Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

IEC , EPCO และ EA ตอน 2

IEC , EPCO และ EA ตอน 2

ผมเขียนเรื่องนี้ต่อจากวันจันทร์ที่ 3/11/57 ที่ได้ให้การบ้านนักเรียนเอาไว้ 4 ข้อ ลองมาดูคำตอบกัน

คำตอบข้อ (1) สาเหตุที่ IEC ยังอยู่ระหว่างการเทิร์นอราวด์ เหลือระยะทางวิ่งอีกมาก เป็นเพราะ IEC เหลือเงินลงทุนอีกมหาศาล ดูจาก

  1. เงินสดในงบดุล ณ 30/6/57 เหลือ 185 ล้านบาท
  2. เงินสดเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) 41,206,146,308 หุ้น หุ้นละ 0.025 ได้เงินมา 1,030 ล้านบาทโดยประมาณ
  3. เงินสดเพิ่มทุนขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) 40,000,000,000 หุ้น หุ้นละ 0.036 บาท ได้เงินมา 1,440 ล้านบาทเงินสด 3 ข้อรวมกับ 2,655 ล้านบาท
  4. การเพิ่มทุนข้อ 2. และ 3. ทำให้ IEC มีทุนหลังเพิ่มทุน RO 1,648,245,850 บาท และบวกเพิ่มทุน PP เข้าไปอีก IEC จะมีทุน 2,048,245,850 บาท
  5. จาก 4. ทำให้ส่วนทุน IEC ใหญ่ขึ้น จากส่วนทุน ณ 30/6/57 ที่มี 1,779.8 ล้านบาท กลายเป็น 1,779.8 ล้านบาท บวกด้วย 2. และ 3. ได้เท่ากับ 4,249.8 ล้านบาท

ณ 30/6/57 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของ IEC อยู่ที่ 0.46 : 1

อนุโลมว่า ส่วนทุนของ IEC หลังเพิ่มทุน PP เสร็จ และหาก IEC กู้ได้ กู้ได้ 2 เท่า โดยไม่ได้คำนึงถึง D/E 0.46 : 1 ณ 30/6/57 จะทำให้กู้ได้เพิ่ม 8,500 ล้านบาทโดยประมาณ (ในทางปฏิบัติขอกู้ที่ 2.5 : 1 ก็ยังได้เงินกู้อยู่ ดูเทียบเคียง SPCG ก็ได้)

สรุปความว่า IEC กู้เงินได้อีก 8,500 ล้านบาท

  1. เอาเงินสด 2,655 ล้านบาท (ข้อ 3.) ที่เป็นเงินสดของ IEC บวกกับเงินกู้ 8,500 ล้านบาท จะได้เงิน 11,000 ล้านบาท โดยประมาณที่ IEC ใช้ลงทุนได้

11,000 ล้านบาท ความรู้สึกของนักเรียนว่าเยอะหรือเปล่าล่ะ บริษัทที่ตุนเงินและโอกาสในการกู้เงินมากขนาดนี้ ถ้านับแล้ว IEC ถือว่าติดอันดับ โดดเด่นในระดับแถวหน้า เหลือแต่เพียงว่า เงิน 11,000 ล้านบาท จะถูกใช้โดยคนหัวกะทิหรือเปล่า ถ้าถูกใช้โดยคนหัวกะทิ งานนี้ 11,000 ล้านบาท จะงอกเงยได้เพิ่มขึ้นมากขนาดไหน

เงินที่พร้อมเพื่อการลงทุน 11,000 ล้านบาท ในขณะที่ทุนจดทะเบียน IEC หลังเพิ่มทุน PP มี 2,048.2 ล้านบาท

มาดู EPCO กันบ้าง ณ 30/6/57

(1) มีเงินสด 23.6 ล้านบาท

(2) ไม่มีโครงการเพิ่มทุน

(3) ส่วนทุน 1,141.5 ล้านบาท D/E เท่ากับ 1.25 : 1 หากจะกู้ให้ D/E ถึง 2 : 1 หรือกู้ให้ถึง 2.5 : 1 ไปเลย จะได้เงินกู้เท่ากับ 1,141.5 ล้านบาท คูณ 2.5 ได้ 2,853.75 ล้านบาท หักออกด้วยหนี้สินรวม ณ 30/6/57 1,429.4 ล้านบาท เหลือกู้ได้ 1,424.35 ล้านบาท

เอาเงินสด 23.6 ล้านบาท ข้อ (1) บวกด้วยกู้ได้เพิ่ม 1,424.35 ล้านบาท ข้อ (3) จะได้เงินลงทุนโครงการใหม่ 1,447.95 ล้านบาท

หากต้องการลงทุนโครงการใหม่มากกว่านี้ ต้องเพิ่มทุนชัวร์ 100%

มาถึงตรงนี้ นักเรียนลองเปรียบเทียบจำนวนเงินที่เหลือเพื่อการลงทุนใหม่ของ IEC ที่มี 11,000 ล้านบาท กับ EPCO ที่มี 1,447.95 ล้านบาท แล้วรู้สึกชัดมั๊ยว่า IEC อยู่ระหว่างทางที่กำลังเทิร์นอราวด์

แค่อธิบายระหว่างทางของการเทิร์นอราวด์ของ IEC ก็มีรายละเอียดที่เยอะมากแล้ว ตอนนี้ลองมาคำนวณเล่นๆ เรื่อง ROE หรือ Return on Equity หรือกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับส่วนทุนทั้งหมดของ IEC

ส่วนทุนทั้งหมดของ IEC หลังเพิ่มทุน PP ข้อ 5. มี 4,249.8 ล้านบาท มีโอกาสลงทุนโครงการใหม่สูงถึง 11,000 ล้านบาท หากทุกโครงการเป็นโครงการผูกขาด (โรงไฟฟ้า) และได้กำไร 15% ของเงินลงทุนทุกปี ปีหนึ่งจะได้กำไรสุทธิ 1,650 ล้านบาท เมื่อเอาไปเทียบกับส่วนทุน 4,249.8 ล้านบาท จะได้ 38.82% (ROE) ไม่รวมโครงการเดิมทั้งหมดที่ทำมา

และหากเทียบกับทุนจดทะเบียนอย่างเดียวที่ IEC มีทุนจดทะเบียนหลังเพิ่มทุน PP เท่ากับ 2,048.2 ล้านบาท กำไร 15% ของเงินลงทุน 11,000 ล้านบาท จำนวน 1,650 ล้านบาทต่อปี จะคิดเป็น 80.55% ของทุนจดทะเบียน (ROE ของทุนจดทะเบียน) ที่จะตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นของ IEC ทุกปีๆ

ถ้าเชื่อในสมมติฐานที่ 11,000 ล้านบาท เอาไปลงทุนในกิจการผูกขาด (โรงไฟฟ้า) ได้กำไร 15% ของเงินลงทุน นักเรียนเห็นว่ามีความเป็นไปได้ งานนี้ก็จะทำให้รู้ว่ากำไรสะสมของ IEC จะโตขึ้นทุกปี โดยมูลค่าที่โตจะอยู่ที่ 1,650 ล้านบาท เทียบกับทุนจดทะเบียนที่ 2,048.2 ล้านบาท (ไม่นับกำไรจากโครงการเดิมทั้งหมด)

1,650 ล้านบาท คิดเป็น 80.55% ของทุนจดทะเบียน 2,048.2 ล้านบาท นักเรียนว่าหุ้น IEC จะวิ่ง ไม่วิ่ง

ถ้าตอบว่า วิ่ง ราคาก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ (ดูตัวอย่างตอนท้าย)

อธิบายมาถึงตรงนี้ นักเรียนหลายคนเริ่มอึดอัดอยากถามว่า ถ้าโมเดลเป็นอย่างที่ผมว่า แล้วราคาหุ้น IEC จะเป็นเท่าไร

ตัวอย่าง ก่อนอื่นต้องหาจำนวนหุ้นของ IEC ทั้งหมดก่อน ว่าทุน 2,048.2 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 204,824,585,000 หุ้น หุ้นละ (PAR) 0.01 บาท

กำไร 1,650 ล้านบาท เอาจำนวนหุ้น 204,824,585,000 หุ้น ไปหารจะได้ E 0.008 บาท/หุ้น (ประมาณ 80% ของ PAR 0.01 )

บริษัททุกบริษัทในตลาดหุ้นจะปันผล 50% ของ E (ส่วนใหญ่) นักเรียนจึงตั้งสมการ

เงินปันผล          =         (% ปันผล)  (ราคา IEC)

0.004 บาท        =         (3%) (ราคา IEC)

ราคา IEC          =         (0.004 x 100) ÷ 3

                         =          0.13   บาท

ที่ราคา 0.13 บาท ไม่ได้รวมโครงการลงทุนเดิมที่บอกว่า ปี 57 จะมี EBITDA 450 ล้านบาท หากแม้นไม่ถึง ก็ยังต้องเหลือเงินติดบวกบ้าง และปี 58 และต่อๆ ไปที่โครงการเดิมอีกหลายโครงการสร้าง E ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ราคา 0.13 บาท คือราคาที่ออกมาเพื่อสอนนักเรียนถึงวิธีการวิเคราะห์เท่านั้น

วันนี้ราคาตลาด IEC อยู่ที่ 0.06 บาท เมื่อเอา 0.13 บาท ไปรวม จะเป็นราคา 0.19 บาท ตีซะว่า 0.20 บาท น่าจะได้เห็นปี 58 หลังเพิ่มทุน PP สำเร็จ

เราจึงต้องตาม IEC ต่อไป และคอยวิเคราะห์คำนวณเป็นระยะๆ ว่า 0.50 บาท จะไปถึงมั๊ยหนอ

เมื่อนักเรียนรู้วิธีการแล้ว ชีวิตของนักเรียนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันสนุกเหลือเกิน เพราะถ้าเห็นด้วยตาที่ 3 ผ่านการวิเคราะห์ว่า IEC เป็น 0.50 บาทได้ งานนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับนักเรียนบ้าง ลองหลับตาแล้วนึกภาพดูว่า 3 ปีให้หลัง หลังจากลงทุน IEC ที่ 0.06 บาทไป 100 ล้านหุ้น หมดเงินไป 6 ล้านบาท IEC กลายเป็น 0.50 บาท มีมูลค่าเงินหากขายทิ้งทั้งหมด 50 ล้านบาท

3 ปี หา 44 ล้านบาท นักเรียนไปทำอาชีพอะไรล่ะ ถึงจะได้เงินขนาดนี้

หมายเหตุ

1)  IEC , EPCO และ EA ยังไม่จบต่อครั้งหน้านะครับ

2) ขอชื่นชมคุณ Han Kang-woo , คุณ Jarin Jitsub และ Kerkkiat Eank ที่ส่งการบ้านมาอย่างละเอียด ค่อยๆ ตรวจด้วยตัวเองจากคอลัมน์นี้ก็แล้วกัน