Head ชั่วโมงเรียนหุ้น

ศุกร์ สงบ สติ คนข้างใน

ชั่วโมงเรียนหุ้นวันศุกร์ที่ 31/10/57 ขอพูดเรื่องสบายๆ สงบๆ เพื่อให้นักเรียนทุกคนหาให้เจอคนที่แอบซ่อนอยู่ในตัวเรา คนที่แอบซ่อนนี้แหละเล่นหุ้นเก่งมาก คนนี้เป็นยอดอัจฉริยะ ถ้าหาเขาไม่เจอ เขาจะพยศ จะแกล้ง ออกอาการโมโหพาให้เราไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนและในการดำเนินชีวิต

เวลาเขาแกล้ง เขาจะบงการให้เราเกิดความรู้สึกโลภ โกรธ หลง เวลาหุ้นขึ้น เขาก็ทำลายความรู้สึกสุขของเราให้หายไป เพราะเขาจะกระซิบบอกตลอดเวลาว่า ขายหุ้นทิ้งไปเถอะ ครั้นเมื่อเราไม่เชื่อเขา แล้วหุ้นกลับไม่ขึ้นต่อ มันตกลงมา อย่าง IEC ตกลงมาจาก 0.09 มาอยู่ที่ 0.06 เขาก็จะกระซิบสมน้ำหน้าเราตลอดเวลาว่า เห็นหรือเปล่าว่า ควายมีอยู่จริง ถ้าเชื่อเขาก็ดี จะได้ขายที่ 0.09 แล้ว กลับมาซื้อใหม่ที่ 0.06 ควายจริงๆ

เพราะเขา (คนข้างใน) ก็ไม่ได้พูดผิดอะไร จริงๆ แล้วหากคิดใคร่ครวญดีๆ เขาก็พูดถูก ด้วยเหตุนี้ เราจึงเชื่อเขา แล้วตกลงใจกับตัวเองว่า คราวนี้ถ้ามันขึ้นไปที่ 0.07, 0.08, 0.09 กูจะขาย แล้วค่อยกลับมาช้อนซื้อ ด้วยความเป็นคนอัจฉริยะอย่างเรา สถานการณ์พระเอก กับบทบาทพระเอกที่มีหน้าตาพระเอก นางเอกอย่างเรา ต้องเป็นผู้ชนะแน่นอน

สายตาที่ยาวไกลที่มองออกจากตัวเองไปสู่อนาคตก็พลันมลายหายไปสิ้น เขาจัดการเราเสร็จสรรพแล้ว ทำให้เราเปลี่ยนจากคนกลายเป็นวัวพันหลัก ตาทิพย์หรือตาที่สามถูกจิ้มให้บอดไป กลายสภาพเป็นคน 3 ตา แต่มีตาที่ 3 เป็นตาถั่ว มองเห็นเหตุการณ์ในอนาคตไม่ได้ จึงต้องมีชีวิตอยู่อย่างหาเช้ากินค่ำ ผ่านไปปีแล้วปีเล่าก็ไม่รวยเสียที เพราะหุ้นที่ซื้อไว้ขายกินไปก่อนแล้ว หลังจากขายมันก็ขึ้นเอาขึ้นเอา

ผมมีตัวอย่างที่เห็นชัดๆ อย่างหุ้น WAVE ปี 54-55 ราคา 10 บาท มาวันนี้ปี 57 ใกล้ 100 บาท ถ้าคนซื้อ 100,000 หุ้น หมดเงินไป 1.0 ล้านบาท มาวันนี้ ผ่านเวลาไปไม่เกิน 2 ปี สมมติราคา 100 บาท ซึ่งถึงแน่นอน เขาจะมีเงิน 10 ล้านบาท

หุ้นแบบ WAVE มีเกิดขึ้นตลอดเวลา เราจึงต้องทำหน้าที่หา เมื่อหาเจอแล้ว (โรงเรียนสอน) ก็ต้องรู้จักถือให้นานพอ และการจะถือให้นานได้ เราต้องหาคนข้างในให้เจอ เพื่อให้เขาเลิกแกล้งเราเสียที เพราะที่เขาแกล้งก็เพราะเขาโกรธที่เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ข้างในเรานั่นเอง ถ้าเรารู้ว่าเขาอยู่ โดยทำการทักทายเขา เขาก็จะโต้ตอบบอกให้เรารู้ว่า ใจเย็นๆ หุ้นขึ้น หุ้นลงเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปซีเรียส ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสมมติ หาได้มีค่ามากกว่าความสุขใจไม่ ไม่เชื่อลองตายดูตอนนี้ซิ บาทนึงก็เอาไปไม่ได้

ดีแล้วที่มันตก จะได้ซื้อเพิ่ม เจ้าจงไปทำงานในอาชีพหลักให้มากๆ เอาเหงื่อแลกเงินอย่างเต็มที่ จะได้เหลือเงินมาซื้อหุ้นที่ตกเพิ่ม ดีแล้วที่มันตกไม่อย่างนั้นเสียโอกาสในการทำกำไรไปอีกเยอะเลย

คำแนะนำจากเขา (คนข้างใน) ที่เลิกแกล้งเราแล้ว และจู่ๆ ก็มาทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่เรา ทำให้เรามีความสุขเหลือเกินกับ IEC ที่หล่นจาก 0.09 มาเป็น 0.06 เพราะการตกทำให้เราได้มีโอกาสซื้อเพิ่ม จะได้ทำกำไรมากขึ้นในอนาคต โดยคนข้างในบอกเราว่า ให้ไปหาเงินเพิ่มจากอาชีพหลัก

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมีหนังสือที่เขียนขายมากกว่า 250 เล่ม ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เพื่อหาเงินเอามาลงทุนเพิ่มตลอดเวลา

ณ ขณะที่ผมกำลังมุ่งมั่นทำงานหาเงิน เพื่อจะเอาเงินมาลงทุน คนข้างในก็สอนสมาธิ (ขณิกสมาธิ) ให้ผมด้วย โดยผลที่เกิดขึ้นทำให้ผมเพลิดเพลินกับเวลา อย่างเริ่มทำงานตอน 4 ทุ่ม มารู้สึกตัวดูเข็มนาฬิกาชี้ไปที่ตี 2 เวลาตามเข็มนาฬิกาผ่านไป 4 ชั่วโมง แต่เวลาทางใจ (ความรู้สึก) เหมือนผ่านเวลาไปแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

การเพลินกับเวลาทำให้เวลาทางใจเดินช้า ทำให้เซลในร่างกายเสื่อมตามเวลาทางใจ แค่ 1 ชั่วโมงไม่ใช่เสื่อม 4 ชั่วโมงตามเข็มนาฬิกา เป็นเหตุให้คนอายุยืน 75 ปี (ในพระไตรปิฎก)

ณ ขณะที่เพลิดเพลินกับเวลา (ขณิกสมาธิเกิด) อยู่บ่อยๆ เพราะมีหุ้นที่อยากลงทุนอยู่ในโพยหุ้นเพียบ (ได้มาจากโรงเรียนสอนเล่นหุ้น) จึงต้องขยันทำงานหาเงิน ก็ถึงเวลาแล้วที่คนข้างในจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้เราเห็นเป็นที่ ประจักษ์ ว่าเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้โดยลำพัง ปรากฏการณ์คนซ้อนคน (คนที่สิงอยู่ในตัวเรา) มีอยู่จริง ตามประโยคที่พระพุทธเจ้าสอนเสมอๆ ให้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนสองตนในประโยคนี้ บอกปริศนาลึกลับ คือ ตนแรก คือคนข้างใน ตนที่ 2 คือคนที่ต้องกิน ต้องหายใจ ต้องการความสำเร็จ ตนแรกหรือคนข้างในคอยดูแลเราตลอดเวลา

ตนแรกจะค่อยๆ เผยโฉมให้เรารู้สึกได้ว่าเขามีอยู่จริง โดยผ่านกระบวนการสติที่พัฒนาต่อยอดมาจากขณิกสมาธิ ทำให้เรารู้ว่ามีเขาอยู่ข้างในจริง และเขาคนข้างในนี้มีนิสัยและสันดานพิเศษ ครบถ้วนตามข้อ 7 ข้อของโพชฌงค์ 7 หรือที่เรียกว่า องค์แห่งการตรัสรู้ พาให้เรามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเหมือนคนข้างใน เปรียบเหมือนเอเลี่ยนที่ซ่อนตัวและเติบโตอยู่ในตัวเรา และวันที่โตได้ที่เอเลี่ยนก็จะออกมาดูโลก

และแล้วก็ถึงเวลาที่คนข้างในจะออกมาดูโลก เราจะรู้ได้เองว่า คนข้างในกับเราจับมือกันแล้ว คนข้างในจะคอยสอนเราตลอดเวลาว่า ไม่มีตัวเราอยู่จริง เราเป็นดิน น้ำ ไฟ ลม และจิต อีกไม่นานเราก็จะสลาย ทำให้อาการโลภของเราลดลง อาการโกรธ และหลงก็ลดลง ความถือดีอวดเก่ง คิดว่ากูแน่หายไปจากใจจนหมดสิ้น อาการอยากรวยจากการเล่นหุ้นเหลือแค่เพียงอาการอยากทำหน้าที่ ส่วนรวยหรือเจ๊งไม่ได้สนใจ เพราะเมื่อเราจับมือกับคนข้างในเพื่อทำหน้าที่ต่อการวิเคราะห์และเลือกหุ้น ลงทุน คนข้างในจะฉายภาพอนาคตให้เราดูอย่างชัดๆ (จินตนาการสำคัญกว่าความรู้) เราจึงลงทุนวันนี้เพื่อจะรวยในอีก 2-3 ปีข้างหน้าแบบตัวอย่างหุ้น WAVE หรือ IEC ที่อาจเป็น 0.50 บาท

ระหว่างทางของการลงทุน คนข้างในก็สอนเราและเราก็ยอมรับความจริงข้อนี้แบบไม่โต้แย้ง ว่าหุ้นที่เราลงทุนไปและเป็นหุ้นที่ดีด้วยไม่ใช่ของเรา เราไม่เคยมีมัน และที่สำคัญมากๆ ตอนนี้คือเงินเราหมด เราจึงต้องขยันทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพชอบ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ได้เอามาจากการขายหุ้น หรือถ้าหุ้นตัวที่ลงทุนไม่ดีแล้วเราต้องขายมัน เราก็ไม่คิดว่า เราเสียหายอะไร เพราะคนข้างในพร่ำสอนเราตลอดทุกลมหายใจเข้าออกว่า เงินไม่ใช่เงิน เงินเป็นกระดาษ อีกไม่นานก็ตายแล้ว จะสนใจมันมากไปทำไม

ด้วยการจับมือของเรากับคนข้างใน การลงทุนจึงกลายเป็นหน้าที่และกลายเป็นงานอดิเรก ส่วนงานหลักก็คือ สัมมาอาชีโว หรืออาชีพหลัก ที่พาให้เราเดินทางเข้าสู่มรรคมีองค์แปด พาให้เราบรรลุความจริง แล้วให้ผลพลอยได้คือความร่ำรวยจากการเล่นหุ้น

เริ่มต้นด้วยอยากรวยจากหุ้น พาให้ขยันทำงาน จากงานพาเข้าสู่สมาธิ จากสมาธิพาเข้าสู่สติ จากสติพาเข้าไปหาคนข้างใน เมื่อเจอคนข้างในก็เจออริยทรัพย์ (สัจจะ) แถมความร่ำรวยจากหุ้นมาด้วย

เมื่อถึงปลายทาง หากมีคนถามว่าชีวิตนี้ยังต้องการอะไรอีก (ตอนที่ถูกถามไม่รู้ว่ามีเงินในบัญชีเท่าไร มีบ้านกี่หลัง มีรถกี่คัน) คำตอบก็คือ ความสุข

หวังว่าชั่วโมงเรียนหุ้นวันนี้ นักเรียนจะได้ข้อคิดที่ดีและเอาไปปฏิบัติ รับรองว่าประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะคนข้างในเล่นหุ้นเก่งมาก