Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

IEC, EPCO และ EA ตอน 4

IEC , EPCO และ EA ตอน 4

10623336_658381277604255_3572942059974191052_o

กรุงเทพธุรกิจวันที่ 7/11/57 ข้อมูล EA

      ราคาปิด                                   25          บาท

      P/E                                    93.95          เท่า

      มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV)         1.38          บาท

      P/BV                                  18.10          เท่า

      ทุนจดทะเบียน                373,000,000    บาท

      PAR                                      0.1           บาท

ดู P/E และ P/BV แล้วจะเป็นลม ถ้าเปรียบเทียบกับ EPCO และ IEC ที่มีค่าที่ต่ำกว่ามาก (ย้อนดูชั่วโมงเรียนหุ้นวันที่ 10/11/57)

EA ไตรมาส 2/57 กำไรสุทธิ 408.8 ล้านบาท โตจากงวดเดียวกันของปี 56 ที่มีตัวเลขอยู่ที่ 60.7 ล้านบาท จะเห็นว่าอัตราการเติบโตน่าตกใจจริงๆ

กำไรสุทธิ 408.8 ล้านบาท ใหญ่กว่าทุนจดทะเบียน 373 ล้านบาท และถ้าอีก 6 เดือนหลังของปี 57 ได้กำไรอีก 400 ล้านบาท แล้วอะไรจะเกิดขึ้น

คำตอบก็คือ ชัวร์ๆ 1,000,000% EA จะมีกำไรสุทธิมากกว่าทุนจดทะเบียน

ตอนนี้จึงอยากรู้ว่าส่วนทุนของ EA ณ 30/6/57 เป็นเท่าไร ดูแล้วได้ตัวเลข 5,156.9 ล้านบาท (นักเรียนต้องตั้งสติเอากำไรสุทธิไปเทียบกับส่วนทุนให้ดีๆ)

พักเรื่องนี้เอาไว้แล้ว อ่านข่าว EA ข้างบน

ข่าวบอกว่าปีหน้า (58) กำไรโตอีก 100% งานนี้กำไรทะลุ 1,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้นึกถึงส่วนทุนที่โตขึ้น เพราะ E โตอีก 100% ทำให้ BV ใหญ่ขึ้นจากวันนี้อีกเท่าตัว P/BV ที่มีสถิติ 18.10 เท่าในวันนี้จะลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือประมาณ 9 เท่า

ปี 59, 60 E โตอีก ลองนึกดูถึง P/BV ที่จะลดลงไปเรื่อยๆ โดยอิงราคา 25 บาทเอาไว้เท่าเดิม

งานนี้ P/BV ก็บอกเราอีกกี่ปี ราคาที่ซื้อแพงในวันนี้จึงจะไม่แพง (ราคาเท่ากับมูลค่าหุ้นทางบัญชี) หรือมูลค่าหุ้นทางบัญชีปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเท่ากับราคาตลาดที่ซื้อมา) หุ้นในกิจการผูกขาดจึงมี P/BV สูงกว่าปกติได้ และ P/BV ที่สูงกว่าปกติ ก็เป็นเพราะราคาหุ้นได้ขึ้นมารอรับ E ในอนาคตแล้วนั่นเอง ราคาหุ้นจึงมีลักษณะแพงในวันนี้ แต่ถูกในอนาคต หุ้นผูกขาดจึงต้องระมัดระวังเรื่องการไล่ราคาให้ดีๆ เพราะราคาที่แพงแล้วในวันนี้ หากมีการไล่ราคาให้สูงต่อไปอีก ต้องมั่นใจว่า E จะโตขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะราคาที่ไล่ขึ้นไปใหม่ จะเป็นราคาที่ต้องเอา E ที่บวกเพิ่มเข้ามาใหม่ไปคิดด้วย

สรุปหุ้นผูกขาดแบบ EA, EPCO และ IEC ด้วย จะเอา E อนาคตมาหาราคาหุ้นที่จะขึ้นไปสูงสุดในวันนี้ ดังนั้น การลงทุนจึงต้องเดา E อนาคตแล้วตัดสินใจลงทุนเลย เพราะราคาหุ้นจะขึ้นไปรออนาคต

ราคาหุ้นที่สูงมากแล้ว ดูที่ P/E และ P/BV อย่างกรณี EA ดังนั้น หากจะตัดสินใจซื้อ จึงต้องตอบคำถามว่า E อนาคตที่จะเพิ่มเข้ามาอีก จะทำให้ E อนาคตใหญ่กว่าที่เดาเอาไว้เท่าไร เพื่อจะได้ตัดสินใจว่า ควรซื้อหุ้นที่ราคาสูงๆ นี้ได้อีกหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความยากอย่างมาก เพราะทุกระดับราคาสามารถถูกเจ้ามือถล่มขายได้ตลอดเวลา เพราะเจ้ามือซื้อถูกเหลือเกิน

โมเดลของ EA จึงเอามาใช้เพื่อการลงทุน IEC และ EPCO ในวันนี้จะดีที่สุด สาเหตุเพราะ P/E และ P/BV ของหุ้นทั้ง 2 ตัวยังไม่สูงเวอร์ และเพดานวิ่งของหุ้นทั้ง 2 ตัว ยังมีอีกเยอะ

(1) อ่านข่าวอีกรอบ ว่า EA ขายไฟได้กี่เมกะวัตต์ เอาไปเปรียบเทียบกับ EPCO และ IEC จะเห็นการเติบโตของหุ้น EPCO และ IEC จากการลงทุนเพิ่มได้ชัดเจนมาก

(2) IEC และ EPCO ยังเพิ่งเริ่มต้น เมื่อเทียบกับ EA ทำให้ EA กลายเป็นตัวเปรียบเทียบของ IEC และ EPCO ว่า ดีกว่าหุ้นทั้ง 2 ตัวตรงไหนบ้าง และถ้าหุ้น 2 ตัวเริ่มดีใกล้เคียง ราคาของ EA ก็อาจเอามาอ้างอิงเปรียบเทียบได้

วันนี้เราจึงตัดสินใจปลูกมะม่วงพันธุ์ดีจากกิ่งตอนที่มีราคาถูก แล้วรออีก 3-5 ปี มะม่วงจากกิ่งตอนจะกลายเป็นมะม่วงต้นยักษ์ใหญ่ ทำให้เรากลายเป็นเศรษฐีที่เหลือมะม่วงเอาไปแจกผู้คน (มะม่วงเท่ากับเงิน)