ชั่วโมง...เล่นหุ้น อ.ชาย

8 : 1 กับราคาหุ้น IEC

IEC ทำเรื่องอีกแล้วครับ ถ้าไม่เขียนถึงคงไม่ทันสมัย คงเชยมาก เพราะคนทั้งประเทศที่เล่นหุ้น IEC อยากรู้เหลือเกินว่า การเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมรอบนี้ (RO) ในอัตรา 8 : 1 (คนที่มีหุ้น IEC อยู่กี่หุ้นก็แล้วแต่ให้เอา 8 ไปหาร ได้ผลลัพธ์เท่าไร คือจำนวนหุ้นเพิ่มทุนที่ได้สิทธิซื้อ) ที่ราคา 0.024 บาท หลังเพิ่มทุนตอนต้นปี 2559 จบแล้ว ราคา IEC จะเป็นอย่างไร

ราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 6/11/58 อยู่ที่ 0.04 บาท IEC ย่ำราคาอยู่ระหว่าง 0.03 – 0.05 มานานมากแล้ว (เกือบปี)

ในอดีตตอนปลายปี 2557 IEC ทำสถิติราคาสูงสุดเอาไว้ที่ 0.09 บาท ซึ่งมีลูกศิษย์ผมจำนวนมากที่คิดว่า ราคาจะไปต่อจึงยังไม่ขาย แต่สุดท้ายราคาไม่ไปต่อ ได้ร่วงลงมาเป็นราคาอย่างที่เห็นกันอยู่

อยากเล่าอดีตราคาของ IEC ที่ตอนนั้นปลายปี 2557 ก็ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมเหมือนกัน และมีบางส่วนขาย PP (ขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง) ซึ่งหุ้นเพิ่มทุน PP ขายไม่หมด เพราะมีคนที่ตกลงซื้อแล้ว เกิดเปลี่ยนใจ ไม่ซื้อ ยอมให้ IEC ปรับไปเป็นหลักสิบล้านบาท (ถ้าจำไม่ผิด) ประเด็นนี้ฝากลูกศิษย์โรงเรียนสอนเล่นหุ้นทบทวนข้อมูลด้วย

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้หุ้นเพิ่มทุน PP ขายไม่หมด เป็นที่มาที่เอามาขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในครั้งนี้ในอัตรา 8 : 1 ที่ราคา 0.024 บาท อันเป็นราคาที่น่าสนใจมาก เมื่อเทียบกับการขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งก่อนเมื่อตอนปลายปี 2557

ในตอนนั้นผมมีเขียนเอาไว้ในหนังสือเลียนเล่นหุ้นจากข่าว เล่ม 1 ว่าหุ้นเพิ่มทุนของ IEC ที่ 0.02 กว่าๆ ตอนนั้น หลังเข้าไปเทรดราคา IEC จะวิ่งไปที่ 0.05 – 0.06 บาท โดยประมาณ (ใครที่มีหนังสือเลียนเล่นหุ้นจากข่าว เล่ม 1 ลองเปิดทบทวนดูได้) หลังจากนั้น ลูกหุ้น IEC เข้า ราคาก็วิ่งพรวดจาก 0.04 บาท แทนที่จะไปที่ 0.05 – 0.06 บาท ตามที่ผมว่าเอาไว้ มันดันทะลึ่งวิ่งไปที่ 0.09 บาท แบบม้วนเดียวจบ เล่นเอาคนที่ถือหุ้น IEC ช็อกไปตามๆ กัน ตอนนั้นผมเดินเล่นอยู่ที่สะพานมอญ ดูความมืดที่คืบคลานเข้ามาปกคลุมเวิ้งน้ำ แล้วก็ปลื้มไปกับราคาหุ้น IEC ที่ 0.09 บาท ซึ่งผมซื้อสะสมเอาไว้ที่ 0.02 – 0.03 บาท (เยอะมากๆ) และยังไม่รวมลูกหุ้นเพิ่มทุนที่จ่ายเงินซื้อตามสิทธิอีก ซึ่งภาพของตัวเลขราคาที่ 0.09 บาท มันเป็นราคาที่ทำให้ผมกำไร 300%

แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ขาย และก็ยังไม่ได้ขายมาจนถึงวันนี้

ทบทวนอดีตราคาของ IEC ให้นักเรียนเห็นภาพแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะเข้าเรื่องได้แล้ว

(1) ขอให้นักเรียนดูสรุปข้อสนเทศ IEC

หน้า1

หน้า2

หน้า3

(2) โฟกัสไปตรงเอกสารแผ่นที่ 2 นักเรียนจะเห็นว่า IEC มีสินทรัพย์หมุนเวียน 718.06 ล้านบาท มีหนี้สินหมุนเวียน 382.59 ล้านบาท

ถ้าเอาสินทรัพย์หมุนเวียนตั้ง หารด้วยหนี้สินหมุนเวียน จะได้ Current Ratio หรือ อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงินที่ 1.87 : 1 ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่บอกได้ว่า IEC มีสภาพคล่องทางการเงินอยู่

(3) จากข้อ (1) หากเอาสินทรัพย์หมุนเวียนตั้ง แล้วหักออกด้วยหนี้สินหมุนเวียน จะได้ 335.47 ล้านบาท ก็บอกว่า IEC ก็ยังมีเงินอยู่

(4) ถ้าเอาหนี้สินรวม (D) ที่ 957.73 ล้านบาทตั้งหารด้วย ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 3,251.46 ล้านบาท จะได้ D/E Ratio ที่ 0.29 : 1

เห็นตัวเลขนี้แล้ว นักเรียนรู้สึกอย่างไร

IEC ต้องเพิ่มทุนมั้ย จำเป็นมั้ยที่ต้องเพิ่มทุน

(5) ถ้าข้อ (4) ดู D/E 0.29 : 1 ยังไม่ชัด ก็มาดูว่า IEC จะกู้เพิ่มได้เท่าไร ในที่นี้สมมติให้ IEC กู้ได้ที่ D/E 3 : 1 สาเหตุเพราะโครงการที่ IEC เอาไปลงทุนเป็นโครงการที่มีพลังอำนาจของการผูกขาด

นักเรียนสามารถหาจำนวนเงินกู้ได้ ดังนี้

แทรก1

เมื่อรู้ D แล้วก็เอาหนี้สินรวมในปัจจุบันไปหักออก ก็จะรู้จำนวนเงินที่กู้เพิ่มได้ จึงเขียนสมการใหม่ว่า

แทรก2

(6) ถ้าเอาข้อ (3) รวมกับข้อ (5) จะได้ 335.47 + 8,796 เท่ากับ 9,131.47 ล้านบาท

IEC โดยดูตัวเลขจากงบการเงิน ณ 30/6/58 จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนเลย เพราะ IEC กู้ได้อีกมหาศาล ซึ่งในอดีต ผู้บริหารก็พูดมาตลอดว่าการลงทุนโครงการต่อๆ ไป IEC จะใช้การกู้แทน เพราะ D/E ของ IEC ต่ำเลียดดิน

ต้องใช้คำว่า ต่ำเลียดดิน

การกู้เงินเอามาลงทุนได้ แต่ไม่กู้กลับเลือกการเพิ่มทุน เป็นวิสัยที่ไม่มีใครเขาทำกัน โดยเฉพาะคนทำธุรกิจที่มีเหตุมีผล สาเหตุเป็นเพราะการเพิ่มทุนเอาเงินมาลงทุน จะทำให้ WACC (Weighted Average Cost of Capital) ปรับตัวสูงขึ้น พาให้ NPV ของโครงการลงทุนลดต่ำลง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาหุ้นโดยตรง ทำให้ราคาหุ้นลดต่ำลง (ในทางทฤษฎีที่พิสูจน์ได้จริงๆ)

แต่ถ้าหากจะทำ แล้ว (สมมติ) พิจารณาแล้วต้องทำ (ไม่ทำไม่ได้) นั่นก็หมายความว่า ต้องมีโครงการลงทุนที่จะเรียงลำดับ เดินแถวออกมาโชว์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไงแถวของโครงการลงทุนที่ทยอยเดินออกมาโชว์ ยังไงจะเดินโชว์ได้แบบครบๆ ก็หนีไม่พ้นการเพิ่มทุนแน่นอน

โอ๊ย…แม่เจ้า มีเหตุการณ์แบบนี้หรือ

คำตอบ เป็นไปได้ และก่อนจะเขียนเล่าต่อ อยากให้นักเรียนดูรายละเอียดการเพิ่มทุน

  1. RO ขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่อัตราส่วน 8 : 1 ราคา 0.024 บาท
  2. จำนวนหุ้นเพิ่มทุนจะเท่ากับ 22,599,491,250 หุ้น
  3. ได้เงินมาทั้งหมด 542,387,790 บาท
  4. ไม่มี Dilution Effect เพราะสัดส่วนการถือครองหุ้นก่อนและหลังเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นยังคงเป็นสัดส่วนเดิม

การเพิ่มทุนรอบนี้ พิจารณารายละเอียดแล้ว ดูทุกมิติแล้ว โดยเฉพาะราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ขาย 0.024 บาท ในขณะที่มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BV) อยู่ที่ 0.02 บาท (ดูเอกสารแผ่นที่ 1) จึงถูกมองว่าเป็นการให้ประโยชน์กับผู้ถือหุ้นโดยตรง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว IEC สามารถจะขายหุ้นเพิ่มทุนในราคาสูงกว่านี้ก็ได้ เพราะโครงการลงทุนต่างๆ ของ IEC มีความคืบหน้าไปเยอะมาก และทุกโครงการก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง อย่างโครงการ Waste Plastic ที่จะเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานในเร็วๆ นี้

ประเด็นเรื่องราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ไม่สูง ถือเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น และอยากให้นักเรียนลองคิดถึงผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเยอะๆ เป็นพันล้านหุ้นดูซิ หรือหลายๆ คนรวมกันเป็นหลักหลายพันล้านหุ้นที่จะได้ลูกหุ้นเพิ่มทุนราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับผลงานหรือความสำเร็จของ IEC ที่ดีขึ้นมากอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับตอนปลายปี 2557 ที่โครงการต่างๆ ของ IEC ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากขนาดนี้ แต่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปที่ 0.09 บาท เป็นสถิติราคาสูงสุดเดิม

มาวันนี้จึงน่าลุ้นเหลือเกินว่า ทุกอย่างที่ดีกว่าในตอนปลายปี 2557 และดีกว่าแบบเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการล้างขาดทุนสะสม การเกิดกำไรที่กำไรที่เกิดขึ้นจะเอาไปล้างขาดทุนสะสมที่เหลืออีกนิดหน่อยให้หมดไป การเข้าที่เข้าทางของโครงการลงทุนใหม่ที่ได้ลงทุนไปแล้ว และกำลังจะสร้างรายได้และกำไรสุทธิที่โตขึ้น การจ่ายปันผลในปี 2559 (ครั้งประวัติศาสตร์) การเกิดขึ้นของโครงการลงทุนใหม่อีก ซึ่งรวมการเพิ่มทุนรอบนี้เข้าไปด้วย IEC จะมีเงินที่พร้อมจะลงทุนโครงการใหม่เกือบ 9,700 ล้านบาท โดยประมาณ (335.47 + 8,796 + 542.30)

ภาพนี้ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงการเทิร์นอราวด์ของหุ้น IEC อีกรอบ ที่การเพิ่มทุนรอบนี้ อาจทำให้ IEC พุ่ง และเมื่อดู P/BV ที่ 1.67 เท่าในวันนี้ ผมรู้สึกมีอาการจะเป็นไข้

ถ้าพุ่งไปที่ 4 เท่าของ BV วันนี้ (งบการเงิน ณ 30/6/58) จะได้ 4 x 0.02 ก็ใกล้เคียงกับสถิติราคาสูงสุดที่ 0.09 บาท

แต่ Story ของ IEC ที่จะเกิดแบบเดินพาเหรดออกมาให้เราดู คนข้างในบอกกับผมว่า “ไอ้ชาย อย่าลืมสถิติเดิมมีเอาไว้ให้ทุบทำลาย”

ผมพยักหน้า แล้วตอบไปในใจว่า ตลอด 30 ปี ผมเห็นความจริงนี้มาเยอะมาก

ก่อนจากกันในวันนี้ นักเรียนทุกคนต้องยึดหลักกาลามสูตร ซึ่ง 1 ใน 10 ข้อมีห้ามเชื่อครู นักเรียนจะต้องเอาข้อมูลของ IEC ทั้งหมดมาวิเคราะห์ แล้วรู้สึกให้ได้ด้วยตัวเองว่า ถ้านักเรียนจะซื้อ IEC นักเรียนต้องเห็นภาพราคาในอนาคตว่ามันจะขึ้น ไม่ใช่ซื้อเพราะเชื่อครู ดังนั้น เมื่อนักเรียนยึดหลักกาลามสูตร นักเรียนจะใช้ข้อเขียนของผมเป็นข้อมูล เพื่อประกอบการศึกษาในเชิงลึกต่อไป ทำให้นักเรียนไม่ต้องเสียหาย หรืออาจถึงขนาดเสียชีวิต เพราะนักเรียนดื่มเกินวันละ 2 ขวด

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm