Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

มือใหม่หัดเล่นหุ้น ตอน 2

(รู้สึกให้ได้ว่าต้องเป็นคนรวย)

7 วันเต็มๆ แล้วครับที่ผมท่องในใจว่า ผมจะเป็นคนรวย ผมจะเป็นคนรวย ผมจะเป็นคนรวย ผมถามจริงๆ เถอะครับ ท่องแบบนี้แล้วจะเป็นคนรวยได้จริงหรือครับ

คำถามแบบนี้ ผมได้รับบ่อยมาก และผมก็ตอบไปว่า ท่องอย่างเดียวไม่พอหรอก มันต้องรู้สึกอยู่ในใจตลอดเวลาด้วย ถ้าไม่มีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจร่วมด้วย ไม่มีทางที่จะรวยได้จริง สาเหตุเพราะคนข้างในไม่ได้ตื่นขึ้นมาจริง

เมื่อคนข้างในไม่ได้ตื่นขึ้นมาจริง เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงจากเรา ว่าเราต้องการอะไร เขาก็ไม่รู้ว่า เขาต้องช่วยเรา เขาจึงเกกมะเหรกเกเร ขี้เกียจถึงขนาดหลังขึ้นขน มีลักษณะที่มองภายนอกเป็นคน แต่ข้างในไม่ใช่คน ความสำเร็จ (รวย) จึงเกิดขึ้นไม่ได้

อาการอยากรวยแต่ขี้เกียจ          จึงเกิดขึ้น

อาการอยากเก่งแต่โง่                จึงเกิดขึ้น

อาการขยันแบบไฟไหม้ฟาง       จึงเกิดขึ้น

อาการหาข้อแก้ตัวที่บอกว่าตัวเองไม่ผิด จึงเกิดขึ้น ข้ออ้างสารพัดสารพันจึงทะลักออกมา ไม่ว่าจะงานยุ่ง ป่วยหนัก และติดธุระสำคัญ ทำให้ตัวเองเลวได้แบบไม่ผิดเป็นเรื่องที่ชอบธรรม

อาการขาดความรับผิดชอบที่ถึงขั้นไม่หวงแหนเกียรติ และศักดิ์ศรีของตัวเอง จึงเกิดขึ้น งานการในความรับผิดชอบถึงขนาดทิ้งได้ สร้างปรากฏการณ์ดินพอกหางหมู ซึ่งนักเรียนลองคิดดูซิว่า เมื่อแกะดินออกจากหางหมู แล้วเลือดจะซิบๆ อย่างไร เพราะดินที่พอกหนาได้พาให้ผิวหนังเกิดอาการอักเสบ สุดท้ายอาจเลวร้าย ถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะเกิดติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด

ยกตัวอย่างเรื่องเลวๆ หลายๆ เรื่องที่นึกคิดขึ้นมาได้ เชื่อว่านักเรียนทุกคนน่าจะเกิดอาการทึ่งว่า ผมคิดได้ยังไงเนี่ย

คำตอบไม่ยาก ผมเค้นมันออกมาจากความทรงจำที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองในอดีต ที่ในวันนั้นปรากฏการณ์ทำ 100 ได้ 10 เกิดขึ้นกับผมตลอดเวลา แต่เมื่อผมเริ่มเกลียดตัวเอง และรู้สึกว่า กูเป็นคนเลวมากๆ ถึงขนาดเกือบไม่ให้อภัยตัวเอง คนข้างในก็ออกมาตะโกนขอโอกาสกับผมว่า เขาขอช่วยเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายได้ไหม

หลังจากวันนั้น วันที่เขาออกมาช่วย ปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นกับผม ที่เห็นได้ชัด คือผมพูดน้อยลง ทำงานทั้งวัน กินน้อยลง นอนน้อยลง คบเพื่อนน้อยลง เวลาที่ในอดีตดูมีน้อย มาวันนี้กลายเป็นมีเวลาเหลือเฟือ ไม่เคยบ่นว่าไม่มีเวลา

ยิ่งผมทำงานไปเรื่อยๆ ผมก็เจอเขาตลอดเวลา เขาอยู่ในตัวผม ออกมาช่วยผม เราสองคนช่วยกันทำงานแบบหากผมติดขัดอะไร เขาก็จะให้คำปรึกษากับผมตลอดเวลา หลายครั้งกับเรื่องยากๆ ที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เขาก็ให้คำปรึกษาที่น่าทึ่ง และเป็นคำปรึกษาที่ใช่อีกต่างหาก ผมไม่เคยรู้เลยว่า เขาเก่งในระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว ถ้าผมรู้ความจริงนี้ตั้งแต่แรก ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เขานอนหลับ ผมจะปลุกเขาขึ้นมาให้ช่วยผมตั้งนานแล้ว ไม่อย่างงั้น วันนี้ผมเป็นได้อย่างบุญชัย เบญจรงคกุล และวิกรม กรมดิษฐ์ไปแล้ว

เพราะเจอเขา ทำให้ผมเกิดอาการบ้า และไม่ใช่ว่าผมจะมีประสบการณ์แบบนี้เพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ก็ไม่ใช่ ยังมีคนอื่น อย่าง เอดิสัน ที่หูหนวกแต่สร้างเครื่องบันทึกเสียงให้คนหูดีฟัง อย่างไอแซคนิวตัน เจอแรงโน้มถ่วงของโลก อย่างไอน์สไตน์เจอ E = MC2 อย่างบิลเกต อย่างวอร์เรน บัพเฟ่ต์ 2 นักธุรกิจที่รวยที่สุดในโลก ทุกคนล้วนเจอคนข้างในและผลงานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกก็มาจากการช่วยเหลือของคนข้างใน

การเจอคนข้างในที่ออกมาช่วยเราทำงาน พาให้เราเกิดความสำเร็จ (รวย) พระพุทธเจ้าก็ยืนยันความจริงเรื่องนี้กับประโยคที่เราทุกคนคุ้นเคยกันมาโดยตลอดที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

ตนแรกคือคนข้างใน เป็นที่พึ่งให้แก่ตนที่สองก็คือ เราที่ยังมีลมหายใจอยู่

แสดงว่าคนข้างในมีอยู่จริง ผมจึงอยากให้นักเรียนทุกคนระลึกนึกถึงเรื่องเลวๆ ของตน เพื่อจะไม่ยอมให้เรื่องเลวๆ เกิดขึ้นกับชีวิตอีกต่อไป เพราะแค่เพียงนักเรียนระลึกรู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี ทำให้เกิดความรู้สึกเอือมระอากับชีวิตของตนเอง คนข้างในก็จะถูกสะกิด เขาจะตื่นขึ้น เพื่อทำให้ชีวิตพลิกกลับมาเป็นดี ความสำเร็จ (รวย) ก็จะเกิดขึ้นได้

อุบายเรียกคนข้างในให้ออกมา กรณีนี้ก็เป็นอุบายที่เป็นด้านตรงกันข้ามกับกรณีที่นักเรียนรู้สึกตลอดเวลาว่าต้องเป็นคนรวย เพราะเขาจะรู้สึกเหมือนกันว่า อยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว ต้องช่วยเรา

ทั้งหมดนักเรียนลองเอาไปเทียบเคียงกับประโยคที่สะเทือนโลกของไอน์สไตน์ ตรงที่ “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ซึ่งประโยคนี้ไอน์สไตน์บอกต่อไปอีกว่า จินตนาการจะแสดงออกมาผ่านความรู้สึก

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของไอน์สไตน์ตลอดเวลาก็คือ เมื่อวัตถุเดินทางด้วยความเร็วแสง วัตถุจะหายตัวได้ เปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงาน มีความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ ตามสมการที่เกิดขึ้นในใจว่า E = MC2

คนข้างในกระซิบบอกไอน์สไตน์ต่อเรื่องนี้ตลอดเวลา จนไอน์สไตน์มั่นใจว่า ความรู้สึกนี้ต้องเป็นจริง 1,000,000% จึงเอาคณิตศาสตร์ที่ตัวเองถนัดมาพิสูจน์สมการ ผลการพิสูจน์ ปรากฏว่าสมการในความรู้สึก หรือสมการที่ได้ยินจากเสียงกระซิบเป็นความจริงขึ้นมา

ไอน์สไตน์จึงบัญญัติประโยคสะเทือนโลกขึ้นมาอีกประโยคหนึ่งว่า “ความรู้สึกคือตัวอย่างของความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” เป็นผลมาจากจินตนาการที่เป็นฝีมือของคนข้างใน

นักเรียนลองใคร่ครวญพิจารณาดูซิ ว่าถ้าเหมาเชื่อไอน์สไตน์ว่า “ความรู้สึกคือตัวอย่างของความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” เป็นความจริง การที่นักเรียนรู้สึกในใจตลอดเวลา ว่าเราต้องเป็นคนรวย แล้วในอนาคต เราจะกลายเป็นคนรวยหรือไม่

คำตอบก็คือ รวยจริงๆ เกิดเป็นความจริงขึ้นมา

เหมือนรู้สึกว่ารักเธอ วันนี้จึงได้เธอมาอยู่เคียงข้าง และเธอก็ออกลูกมาอีกสอง วันนี้ผลจากความรู้สึกถึงเธอตลอดเวลา พาให้วันนี้คุณไม่เหงาอีกต่อไปกับเมีย 1 ลูก 2

นี่แหละอิทธิพลของความรู้สึก มันเปลี่ยนชีวิตและเปลี่ยนโลกได้

หมายเหตุ

(1)  จริงๆ ตั้งใจจะเขียนสอนเรื่อง P , E , BV , P/E และ P/BV แต่เขียนไปเขียนมาก็มากระจุกอยู่ที่การสอนศิลปะของการเล่นหุ้นหรือทำอะไรก็ได้ให้ประสบผลสำเร็จ (รวย) ว่ามีเรื่องของจิตใจ (คนข้างใน) เข้ามาเกี่ยวข้องมากเหลือเกิน จึงขอทำความเข้าใจใหม่ ว่าทุกวันศุกร์ คอลัมน์ชั่วโมงเรียนหุ้น จะเขียนเรื่องมือใหม่หัดเล่นหุ้นไปเรื่อยๆ ตามใจของผม ซึ่งผมจะเอาทั้งศาสตร์และศิลปะตามที่ผมเข้าใจมาถ่ายทอด จนกว่าจะหมดเรื่องเขียน

(2)  ความรู้สึกว่าจะเป็นคนรวย ทำให้คนดิ้นรนหาเรื่องที่จะเอามาทำให้ตัวเองกลายเป็นคนรวย เมื่อเจอแล้ว คนจะขยันแบบยอมตาย มีอาการอิทธิบาท 4 ครบถ้วน (ฉันทะ จิตตะ วิริยะ วิมังสา) พาให้คนเดินเข้าสู่สมาธิตามธรรมชาติ ก่อเกิดสติ พาให้เกิดโพชฌงค์ 7 (องค์แห่งการตรัสรู้) ทำให้คนเกิดอาการรู้ขึ้นมาเอง (Intuition)

(3)  ที่รู้ขึ้นมาเอง ครอบคลุมการรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยเฉพาะอนาคตนี่สิ หากเป็นคนที่เล่นหุ้นอยู่ เขาจะรู้ว่า ราคาหุ้นจะขึ้นไปที่เท่าไร โดยใช้ความรู้สึกเป็นหลัก การวิเคราะห์เป็นรอง

(4)  ความรู้สึกที่ว่า คือ เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็น ได้ไปในที่ที่คนอื่นไม่เคยไป และได้รู้สึกถึงปีติและปราโมทย์ในใจ ที่ทำให้เงินกำไรจากการเล่นหุ้นไม่มีความหมาย เขาจึงไม่ขายหุ้นแล้วปล่อยให้มันขึ้นไปเรื่อยๆ

    ในทางตรงกันข้าม เขาเห็นว่าราคาถ่านหินจะตกไปเรื่อยๆ อีก 2-3 ปี เขาไม่รีรอที่จะขายหุ้นที่ทำกิจการถ่านหินทิ้งทันที แบบไม่สนว่าจะขาดทุนไปเท่าไร เพราะไอ้ที่ขาดทุนไปนั้นไม่ใช่เงิน แต่เป็นกระดาษ เขาจึงมีกระดาษเพื่อเอามาลงทุนในหุ้นตัวใหม่ที่ทำให้เขาได้ทุนที่ขาดทุนไปกลับคืน แล้วแถมยังได้กำไรก้อนโตกลับมาอีกด้วย

    กลายเป็นว่า เขาทำอะไรก็ประสบความสำเร็จตลอดเวลา เพราะเจอคนข้างในคอยช่วยเหลือ

(5)  คนข้างในสอนให้เขาเห็นความจริงของสรรพสิ่งอย่างเห็นน้ำไม่ใช่น้ำ (น้ำเป็น H 2 ส่วน O 1 ส่วน) อย่างเห็นคนไม่ใช่คน (คนเป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อีกไม่นานก็สลาย) อย่างเห็นเงินไม่ใช่เงิน (เงินเป็นกระดาษ) ทำให้จิตคลายความยึดมั่นถือมั่น เลิกโลภ โกรธ และหลง

เมื่อจิตเลิกโลภในขณะที่เล่นหุ้นอยู่ สถานการณ์ที่ไม่อยากได้ แต่กลับรวยจึงเกิดขึ้น เขาสามารถจะถือหุ้นนานกว่าคนอื่นได้ ทำให้รวยเละและตรงกันข้ามเขาก็ขายหุ้นเร็วกว่าคนอื่นได้ ทำให้ขาดทุนน้อย