Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

หุ้นที่ขึ้นไปรออนาคตดูเหมือนแพง แต่ซื้อลงทุนได้ ตอน 2

หุ้นที่ขึ้นไปรออนาคตดูเหมือนแพง      แต่ซื้อลงทุนได้ ตอน 2

ก่อนจะเข้าเรื่องเรียนกันในวันนี้ ขอเล่าถึงประโยคที่ได้ยินมาจากภาพยนตร์ เป็นประโยคที่ฟังแล้วก็สะกิดใจ ทำให้ต้องท่องเพื่อจะจำให้ได้

   “เรามีทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว คือ เวลา”

ทบทวนในใจจบ ก็รู้ถึงความจริงที่ว่า อีกไม่นานชีวิตก็จะแตกสลายแล้ว ผมและนักเรียนทุกคนที่อยากรวยต้องตาย

ไม่เพียงแต่จะต้องตาย ซึ่งทุกคนรู้กันดีอยู่ แต่ไม่เคยคิดที่จะกลัวมันอย่างจริงจัง ว่าวันที่ต้องตายจริงๆ จะทุกข์ทรมานขนาดไหน หุ้นจะขึ้นจะลง กูคงไม่สนใจอีกต่อไป

ผมจึงอยากให้ทุกคนใส่ใจกับเวลาให้มากๆ ขยันให้มากๆ นอนให้น้อยๆ ทำกิจการงานที่รับผิดชอบอยู่อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ อยากเก่งเรื่องอะไรขอให้เอาจริงเอาจังกับมันถึงขั้นยอมตาย ไม่ใช่อยู่ในอาการเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ชอบยืมจมูกคนอื่นหายใจ ทำให้กลายเป็นคนที่อยากรวย อยากประสบความสำเร็จ แต่ขี้เกียจ แบบนี้ไม่เอา ขอให้เลิกและปฏิวัติชีวิตใหม่ซะ เริ่มต้นเดี๋ยวนี้เลย

จันทร์ ที่ 17/11/57 คอลัมน์ชั่วโมงเรียนหุ้น ทิ้งประเด็นว่า EA อาจมีโอกาสเพิ่มทุน และสัญญากับนักเรียนว่าจะเขียนให้อ่าน มาวันนี้ก็ได้ทำตามสัญญา เพราะผมขาดอยู่เรื่องเดียวคือ เวลา ผมกลัวว่า ตัวผมจะตาย แล้วไม่ได้เขียนอะไรให้นักเรียนอ่าน ผมจึงต้องรีบทำเดี๋ยวนี้เลย (20/11/57)

(1)  ให้นักเรียนย้อนกลับไปอ่านข่าว EA ในคอลัมน์ชั่วโมงเรียนหุ้นวันจันทร์ที่ 17/11/57 อีกครั้ง ตอนท้ายๆ ของข่าว บอกว่า EA ต้องใช้เงินลงทุนโรงไฟฟ้าอีก 17,000 ล้านบาท โดยจากข่าวน่าจะใช้ตั้งแต่ปี 58 – 60

(2)  ข่าวนี้ ถ้าคนมีจิตวิญญาณของเซียนหุ้น จะเกิดคำถามขึ้นมาในใจทันที ว่า “แล้ว EA มีเงินทุนพอที่จะลงทุน 17,000 ล้านบาทหรือไม่”

(3)  การลงทุน ชื่อก็บอกแล้วว่า ต้องลงเงิน และจะลงเงินได้ต้องมีเงิน และเงินที่จะเอามาก็ต้องเอามาจาก 2 แหล่ง คือ ไม่กู้เงิน ก็ต้องเพิ่มทุน

ปัญหา 17,000 ล้านบาท ของ EA นักเรียนจึงต้องตอบคำถามว่า ณ สถานะปัจจุบัน EA มีเงินทุนอยู่ในกิจการเท่าไร และเท่าไรนั้นหากไม่ถึง 17,000 ล้านบาท ส่วนที่ขาดอยู่จะต้องเป็นเงินกู้ และเงินกู้ที่เอามาใส่ หากใส่เพิ่มเข้ามาแล้วยังไม่ถึง 17,000 ล้านบาท ที่เหลือส่วนสุดท้ายนี้ EA ต้องเพิ่มทุน ไม่รู้นักเรียนเข้าใจหรือเปล่า

(4)  เงินทุนของ EA ณ ปัจจุบัน ดูได้จากงบดุลของ EA ขอให้นักเรียนเข้าไปที่ www.set.or.th Print งบการเงิน EA ณ 30/9/57 (งบการเงินไตรมาส 3/57) ออกมาดู ดูตรง

  1. รายการเงินสดในงบดุล สมมติว่า A
  2. รายการส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุล หรือส่วนทุนทั้งหมดของ EA คูณด้วย 3 เท่า ได้ผลลัพธ์เท่าไร ให้เอาหนี้สินรวมทั้งหมดในงบดุลไปลบออก จะได้ B
  3. จับ A บวก B จะได้เงินทุนของ EA ที่จะใช้ลงทุน ว่ามีจำนวนเท่าไร เอาจำนวนนี้ไปเปรียบเทียบกับ 17,000 ล้านบาท ว่ามีพอหรือไม่พอ จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า EA ต้องเพิ่มทุนหรือไม่
  4. ตรงข้อ 2. หลายคนสงสัยว่า ทำไมเอา 3 เท่าไปคูณส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่เอา 2 เท่าไปคูณ เพราะธนาคารชอบอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน (D/E) ที่ 2 : 1 ขอบอกว่า EA เป็นกิจการผูกขาด ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้ได้ที่ 3 : 1 ได้
  5. รู้ตัวเลขผลลัพธ์ในข้อ 3. แล้ว ลองคิดดูว่า EA ทำกำไรได้ปีละ 1,000 ล้านบาท ตลอดปี 57 ถึง 59 เงินกำไรในส่วนนี้หากเอาไปผสมรวมเข้าไปกับเงินที่คำนวณได้ในข้อ 3. EA จะมีเงินลงทุนถึง 17,000 ล้านบาทหรือไม่ ถ้าตัวเลขยังไม่ถึง ความรู้สึกจะชัดขึ้นว่า EA ต้องเพิ่มทุน

ความรู้สึกที่ EA น่าจะต้องเพิ่มทุน เอาไปวิเคราะห์กับราคาหุ้นของ EA ที่ขึ้นมารอผลประกอบการที่จะเป็นบวกอย่างมโหฬารในอนาคต (อ่านทบทวนชั่วโมงเรียนหุ้นวันจันทร์ที่ 17/11/57) ซึ่งทิศทางของ P/E และ P/BV ในอนาคตจะลดลง จะทำให้รู้สึกว่า EA ดูไม่แพงหากมีเรื่องเพิ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง

นักเรียนเห็นอะไรมั๊ย คำตอบของนักเรียนคือ

กรณีที่ 1 ไม่เห็น เพราะไม่ได้อ่านข้อมูล EA วันจันทร์ที่ 17/11/57 หรืออ่านแต่ก็ไม่ได้ตั้งใจอ่าน เพราะไม่รู้จะอ่านให้รู้เรื่องไปเพื่ออะไร เราไม่ซื้อ EA อยู่แล้ว จะรู้ไปเพื่ออะไร

จริงๆ แล้วมีนักเรียนแบบนี้เป็นจำนวนมากเหลือเกิน เป็นนักเรียนจำพวกที่อยากรวยแต่ขี้เกียจนั่นเอง เพราะมีปรากฏการณ์ผีบังตา ไม่รู้ว่าการเข้าใจกรณีศึกษาของหุ้นตัวหนึ่งสามารถเอาไปปรับใช้กับหุ้นตัวอื่นๆ ได้ ดังนั้นกรณีศึกษาไม่ว่าของหุ้นตัวใด น่าสนใจทั้งนั้น

กรณีที่ 2 เห็น เพราะเรื่อง EA เมื่อจันทร์ที่ 17/11/57 นักเรียนอ่านแล้วเข้าใจว่า EA ประสบความสำเร็จในกิจการโรงไฟฟ้าอย่างที่ใครๆ ก็ยากที่จะตามได้ทัน ทำให้ราคาหุ้นของ EA พุ่งทะลุปรอท แต่เมื่อทำความเข้าใจกำไรสุทธิต่อหุ้นของ EA ดีๆ โดยไล่ประมาณการตั้งแต่ปี 57 – 59 จะพบว่า ราคาที่ 24 – 25 บาทในวันนี้ จะเป็นราคาที่ไม่ได้แพงมากในอนาคต และเมื่อรวมกับมีเรื่องของการเพิ่มทุนเข้ามาด้วย ราคาที่ไม่ได้แพงมากกลับกลายเป็นว่า แพงลดลงไปอีก นี่ไงที่ความรู้สึกบอกกับเราว่า หุ้นแพงก็ซื้อลงทุนได้ เพราะจินตนาการเรื่องเพิ่มทุนของเรานั่นเอง

แต่สำหรับผม แม้ EA จะขึ้นต่อในอนาคต และมีเรื่องเพิ่มทุนผสมโรงด้วย ผมก็จะไม่ซื้อ EA สาเหตุไม่ใช่ว่า EA ไม่ดี แต่เป็นเพราะสันดานผมชอบลงทุนกับหุ้นดีที่ราคายังไม่ขึ้นไปไหน เพราะใช้เงินลงทุนเท่ากัน แต่ความเป็นมหาเศรษฐีหลังการลงทุนแตกต่างกัน

   ที่ผมมีสันดานเป็นแบบนี้ เพราะเวลาของผมมีจำกัด ผมจึงต้องเลือกให้ดีที่สุด