Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

หุ้นที่ขึ้นไปรออนาคต ดูเหมือนแพง แต่ซื้อลงทุนได้ ตอน 1

หุ้น EA มีสถิติในกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 3/11/57 ดังนี้

ราคา 3/11/57                          24      บาท

PAR                                      0.1      บาท

P/E                                    90.19      เท่า

มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV)         1.38     บาท

P/BV                                  17.37     เท่า

เห็น P/E และ P/BV ก็จะเป็นลม แต่ EA เป็นอะไรที่น่าศึกษามาก อยากให้นักเรียนอ่านหัวเรื่องอย่างตั้งใจอีกที และระลึกนึกถึง IEC และ EPCO ด้วยว่า อาจมีอาการแบบ EA ได้

ผมขออนุญาตคัดเอาบางส่วนของหนังสือเลียนเล่นหุ้นจากข่าวเล่ม 3 ที่ตอนนี้ยังไม่ออกขาย เอามาให้นักเรียนได้ศึกษากัน ขอให้ตั้งใจ ตั้งสติดีๆ เพราะข้อมูลตัวเลขจะมากสักหน่อย ใครสมาธิไม่ดี อาจอยากตายขึ้นมาได้ ใจเย็นๆ เริ่มเลย

“พลังงานบริสุทธิ์” เล็งขอไลเซ่นส์โซลาร์ฟาร์มเพิ่ม

“พลังงานบริสุทธิ์” เล็งขอไลเซ่นส์โซลาร์ฟาร์มเพิ่ม ระบุมีพื้นที่-ศักยภาพพร้อม นักวิเคราะห์ ประเมิน 3 บริษัท “พลังงานบริสุทธิ์-กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง-เด็มโก้” รับอานิสงส์ กพช.ขยายซื้อไฟจากโซลาร์ฟาร์มอีก 800 เมกะวัตต์

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า บริษัทเตรียมขอใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่ม หลังกพช.มีมติให้ขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) อีก 800 เมกะวัตต์ โดยมั่นใจในความพร้อม ทั้งด้านพื้นที่ติดตั้งและศักยภาพในการผลิต

ปัจจุบันบริษัท มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอยู่แล้ว 278 เมกะวัตต์ มีราคาแอดเดอร์ ที่ 8 บาทต่อหน่วย สำหรับ 8 เมกะวัตต์ และ 6.50 บาทต่อหน่วย สำหรับ 270 เมกะวัตต์ ขณะที่ราคาการรับซื้อไฟฟ้ารอบใหม่นี้ กำหนดรูปแบบตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed-in Tariff:FiT) ที่ราคา 5.66 บาทต่อหน่วย

“อาจจะให้อัตรากำไรที่ลดลง แต่ไม่กังวล เพราะเป็นกฎที่ต้องปฏิบัติตาม หากรักษาต้นทุนให้เหมาะสม ก็สามารถทำได้มีอัตรากำไรสูง” นายอมร กล่าว

ขณะนี้บริษัทจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้แล้ว 98 เมกะวัตต์ โดยปลายปีนี้ จะมีกำลังการผลิตจากโครงการลำปางเข้ามาเพิ่มอีก 90 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้ในปีหน้าบริษัท จะรับรู้รายได้พลังงานแสงอาทิตย์ 188 เมกะวัตต์เต็มปี และจะทำให้กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดจากปีนี้

ขณะที่ช่วงปลายปี 2558 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ จ.พิษณุโลก จะแล้วเสร็จและเพิ่มกำลังการผลิตอีก 90 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้รวมทั้งหมดบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 278 เมกะวัตต์ในปลายปี 2558 และมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 386 เมกะวัตต์ คาดจะจำหน่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้ครบทั้งหมดในปี 2560 บริษัทตั้งงบลงทุน 17,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่พิษณุโลก กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมเฟสแรก 126 เมกะวัตต์

ส่วน บล.ทรีนิตี้ ประเมินว่า ผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์มส่วนใหญ่ สนใจยื่นเสนอขายไฟจำนวนนี้แน่นอน แต่ราคาการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในกลุ่มนี้ ถูกกำหนดรูปแบบตามต้นทุน แท้จริง ที่ราคา 5.66 บาท/หน่วย จากเดิมที่ใช้เป็นค่า Adder ซึ่งจะอยู่ที่ 6.50 บาท/หน่วย จึงอาจจะทำให้การแข่งขันลดความน่าสนใจลงมา

“จะมี 3 บริษัทที่มีศักยภาพสูงสุด ที่จะได้รับประโยชน์จากการขยายการซื้อไฟในครั้งนี้ นั่นคือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง และบริษัท เด็มโก้”

โดยบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ และบริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ถือว่าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพมากกว่าบริษัทอื่น จากหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในระดับต่ำ และโครงการที่อยู่ในมืออยู่ในระดับสูง ส่วนบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ก็เป็นผู้รับเหมาสร้างโรงไฟฟ้าด้วย จึงจะได้รับประโยชน์ 2 ต่อ ส่วนบริษัท เด็มโก้ เป็นผู้รับเหมาโรงไฟฟ้ารายใหญ่ ที่ได้รับงานต่อเนื่อง

“สำหรับ 3 บริษัทนี้ดูดีที่สุด โดยเฉพาะกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ที่ได้รับประโยชน์ 2 ต่อ เพราะเป็นทั้งผู้ผลิตไฟ และรับเหมาสร้างโรงไฟฟ้าด้วย แต่ตอนนี้ยังต้องขอทบทวนราคาเป้าหมายใหม่ เพราะประเด็นเรื่องการขยายการรับซื้อไฟ อาจจะต้องมีการปรับค่า FiT หรือเพิ่มส่วนสนับสนุนเข้ามาเพื่อเป็นแรงจูงใจอีกครั้ง” นักวิเคราะห์ กล่าว

อ่านดูแล้วก็รู้ว่า

1)  ปี 58 กำไรโตขึ้นจากปี 57 100% เป็น E 0.90 บาท (อ่านต่อไปแล้วจะรู้ว่าตัวเลข E 0.90 บาท มาจากไหน)

2)  ปลายปี 58 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่พิษณุโลกจะเสร็จอีก 90 เมกะวัตต์ ทำให้มีกำลังการผลิตจากเดิม 188 เมกะวัตต์ เป็น 278 เมกะวัตต์

3)  ยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 386 เมกะวัตต์ คาดว่าจะขายไฟได้ครบทั้งหมดในปี 2560 ข่าวที่เพิ่มเติมนี้ทำให้ผมคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 58 ว่าได้ 0.90 บาทเท่าเดิม เพราะโรงไฟฟ้าที่พิษณุโลก 90 เมกะวัตต์เปิดปลายปี 58 และปี 59 กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) จะเพิ่มจากปี 58 ที่ 0.90 บาท เป็น 1.35 บาท

อาจารย์ : คุณเอาตัวเลขมาจากไหน

ลูกศิษย์ : ผมเอามาจากงบการเงิน ณ 30/6/57 ที่มี E 0.23 บาท/หุ้น และอีก 6 เดือนหลังก็เดาว่า E จะได้ 0.22 บาท/หุ้น อีกเหมือนกัน รวมเป็น 0.45 บาท/หุ้น เพราะปี 57 มีกำลังการผลิต 98 เมกะวัตต์ ส่วนปี 58 ก็โต 100% กลายเป็น E 0.90 บาท/หุ้น เพราะมีกำลังการผลิตเพิ่มอีก 90 เมกะวัตต์ และปี 59 ก็โตอีก 0.45 บาท/หุ้น (ใช้ข้อมูลปี 57 เทียบเคียง กลายเป็น E 1.35 บาท) เพราะมีกำลังการผลิตเพิ่มอีก 90 เมกะวัตต์ที่พิษณุโลก ยังไม่นับรวมโรงไฟฟ้าพลังงานลมในปี 2560

อาจารย์ : ถ้าอย่างนั้น เราก็หามูลค่าหุ้นทางบัญชีในปี 59 ได้นะซิ คุณลองเอาข้อมูลหน้า 1,150 มาพิจารณาตั้งต้นคำนวณให้ดูซิ

ลูกศิษย์ : นี่ครับอาจารย์

P/E     =   24 ÷ 0.9     =   26.67 เท่า

BV      =   2.73  บาท     ณ 31/12/58

P/BV   =   24 ÷ 2.73   =  8.79  เท่า

BV ณ สิ้นปี 58 เท่ากับ 2.73 บาท จะเพิ่มขึ้นอีก 1.35 บาท (E) ในปี 59 กลายเป็น BV 4.08 บาท ณ 31/12/59 ทำให้ราคาที่ 24 บาท ในตอนนี้มีค่า

P/E     =  17.78 เท่า (E = 1.35 บาท หน้า 1,156)

P/BV   =  5.88 เท่า ณ 31/12/59

อาจารย์ : เป็นยังไงล่ะ คุณเห็นอะไรหรือเปล่า

ลูกศิษย์ : ผมเห็นว่าราคา EA ขึ้นมาล่วงหน้าถึงปี 59 เลย

อาจารย์ : ถ้าคุณพูดแบบนี้ คุณต้องพูดถึงสมมติฐานตัว E ที่เราไล่หามาตั้งแต่ E ปี 57, 58 และ 59 ว่าต้องเป็นตัวเลขที่เท่ากับที่เราใช้คำนวณ ถ้า E ไม่ใช่ตัวเลขนี้ เช่น E ที่ใช้ใหญ่กว่า 50% งานนี้ P/E และ P/BV ก็จะลดต่ำกว่านี้อีก

ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่า มุมมองที่มีต่อ E ของคนวิเคราะห์แต่ละคนไม่เท่ากัน ถ้าเราเห็น E เป็นแบบที่เราคุยกันมาโดยตลอด เราก็จะรู้สึกว่าราคา EA ขึ้นมารอแล้วแต่ถ้าเราเห็น E ใหญ่กว่านี้เป็น 100% เราก็จะเห็นว่า ราคาขึ้นมารอแล้ว แต่ยังไปได้อีก เพราะราคาที่ 24 บาทที่เป็นราคาเดือนพฤศจิกายน 57 ให้ P/E และ P/BV ในปี 59 ลดต่ำลงมากกว่าที่คำนวณได้ในวันนี้ (หน้า 1,149) และที่ราคา 24 บาทนี้ ที่ออกค่า P/E และ P/BV ที่ต่ำลงในปี 59 นี้ ยังไม่ได้นับรวม E ที่เกิดจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก

อาจารย์ : ก็สมควรจะเป็นลมจริงๆ แล้วคุณก็ลองค้นคว้าและตรวจสอบดูว่า EA มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่กำลังทำอยู่อีก 386 เมกะวัตต์ใช่หรือเปล่า ถ้าใช่ งานนี้ก็สามารถเดา E ปี 60 เล่นๆ ได้ และตัวเลข E ที่ได้เล่นๆ นี่แหละ ก็เอาไปเพิ่มเข้ากับ BV ปี 59 ก็จะออก P/E และ P/BV ใหม่สำหรับปี 60 มาได้ โดย P ให้คุณใช้ 24 บาทของปี 57 เป็นตัวตั้ง คุณก็จะได้ค่า P/E และ P/BV ใหม่ปี 60 และถ้ามันต่ำมากๆ คุณก็รู้เลยว่า EA ราคายังจะไปต่อ เพื่อให้ P/E อยู่ประมาณซัก 26 – 30 เท่า P/BV อยู่ประมาณซัก 5 – 6 เท่า อะไรประมาณนี้

ลูกศิษย์ : อาจารย์เอาเกณฑ์ P/E และ P/BV มาจากไหน

อาจารย์ : ผมก็จำๆ มา บ้างก็เอามาจาก SPCG บ้างก็เอามาจาก TSE ที่เสนอข้อมูลขายหุ้นให้กับประชาชน

ลูกศิษย์ : แล้วอาจารย์จะซื้อหุ้น EA มั้ยครับ

อาจารย์ : EA เป็นหุ้นดี แต่ราคาขึ้นมาไกลแล้ว โดยนิสัยส่วนตัว ผมชอบเล่นหุ้นดี ที่ราคายังไม่ขึ้น หรือขึ้นไปบ้างแล้วแต่ยังขึ้นไม่มาก

นิสัยผม ผมชอบเจอทองคนแรก

หมายเหตุ ครั้งต่อไป จะเขียน ตอน 2 ขอให้นักเรียนตามต่อก็แล้วกัน เป็นเรื่องที่ EA มีโอกาสเพิ่มทุน