ณ 25/11/57) ถือว่ามีส่วนล้ำมูลค่าหุ้นไม่มาก

PDI จึงถูกเราจับใส่เข้าไปไว้ในโพยหุ้นลงทุน เพื่อเฝ้าตามข่าวของ PDI อย่างตาไม่กระพริบ นอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาหางานพิเศษทำเพิ่มอีก เพราะโพยหุ้นลงทุนมีสมาชิกเพิ่มมาอีก 1 ตัว เงินจึงต้องถูกปั้มรอเอาไว้ เพราะไม่มีเงิน วิเคราะห์เก่งขนาดไหน ก็จบไม่สวยเหมือนเดิม (โอกาสมาแต่คว้าไม่ได้)