ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

การบ้านหุ้น EPCO และเป้าหมายราคา

หุ้น 10 เด้ง หรือหุ้นชั่ว 7 ที ดี 7 หน หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อหุ้นเทิร์นอราวด์ ได้บอกไปแล้วว่า ราคาได้ตกมาเรื่อยๆ จนต่ำเลียดดิน โดยดินในความหมายนี้ก็คือมูลค่าหุ้นทางบัญชีหรือ (BV) นั่นเอง

ทำไมราคาจึงตกมาเรื่อยๆ ก็บอกไปแล้วว่า กิจการมีผลประกอบการที่ไม่ดี อยู่ในอาการ 3 วันดี 4 วันไข้ กิจการมองไม่เห็นอนาคต เพราะมีการแข่งขันกันรุนแรง ทำให้นักลงทุนคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ E ว่าไม่มีทางที่จะโตได้ หรือไม่มีทางโตแต่จะสาละวันเตี้ยลงจนติดลบก็เป็นได้ ทำให้ราคาหุ้นตกลงไปเรื่อยๆ

E ตัวเดียวจริงๆ ที่มีอิทธิพลต่อราคา ผมอยากให้คุณจดจำและระลึกถึง E ตัวนี้ให้มากๆ จะเล่นหุ้นตัวใด ก่อนซื้อต้องตอบคำถามว่า E ในอนาคตจะโตขึ้นหรือไม่ ถ้าโตขึ้นเรื่อยๆ ราคาหุ้นก็ขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถจับหลักความจริงข้อนี้ว่า ถ้า E โต 100% ราคาหุ้นจะขึ้น 100% ด้วย

ย้อนกลับไปสู่หุ้น 10 เด้ง ที่ก่อนเด้งจะต้องชั่วครั้งที่ 7 หมายความว่า มันไม่ดีมานานมากๆ แล้ว กิจการเดิมทำมาหลายปี ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไร พออยู่ พอกินไปวันๆ คนถือหุ้นก็ไม่ได้รวยขึ้น เพราะกำไรสุทธิต่อหุ้น (E) น้อย ไม่มีหรือบางปีติดลบ จึงไม่ได้รับเงินปันผล นี่เป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นไม่รวย

สถานการณ์ชั่ว 7 ที ทำให้ E ต่ำมากๆ บางปีติดลบ ทำให้ P/E สูงมากๆ เช่น สูง 350 เท่า มีความหมายว่าถือหุ้นตัวนี้เอาไว้ 350 ปี จึงจะได้เงินลงทุนคืน นั่นก็มีความหมายว่า คนถือหุ้นต้องตายไปแล้ว หรือบางปีหาก E ติดลบ (เจ๊ง) P/E จะหาค่าไม่ได้ เพราะ E ที่ติดลบเอาไปหารราคาหุ้นจะให้ค่าที่ติดลบด้วย หากพยายามแปลความหมายก็คงหมายความว่า ลงทุนในหุ้นตัวนี้จะได้เงินลงทุนคืนก็ชาติหน้า หุ้นชั่ว 7 ที จึงไม่มีใครสนใจ ราคาจึงตกไปจนใกล้ BV หรืออาจจะต่ำกว่า BV (ไม่เหลือ Premium เลย)

ราคาที่ใกล้เคียงกับ BV จะทำให้ P/BV ใกล้ 1 มีความหมายว่า ซื้อหุ้นตัวนี้เอาไว้ในวันนี้ และพรุ่งนี้หากกิจการเลิก จะมีการขายสินทรัพย์ทั้งหมดของกิจการทิ้ง ได้เงินเท่าไรจะเอาไปชำระหนี้ที่มีทั้งหมด หลังจากนั้นหากเหลือเงิน จะคืนผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นที่ถือ 1 หุ้น จะได้คืนเท่ากับ BV (มูลค่าทางบัญชีต่อ 1 หุ้น) งานนี้เมื่อราคาตลาดเท่ากับ BV ก็มีความหมายว่า ผู้ถือหุ้นจะไม่ขาดทุน แต่ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า BV (P/BV น้อยกว่า 1) มีความหมายว่า ผู้ถือหุ้นจะได้กำไรทันที

P/BV จึงใช้มองว่า หุ้นตัวนั้นถูกหรือแพง และมันจะตกได้อีกมากน้อยขนาดไหน อย่างถ้า P/BV ต่ำกว่า 1 ความรู้สึกจะบอกว่า ราคาจะไม่ตกไปกว่านี้แล้ว เพราะราคาหุ้นได้ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงแล้ว ด้วยเหตุนี้เองหุ้นชั่ว 7 ที ที่มี P/BV ใกล้ 1 หรือต่ำกว่า ราคาจะต่ำสุดๆ และมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง (น้อยมาก) แบบไม่มีคนอยากซื้อและอยากขายต่อไปอีกแล้ว

หุ้นแบบนี้หากมีโครงการลงทุนใหม่ อย่าง EPCO (โรงพิมพ์ตะวันออก) หันไปลงทุนในโรงไฟฟ้าหลายโรง ทำให้ E โตขึ้น ราคาจึงขยับจาก 2 – 3 บาท มาวันนี้ 6 บาทกว่า และโรงไฟฟ้าบางโรงที่ดำเนินการในนามบริษัทย่อยของ EPCO จะเข้าตลาดหุ้นปีหน้า และอีกหลายโรงก็คงจะทยอยเข้าตลาดหุ้นตามๆ กันมา อีกทั้ง EPCO ยังไปลงทุนโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นอีก แบบนี้ก็ชัดเจนว่า E ในอนาคตของ EPCO จะโตขึ้นเรื่อยๆ ราคา EPCO จึงไปต่อได้ โดยใช้หลักที่ว่า E โต 100% ราคาหุ้นขึ้น 100%

EPCO แม้ราคาจะขึ้นมาแล้ว 100% ในวันนี้ก็ยังจะไปต่อไป เพราะอิทธิพลของตัว E ที่โตขึ้น ผมจึงฝากให้คนลงทุนทำการบ้านกับ EPCO โดยเอางบการเงิน หมายเหตุประกอบงบการเงินและอ่านข่าวย้อนหลังของ EPCO ใน www.set.or.th 3 ปี ผมเชื่อแน่ว่า ท่านจะรู้สึกและโดนเข้าเต็มๆ

ที่ผมบอกว่าโดนเข้าเต็มๆ ก็เพราะแค่รู้ว่า E จะโตขึ้น คนลงทุนก็เห็นทิศทางของราคาหุ้นแล้ว เมื่อเห็นทิศทางก็ง่ายต่อการตัดสินใจลงทุน ผมจึงอยากบอกท่านว่า ก่อนตัดสินใจเล่นหุ้นตัวใด ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า E ในอนาคตจะโตกว่าปีนี้หรือไม่ ถ้าไม่โตกว่า อย่าเล่นเด็ดขาด เพราะหุ้นจะไม่ขึ้น แถมอาจจะตกอีกต่างหาก

สอนมาถึงตรงนี้ ก็ขอย้ำว่า  อย่าลืมทำการบ้านกับ EPCO รับรองว่าไม่เสียเวลาแน่นอน

ปิดท้าย ก็คงพูดถึงราคาหุ้น WAVE ที่ทำไมผมซื้อ 12 บาท มาวันนี้ 80 – 90 บาท ผมยังไม่ขาย ก็เป็นเพราะตัว E ตัวเดียว

ปี 55 ผมบอกว่า WAVE จะไป 60 บาท ในโรงเรียนสอนเล่นหุ้น เล่ม 1

ปี 56 ผมบอกว่า WAVE จะไป 80 บาท ในโรงเรียนสอนเล่นหุ้น เล่ม 2 ตอนนั้นอยู่ที่ 30 กว่าบาท

ปี 57 ผมรู้สึกว่า WAVE จะแตะ 100 หรือเกิน 100 บาทได้ เพราะผมเดา

(1)  E จากธุรกิจบันเทิงให้ E 1 บาท/หุ้น

(2)  E จากโรงไฟฟ้าให้ E 2 บาท/หุ้น

(3)  E จากโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้ E 1 บาท/หุ้น

รวมเป็น E 4 บาท/หุ้น และถ้าหาก WAVE แบ่ง E มา 50% เอามาปันผล จะได้ปันผล 2 บาท/หุ้น

ผมจึงเอา 2 บาทต่อหุ้น มาเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 2% ต่อปี ทำให้ย้อนกลับไปหาราคาหุ้นที่สูงสุดได้ ที่ซึ่งเงินปันผล 2 บาท/หุ้น จะทำให้ได้รับผลตอบแทนไม่แพ้การเอาเงินไปฝากธนาคาร (2%) ซึ่งนั่นก็คือราคาหุ้น WAVE น่าจะไปที่ 100 บาทได้ ผมใช้หลักแค่นี้จริงๆ

หลักตามที่ผมอธิบายนี้เป็นหลักที่ง่ายแสนง่ายที่ถ้าหากคนลงทุนจะย้ายเงินจากการฝากธนาคารไปเล่นหุ้น เขาจะต้องได้รับผลตอบแทนไม่แพ้การฝากเงิน ดังนั้นจึงใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเทียบ ก็จะได้ราคาหุ้นสูงสุด ตั้งสมการดังนี้

เงินปันผล (บาท) =       (2%) x P

P       =       (เงินปันผล x 100) ÷ 2

30 ปี ที่ผมเฝ้าดูการขึ้นของราคาหุ้น หลักของผมใช้การได้จริง ไม่เชื่อก็ให้ลองไปเปิดสถิติการจ่ายเงินปันผลเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับราคาหุ้นในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจดู จะเห็นร่องรอยราคาหุ้นสูงสุดตามที่ผมว่า

สำหรับวันนี้ชั่วโมงเรียนหุ้นก็คงขอยุติแต่เพียงเท่านี้ และอย่าลืมการบ้านหุ้น EPCO ล่ะ