Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

IEC, EPCO และ EA ตอน 3

IEC , EPCO และ EA ตอน 3

วันศุกร์ที่ 7/11/57 บอกท่านว่า IEC เหลือเงินลงทุนโครงการใหม่อีก 11,000 ล้านบาทโดยประมาณ ในขณะที่ EPCO เหลือเงินน้อยกว่า คือเหลือประมาณ 1,447.95 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้หาก EPCO ต้องลงทุนโครงการใหม่ๆ โดยบริษัทย่อยที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล งานนี้ EPCO มีสิทธิต้องเพิ่มทุน

EPCO มีโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น และเป็นโครงการใหญ่ด้วย (อ่านหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งตอนนี้ซื้อที่ดินได้แล้ว และเริ่มมีการจ่ายเงินลงทุนบ้างแล้ว) จึงต้องใส่ใจการเพิ่มทุนของ EPCO ให้ดีๆ เพราะถ้า EPCO เพิ่มทุนจริง งานนี้จะเกิดการเก็งกำไรใน EPCO อีกเป็นแน่

สถิติของ EPCO ดูจากกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 7/11/57

ราคาปิด 8.2 บาท

จำนวนหุ้นที่ซื้อขาย 147,223,002 หุ้น

มูลค่าซื้อขาย 1,145,251,141 บาท

กำไรสุทธิต่อหุ้น (E) 0.21 บาท

P/E 35.89 เท่า

มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) 1.8 บาท

P/BV 5.29 เท่า

จำนวนหุ้น 736,140,807 หุ้น

PAR 1 บาท

ทุนจดทะเบียน 736,140,807 บาท

ที่ราคาขึ้นเมื่อศุกร์ที่ผ่านมา น่าจะมาจากเหตุ 3 เหตุ เหตุแรกคือ เก็งผลประกอบการไตรมาสที่ 3/57 ว่าจะออกมาดีต่อเนื่อง เหตุที่ 2 IEC กำลังหายใจรดต้นคออยู่ เพราะถ้าเทียบ IEC กับ EPCO ในแง่ของโรงไฟฟ้าที่พร้อมทำเงินแล้ว EPCO โอเคกว่า เพราะถ้าไล่อ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินของ EPCO โรงไฟฟ้าโดยบริษัทย่อยน่าจะทุกโรง (100%) ปันผลได้หมดแล้ว จะเหลือก็แต่โครงการใหม่ที่ญี่ปุ่นที่เป็นโครงการขนาดใหญ่กำลังจะก่อสร้าง และนี่แหละอาจเป็นเหตุที่ 3 ที่ EPCO มีสิทธิเพิ่มทุน (เดา) เพราะเงินลงทุนไม่น่าจะพอ

จริงๆ แล้วมีนักเรียนหลายคนวิเคราะห์หุ้น EPCO มา ตั้งแต่ผมทิ้งประเด็นว่า EPCO น่าสนใจ แต่ผมก็เชื่อว่า หลายคนก็ยังไม่ซื้อ สาเหตุเป็นเพราะจิตใจ

จิตใจที่รู้ว่าหุ้นดี แต่หุ้นนิ่งๆ ยังไม่ขึ้น แม้รู้ว่าดีอย่างไร ก็ลดทอนความมั่นใจที่จะซื้อทันทีไปเยอะเลย พอมาวันนี้ที่ EPCO ทะลุ 8 บาทไปเสียแล้ว หลายคนที่จ้อง EPCO อยู่ จึงเสียใจน่าดู แต่ที่ราคานี้ หากนักเรียนมองเห็นอนาคตของ EPCO ชัดเจน ราคานี้ก็เป็นราคาที่ซื้อได้หรือซื้อไม่ได้ นักเรียนตอบคำถามนี้หน่อย

การจะตอบคำถามว่าราคา 8 บาท ซื้อได้หรือไม่ ดูที่ E ของ EPCO ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่จะทำให้ P/E และ P/BV ที่ในวันนี้ 35.89 เท่า และ 5.29 เท่าลดลง ว่าจะลดลงจนเหลือเท่าไร

ก่อนอื่นเอา IEC มาลองเปรียบเทียบ ใช้สถิติจากกรุงเทพธุรกิจ เป็น

ราคาของวันที่ 7/11/57 เหมือนกัน

ราคา 0.07 บาท

จำนวนหุ้นที่ซื้อขาย 1,204,865,885 หุ้น

มูลค่าซื้อขาย 77,296,372 บาท

P/E 59.82 เท่า

BV 0.01 บาท

P/BV 7.1 เท่า

จำนวนหุ้น 164,824,585,000 หุ้น

PAR 0.01 บาท

ทุนจดทะเบียน 1,648,245,850 บาท

สิ่งที่ได้จากการเปรียบเทียบ

(1) EPCO วันที่ 7/11/57 คึกคักมาก ดูมูลค่าการซื้อขายเทียบกับ IEC

(2) IEC บอกเราว่า ถ้าปริมาณการซื้อขายย่ำอยู่ประมาณนี้ และลดลงไปเรื่อยๆ หมายความว่าราคาจะนิ่ง ทำให้จินตนาการได้ว่า ที่มาจาก 0.04 บาท จนถึง 0.07-0.09 บาท อาจมีคนมาเก็บ

ประเด็นการมีคนมาเก็บนี้ ก็เป็นจินตนาการ เพราะผมจินตนาการจากบทสัมภาษณ์ที่ได้ข่าวจากนักเรียนมาว่า ปีหน้า (58) IEC มีโครงการจะรวม PAR (ฝากติดตามข่าวก็แล้วกัน) ทำให้จำนวนหุ้นลดลง

ประเด็นนี้บอกเป็นนัยแก่เราว่า เรื่องเงินเพิ่มทุนของ IEC นับจากวันนี้คงไม่ใช่ประเด็นหลักอีกต่อไป เมื่อไม่ใช่ประเด็นหลักแล้ว การทำหุ้นให้มี PAR ต่ำที่สุดแบบในวันนี้ที่ 0.01 บาท จึงไม่ได้ให้ประโยชน์เรื่องราคาหุ้นเพิ่มทุนกับ IEC อีกแล้ว

จะพูดอีกแบบก็คือ ภารกิจระดมทุนของ IEC จบลงแล้ว และเมื่อจบลงแล้ว ก็เหลือภารกิจสร้างอาณาจักรของ IEC ให้ยิ่งใหญ่ และอาณาจักรที่จะยิ่งใหญ่ได้ต้องมีเจ้าภาพ จะปล่อยให้เป็นรายย่อยทั้ง 100% ไม่ได้แล้ว

การปรากฏเป็นภาพรายย่อย 100% ก็เพื่อประโยชน์ในการระดมทุน และเมื่อระดมทุนจบแล้ว ภาพรายย่อย 100% ส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อยกลุ่มเดียวกันหมด หรือเอาว่ารู้จักกันเป็นส่วนใหญ่ จะถูกรวมหุ้น (รวม PAR) ก่อเกิดเจ้าภาพ (ผู้ถือหุ้นใหญ่) ชัดเจนในปี 58

จาก (2) ที่จินตนาการว่ามีคนมาเก็บ อาจเป็นการเก็บตอนท้ายๆ ของรอบสุดท้าย เพราะถ้าไม่ใช่ตอนท้ายๆ ราคาจะขึ้นไปอีก ต้นทุนจะสูง ทำให้เกิดจินตนาการย้อนหลังไปถึงตอนก่อนเพิ่มทุน RO (ให้ผู้ถือหุ้นเดิม) ว่าการเก็บหุ้นเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนู้นแล้ว และเจ้าภาพก็ได้หุ้นไปเยอะแล้วด้วย (ซื้อหุ้นเพิ่มทุนด้วย) ที่ต้นทุนประมาณ 0.03-0.05 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้กับ PP 40,000 ล้านหุ้น ที่ราคา 0.036 บาท ปี 58 จึงเห็นภาพของการรวมหุ้น (รวม PAR) และเกิดเจ้าภาพ (ผู้ถือหุ้นใหญ่) ให้เห็นชัดเจนว่า จะเป็นใคร

(3) EPCO มีเจ้าภาพชัดเจนคือ AQUA ถือหุ้น 45% รอลุ้น IEC ก็แล้วกันว่าเจ้าภาพจะเป็นใคร รวยไม่รวย อภิมหาเศรษฐีใช่หรือไม่

(4) ทุนจดทะเบียน EPCO 736,140,807 บาท ขณะที่ IEC มีทุนจดทะเบียน 1,648,245,850 บาท และหลังเพิ่มทุน PP อีก 40,000 ล้านหุ้น จะทำให้ทุนจดทะเบียน IEC ปี 58 มี 2,048,245,850 บาท

สรุปทุนของ IEC หลัง PP มีมากกว่า EPCO 2.78 เท่า

เปรียบเทียบมาถึงข้อ (4) ตรงทุนจดทะเบียน IEC มีมากกว่า EPCO 2.78 เท่า หากตีให้เป็น 3 เท่า (ตัวเลขกลมๆ) ถ้า EPCO เพิ่มทุนทีเดียวให้เท่า IEC จะต้องเพิ่มทุน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ หากให้ราคาขายอยู่ที่ 3 เท่าของ BV (1.8 บาท) ในตอนนี้ ราคาขายหุ้นเพิ่มทุนของ EPCO จะเป็น 5.4 บาท/หุ้น ทำให้เกิดความรู้สึกทันทีว่า EPCO ทะลุ 10 บาทแน่

ทั้งหมดที่พูดถึง EPCO เพิ่มทุน ก็คือ ยกตัวอย่างให้ท่านฝึกการจินตนาการโดยเอา EPCO มาเทียบกับ IEC จะทำให้ท่านต้องคิดต่อ ว่า ถ้า EPCO มีเรื่องการเพิ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ราคาตอนนี้ก็น่าซื้อเหลือเกิน

เสียอยู่เรื่องเดียวจริงๆ คือตอนนี้ไม่มีเงิน

หมายเหตุ ครั้งหน้าจะเอา EPCO และ IEC ไปเทียบกับ EA