Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ตกเพื่อจะไปต่อ หรือตกแล้วตกเลย

WAVE ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/57 มีรายได้ 215.06 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 24.8 ล้านบาท เป็นกำไรจากบริษัทร่วม (TSE) 27.87 ล้านบาท ดูจากงบกำไรขาดทุนยังไม่เห็นกำไรจากธุรกิจของตัว WAVE เองกับธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ

ถ้าดูงบการเงินตลอด 9 เดือน WAVE ทำกำไรสุทธิได้ 146.07 ล้านบาท เทียบกับ 9 เดือนของปี 56 ที่ทำกำไรสุทธิได้ -46.77 ล้านบาท พูดให้ชัดๆ ก็คือขาดทุน

9 เดือนของปี 57 WAVE มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 4.51 บาท จากปี 56 งวด 9 เดือน เหมือนกัน WAVE มี E ติดลบที่ 1.44 บาท

หลายวันก่อนประกาศผลประกอบการ WAVE ขึ้นไปแตะ 90 บาท หลังจากนั้นก็ถูกถล่มขาย จนวันที่ประกาศงบการเงินไตรมาส 3/57 WAVE ก็ถูกถล่มขายต่อ จนราคามาอยู่ที่ 70 บาทต้นๆ

บทเรียนนี้ให้อะไรแก่เรา

มันบอกเราว่า WAVE ขึ้นไปรอรับผลประกอบการที่จะออกมาดีในอนาคต ซึ่งเมื่ออนาคตกลายเป็นความจริงขึ้นมา หุ้น WAVE ก็หมดข่าวดี ดูเหมือนไม่มีอะไรให้ลุ้นต่อ ความน่าสนใจจึงลดลง และถ้าหากมีใครต้องการจะได้หุ้น WAVE เยอะๆ ก็เป็นโอกาสดีที่จะขายโชว์ เพื่อเพิ่มความน่าตกใจให้หุ้นมากขึ้นไปอีก ถือเป็นการขายโชว์  เพื่อจะเก็บหุ้นให้ได้มากขึ้น เพื่อรอรับข่าวดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (เดา)

ข่าวดีคืออะไร นักเรียนตอบได้มั๊ย

ถ้าดูกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) 9 เดือนที่ทำได้ 4.51 บาท แล้วยังเหลือเวลาอีก 3 เดือน งานนี้เป็นไปได้สูงมากที่ตลอดปี 57 WAVE จะมี E เกิน 5 บาท/หุ้น และถ้าแบ่งมาซัก 50% เอามาจ่ายปันผล นักเรียนว่า ราคาหุ้น WAVE ควรจะเป็นกี่บาท

หลักของการหาราคาหุ้นที่จะขึ้นไปสูงสุดเป็นอะไรที่ไม่ยากเลย

เงินปันผล              =       (2.5%) x (ราคาหุ้น)

2.5 บาท               =       (2.5 ÷ 100) x ราคาหุ้น

ราคาหุ้น                =       (2.5 x 100) ÷ 2.5        =       100     บาท

ถ้าใช้ 2.5% คิดราคาหุ้น WAVE จะไปได้ที่ 100 บาท งานนี้จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมหุ้นจึงตก เพราะถ้าไม่ตก ก็จะไม่ได้กำไรเยอะ

90 บาท ไป 100 บาท กับ 70 บาท ตอนนี้ไป 100 บาท มีส่วนต่างที่คิดคำนวณได้ถึง 30 บาท งานนี้จึงมีคนอยากให้ WAVE ตก เพื่อจะได้ซื้อเพิ่ม เพราะเขาเห็นอนาคตว่า WAVE ไป 100 บาทได้ง่ายๆ

ลำพังตัว E ปี 57 อย่างเดียวที่เกิน 5 บาทแน่ๆ คงไม่พอที่จะสนับสนุนราคาที่จะขึ้นไปที่ 100 บาท ยังต้องมั่นใจต่อตัว E ในปี 58 อีกด้วย ว่าต้องเกิน 5 บาทด้วย เพราะราคาหุ้นจะขึ้นได้ ตัว E ต้องมีเสถียรภาพ ไม่ใช่เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง

E ปี 58 ของ WAVE จึงกลายเป็นการบ้านข้อสำคัญว่า หากคนลงทุนมั่นใจว่า ปี 58 E ต้องเกิน 5 บาทแน่ๆ ชัวร์ๆ ราคา WAVE ไปที่ 100 บาทแน่นอน งานนี้จึงเป็นการตกเพื่อจะขึ้นต่อ แต่หากคนลงทุนวิเคราะห์และมองเห็น E ปี 58 ของ WAVE จะต่ำกว่าปี 57 งานนี้จะเป็นการตกแบบของจริง คือไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลัง

กิจการของ WAVE ที่จะสร้างตัว E มี 3 รายการหลัก ได้แก่ กิจการของตัว WAVE เอง กิจการโรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ และกิจการ TSE (โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) ที่เพิ่งเข้าตลาดหุ้นไปหมาดๆ ราคาตอนนี้อยู่ที่ 9 บาทเศษ และในงบการเงิน (งบกำไรขาดทุน) 9 เดือนของปี 57 WAVE ก็โชว์กำไรจาก TSE 189.9 ล้านบาท ผมจึงอยากให้นักเรียนลองคิดดูว่า จำนวนหุ้นของ WAVE มี 32.4 ล้านหุ้น หุ้นละ 10 บาท นักเรียนลองหากำไรสุทธิต่อหุ้นที่ WAVE ได้รับจาก TSE ดูซิว่าเป็นกี่บาท และขณะนี้ TSE ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ประสบความสำเร็จ ได้เงินก้อนโตที่พร้อมจะลงทุนโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นภาพ E ที่ WAVE จะได้รับจาก TSE เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกว่า E ตลอดปี 58 ยังไงก็เกิน 5 บาท ได้แน่ๆ ด้วยความรู้สึกแบบนี้ จึงมองว่า WAVE มีโอกาสขึ้นมากกว่าลง และที่ลงในวันนี้ ก็เป็นการลงเพื่อจะขึ้นต่อตามที่ผมได้อธิบายไป

นอกจากตัว E ที่มีผลต่อราคาที่ 100 บาทแล้ว อยากให้คนวิเคราะห์สนใจกับสภาพคล่องทางการเงินของ WAVE ให้มากๆ เพราะถ้าดูจาก Current Ratio (อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงิน) โดยเอาสินทรัพย์หมุนเวียนตั้งแล้วหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน จะได้ค่า 0.58 : 1 และถ้าดู D/E Ratio (อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุน) จะได้ค่า 1.82 : 1 บอกให้เรารู้ว่า WAVE เริ่มตึงๆ แล้ว หาก WAVE มีโครงการใหม่ที่อยากจะทำ WAVE ต้องเพิ่มทุน

E ที่เกิน 5 บาท บวกการมีโอกาสที่จะเพิ่มทุน ทำให้รู้สึกว่า 100 บาท เป็นไปได้ คนที่เชื่อแบบนี้ก็จะอยู่ในอาการดีใจเหลือเกินที่ WAVE ราคาตก

การเห็นหุ้นราคาตก นักเรียนต้องอย่ามองว่าเป็นหายนะ แม้เราจะขาดทุนก็ตาม แต่ต้องมองเป็นโอกาสด้วย ว่าทำให้เราซื้อเพิ่มได้ และเมื่อซื้อเพิ่ม ต้นทุนราคาก็จะถูกเฉลี่ย แล้วถือลงทุนต่อไปในระยะกลาง สุดท้ายก็กลายเป็นผู้ผลิตเกมจากผู้ที่ดูเหมือนจะแพ้ กลายเป็นผู้ชนะไปซะเฉยเลย

หุ้นตก จึงต้องตั้งสติ หาคำตอบต่อตัว E ให้ได้ เมื่อได้คำตอบต่อตัว E ก็จะรู้ราคาหุ้น จึงตัดสินใจลงทุนได้ถูกต้อง ว่าจะยุติขาดทุน หรือจะลงทุนเพิ่ม