SOS_003heroes_feature-01

3 สัญญาน กับ หุ้นตกสุดขีด (ตอนที่ 3)

ตอน เมื่อไหร่เรียกว่าหุ้นตกสุดขีด

หลังจาก สตัง ได้ฟังเรื่องการกันเงินลงทุนก๊อกสองไว้ 30-40% แล้วลงทุนตอนหุ้นตกสุดขีด จึงเกิดความสงสัยต่อว่า แล้วเมื่อไหร่ละที่เรียกว่าหุ้นตกสุดขีด เด็กชายสติ จึงได้เริ่มถ่ายทอด วิชาจากท่านผู้กล้าในตำนานเพิ่มเติม ความว่า

ถาม : ที่อาจารย์แนะนำให้สำรองเงินลงทุนเผื่อไว้ 30-40% แล้วลงทุนตอนหุ้นตกต่ำสุดขีด เมื่อไหร่ละครับที่จะเรียกว่า หุ้นตกต่ำสุดขีด ตอนนี้ที่ 1,300 จุด จะเรียกว่าตกต่ำสุดขีดแล้วรึยัง

SOS_003heroes-01

ตอบ : ยัง การจะเรียกว่า ตกต่ำสุดขีดจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่

  • ไปไหนมาไหนมีแต่คนบ่นเจ๊งหุ้น
  • มูลค่า ต่อวันซื้อขายเบาบางมาก เหมือนว่าไม่มีคนซื้อ และคนขายก็ไม่อยากขายอีกต่อไปแล้ว วอลุ่มจากวันละหลายหมื่นล้านบาท เหลือหลักพันล้านปลายๆ หรือหมื่นล้านต้นๆ PTTEP, SCB, KBANK ฯลฯ ตกลงมามากๆ แบบเห็นแล้วรู้สึกว่าถูกจริงๆ ถูกแบบเหลือเชื่อ ถูกแบบไม่อยากจะเชื่อ ทั้งสามสถานการณ์ ยังไม่เกิดขึ้นชัดเจน จึงยังบอกไม่ได้ว่าหุ้นตกต่ำสุดขีด

ถาม : แล้วผมจะทำอย่างไรละครับ

ตอบ : เมื่อมันยังไม่ตกต่ำสุดขีด เงินสำรองก็เก็บรักษาให้ดีๆ

ถาม : มีมั้ยครับอาจารย์ ที่ว่ารอให้หุ้นตกต่ำสุดขีด แต่รอแล้วรอเล่า มันก็ไม่ตกต่ำสุดขีดซะที โดยตอนกำลังรอให้มันตกต่ำสุดขีด ไอ้ช่วงที่รออีกนิดนี่ซิครับ จริงๆมันได้ตกต่ำสุดขีดแล้วแบบในเวลานี้ ที่ดัชนี 1,300 ต้นๆ

ตอบ : ก็เป็นไปได้

ถาม : เพราะอะไรละครับ

ตอบ : เพราะ ณ คณะนี้เศรษฐกิจของอเมริกามีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน โดยดูจากนโยบายการปรับลด QE ลง และเกิดเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นกลับอเมริกา ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า และตลาดหุ้นอเมริกาดีดตัวขึ้นมา ภาวะแบบนี้จะเกิดเทศกาลเล่นหุ้นในอเมริกา ก่อนที่เศรษฐกิจของอเมริกาจะออกมาดีชัดเจน 100% เงินทุนที่ไหลออกกลับอเมริกาได้ทำให้หุ้นตกจาก 1,600 จุด ลงมาเหลือ 1,300 จุด และจะถามว่าหุ้นไทยจะตกอีกหรือเปล่า เพราะกำลังลุ้นจุดต่ำสุดที่จะเอาเงินสำรองมาลุยลงทุนในหุ้น ประเด็นคำตอบอาจ จะเป็นอย่างที่คุณตั้งคำถามก็ได้ คือ ณ ขณะที่ดัชนี 1,300 จุด เป็นจุดที่ต่ำที่สุดของตลาดหุ้นแล้ว สาเหตุเป็นเพราะ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นออกมาดี เมื่อผลประกอบการออกมาดี จึงช่วยให้เกิดการพยุงหุ้นไม่ให้ตกต่อไป จุดต่ำสุดจึงไม่ไหลลงไปลึกเหมือนตอนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 40 และตอนเกิดวิกฤตหนี้เสียในอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน

ถาม : แล้วสำหรับอาจารย์ อาจารย์ว่าใกล้ถึงจุต่ำสุดแล้วรึยัง ราคาหุ้นแต่ละตัว โดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานดี เช่น PTT, BIGC, CPALL,

ตอบ : สำหรับผม ผมว่าถ้าไม่ใกล้ก็เกือบใกล้ มันเป็นจุดต่ำสุด ที่ต่ำแบบไม่สุดขีด เพราะวิกฤติที่รุนแรงไม่ได้เกิดขึ้น

ถาม : เงินทุนไหลออกกลับอเมริกา อาจารย์ว่าไม่เป็นวิกฤติรุนแรงหรือครับ

ตอบ : ถ้าเป็นวิกฤติก็ถือว่าเป็นวิกฤตชั่วคราว เป็นวิกฤติระยะสั้น ซึ่งหลังจากอเมริกาฟื้นตัว ควบคู่ไปกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น สินค้าของไทยในสายตาต่างชาติจะถูกลง เพราะ 1 ดอลลาร์ แลกสินค้าได้มากขึ้น จะเกิดเห็นการสินค้าส่งออกขายดี ทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออกมากขึ้น ทำให้ฐานะเศรษฐกิจในประเทศดีตาม ฉุดให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นดีตามไปด้วย

ถาม : เหมือนเป็นการดีไปด้วยกันอย่างนั้นเหรอครับ

ตอบ : ใช่ อเมริกาจะฉุดให้เศรษฐกิจของไทยและของโลกดีตามๆกันไป และเมื่อบวกกับการเปิด ตัวเขตการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจของไทยดีมากขึ้น ตลาดหุ้น ณ 1,300 จุด อาจเป็นจุดต่ำสุดก็ได้ เพราะเศรษฐกิจในอนาคตดูดี

ถาม : ถ้าผมไม่เห็นสัญญาณ 3 ข้อ ได้แก่ หนึ่งไปไหนก็มีแต่คนบ่นว่าเจ๊งหุ้น สองวอลุ่มการซื้อขายในแต่ละวันเบาบางมาก เหมือนไม่อยากจะเล่นหุ้นกันอีกแล้ว และสามราคาหุ้นหลักๆ ที่คนนิยมเล่นถูกจนรู้สึกได้ ก็หมายความว่า ผมต้องเดาจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นเอาเองสิครับ

ตอบ : ใช่ เป็นความจำเป็นที่คุณต้องเดาจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นเอาเอง สัญญาณ 3 ข้อ ที่ผมว่า เป็นโมเดลตอนหุ้นเกิดวิกฤติปี 2540 แต่ ณ ดัชนี 1,300 จุด ไม่ได้เกิดวิกฤติแบบในตอนนั้นคุณจึงต้องเดาจุดต่ำสุดเอาเอง

ถาม : ผมไม่แน่ใจเลย ว่าจะเดาถูก เพราะถ้าผมเดาผิด เงินสำรองก็จะหมด หากหุ้นมันตกต่อไปอีก ผมก็ติดหุ้นทันที

ตอบ : นี่ละที่คนเล่นหุ้นทุกคนไม่มีใครประสบความสำเร็จทุกคน แต่มีหลักข้อนึงที่ สำคัญมากๆ ที่หลักนี้อาจเรียกว่าเป็นกฎการเล่นหุ้นก็ว่าได้ คือหากจิตใจมีอาการลังเล สงสัยห้ามตัดสินใจเด็ดขาด เพราะอดใจรอหน่อยให้มั่นใจมากขึ้น ก็ไม่ได้สายอะไร อย่างมากก็ซื้อหุ้นแพงไปหน่อย แลกกับความสิ้นสงสัยว่า มันจะไม่ขึ้น แพงนิดหน่อยไม่ได้ทำให้เราหมดโอกาสที่จะทำกำไรจากหุ้นได้เป็นก อบเป็นกำ แพงนิดหน่อยกับการไม่ต้องจมเงินลงทุน เพราะซื้อไปแล้วมันไม่ยอมขึ้น

เด็กชายสติ : เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 57 ตอนนั้นดัชนีลงไปต่ำสุด 1,250 จุด และ ณ ปัจจุบัน(มกราคม ปี58) ดัชนีกลับขึ้นมา 1,500-1,600 จุดละ

สตัง : ถ้าลุยซื้อตอนดัชนี 1,250-1,300 จุด ตอนนี้ก็ได้กำไรบานเลยนะครับ

กฎข้อที่ 2

เมื่อเกิดอาการลังเลสงสัยในใจ ห้ามเล่นหุ้นเด็ดขาด

การตัดสินใจช้ากับการเล่นหุ้น

ไม่ได้ทำให้หมดโอกาสทำกำไร

ตรงกันข้ามการตัดสินใจที่เร็วเกินไป

กลับจะทำให้ติดหุ้น และขาดทุนมโหฬารก็ได้

ช้าๆจึงได้พร้าเล่มงามเสมอ ถือเป็นสัจจะของการเล่นหุ้น

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากหนังสือ “เล่นหุ้นภาคสนาม” ผู้แต่ง อาจารย์ชาย กิตติคุณาภรณ์ ครับ