ควาจริงไม่ลับ

ไม่มีเงิน ก็ลงทุนได้ บทที่ 5 ทำหน้าที่ให้ดี 100% (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

ผมไม่รีรอที่จะตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วเบนเข็มชีวิตไปทำงานกับเฮีย คนแปลกหน้าที่ผมเจอในวันที่ 60

เฮียเป็นคนจีนแต่เกิดในเมืองไทย เฮียพูดน้อย เป็นคนตรงไปตรงมา เฮียไม่เคยต่อว่าลูกน้อง ได้แต่สอนลูกน้องทุกคนให้เรียนรู้ความผิดพลาดของตนเอง ตอนที่ผมทำงานกับเฮียในช่วงต้นๆ เฮียให้ผมดูแลการสั่งจ่ายเช็ค มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมคำนวณเงินในบัญชีผิดพลาด ทำให้เช็คของโรงงานคืนกลับมา เฮียไม่ว่าผมซักคำ ทั้งๆ ที่เรื่องเช็คคืนถือเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่องที่ทำให้เฮียสูญเสียเครดิต เฮียแค่พูดกับผมสั้นๆ ว่า เมื่อรู้ว่าเราผิดพลาดตรงไหน เราอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างเดียวกันนี้อีก

ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานกับเฮีย ผมเรียนรู้อะไรมากมาย ผมจบมาทางเศรษฐศาสตร์ไม่ได้เรียนบัญชี ไม่ได้เรียนการเงินมา แต่เฮียก็วางตำแหน่งงานให้ผมได้ทำหน้าที่บริหารการเงินของบริษัท เดือนๆ หนึ่งมีเงินเข้าออกหลายสิบล้านบาท

ผมสงสัยมาโดยตลอดว่า ทำไมเฮียถึงให้ผมทำงานในตำแหน่งที่ผมไม่ได้เรียนมา และครั้งหนึ่งผมก็ได้ถามคำถามนี้กับเฮีย เฮียตอบผมว่า การที่คนคนหนึ่งจบอะไรมาไม่ใช่สาระสำคัญ สาระมันอยู่ตรงที่ว่า คนคนนั้นรู้จักเรียนรู้วิชาการที่ไม่เคยเรียนมานอกรั้วมหาวิทยาลัยหรือไม่ การศึกษาบังคับให้คนเรียน 4 ปี ในปริญญาตรี แต่จริงๆ แล้วเมื่อจบออกมา คนจะต้องเรียนต่อชั่วชีวิต มันเป็นการเรียนที่ตัวคนคนนั้นต้องบังคับตัวเองให้เรียนเรื่องที่ตัวเองต้องรับผิดชอบอยู่ คนที่บังคับตัวเองให้เรียนเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัดได้ คนนั้นคือยอดคน คนแบบนี้จะล่วงรู้ถึงความลับที่เป็นเหตุแห่งความสำเร็จ

การที่เฮียไว้ใจผม ประกอบกับคำสอนของแม่ที่ดังก้องอยู่ในหู ว่าเรื่องแปลกๆ เป็นเปลือกของความร่ำรวย ถ้าเราจัดการเรื่องที่เราไม่รู้ หรือเรื่องแปลกสำหรับเราได้ เราจะพบกับความร่ำรวย

นอกจากการเรียนรู้วิธีปฏิบัติงานที่เฮียวางบรรทัดฐานเอาไว้ ผมยังเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิต วิธีคิด วิธีมองโลกแบบเฮีย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เฮียสอนให้ผมทุ่มเทสติปัญญาไปที่รายละเอียดของงาน และหาวิธีจัดการและพัฒนางานให้สำเร็จให้ได้ เฮียบอกผมว่า อย่าเชื่อว่าบรรทัดฐานที่ผมปฏิบัติอยู่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอให้ผมรู้จักพัฒนาวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ตัวผมว่างและสบายที่สุด เฮียบอกว่าเมื่อถึงวันนั้น เฮียจะมอบกิจการให้ผมดูแลต่อ เฮียบอกว่า คนที่เฮียไว้ใจมากที่สุดคือคนที่ว่างที่สุดในขณะที่ทุกคนในบริษัทกำลังทำงานกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ขอให้ผมใส่ใจต่อระบบที่ผมจะต้องใช้สมองคิดพัฒนาให้ระบบสามารถทำงานแทนผมให้ได้ และเมื่อถึงวันนั้น ผมจะนั่งควบคุมระบบอย่างเดียว โดยที่ทุกส่วนงานดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง นี่แหละการบริหารจัดการที่ไม่ได้บริหารอะไรเลย

5 ปีที่ผมทำงานอยู่กับเฮีย ผมทำทุกอย่างที่เฮียทำ ไม่ว่าจะกวาดโรงงาน จะล้างจานชาม จะช่วยเฮียไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ผมไม่เคยได้สนใจว่า ผมจะต้องทำงานตามตำแหน่ง ผมมองว่าเรื่องล้างชาม เรื่องไปจ่ายค่าไฟให้เฮีย และอีกหลายๆ เรื่องที่คนงานคนอื่นไม่อยากจะทำ สำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องแปลก ผมชอบเรื่องแปลกๆ และเรื่องแปลกๆ ไม่จำเป็นจะต้องดูยิ่งใหญ่สำหรับสายตาใครๆ อย่างที่ผมกระโดดลงรถเมล์ไปช่วยเฮียโบกรถกลางถนน ก็ถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับผม แต่กับคนอื่นเขาคงไม่ใส่ใจว่าเรื่องแปลกแบบนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเขาได้

5 ปีกับการแม่นมากขึ้นในเรื่องบริหารการเงิน ซึ่งจะต้องจัดทำบัญชีลูกหนี้ เจ้าหนี้ ดูเงินในธนาคาร ว่าจะพอหรือไม่พอจ่าย อย่างไร ทั้งหมดที่ผมรับผิดชอบ ผมสังเกตเห็นเฮียสบายใจและไว้ใจผมมากขึ้น ผมเริ่มสนิทสนมกับเฮีย และเฮียก็เริ่มสอนอะไรเพิ่มหลายๆ อย่างให้กับผม โดยเฉพาะเรื่องอดีตของเฮีย ที่เฮียบอกกับผมว่า เฮียนั้นผิดพลาดมาโดยตลอด กว่าจะมามีวันนี้ของเฮียได้ เป็นอะไรที่เลือดตาแทบกระเด็น เฮียบอกว่า ในวันที่เห็นผมวิ่งไปกลางถนน แล้วยืนขวางรถ กั้นให้เฮียเข็นรถเข้าไปจอดชิดไหล่ทางได้ นาทีนั้นเฮียรู้สึกว่า ได้เจอมิตรแท้ที่ยิ่งใหญ่ ผมเป็นเหมือนน้ำในทะเลทรายที่เฮียอยากจะดื่มมากที่สุดในเวลานั้น  ผมฟังเฮียก็ได้แต่อายในใจ เพราะโดยปกติผมเป็นคนที่แพ้ลูกยอ  และอยากจะบอกเฮียว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแม่สอนเอาไว้

ขึ้นปีที่ 6 เดือนตุลาคม สายลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน เฮียเรียกผมเข้าไปคุยในเช้าของวันศุกร์ เฮียบอกผมว่า เฮียจะวางมือจากการทำธุรกิจแล้ว ฉากชีวิตของการหาเงินคงจะยุติแต่เพียงเท่านี้ ปัญหาของเฮียคือลูกน้องกว่า 300 ชีวิตจะอยู่กันอย่างไร ผมสนใจจะเข้ามาดูแลกิจการโรงงานแทนเฮียหรือเปล่า เฮียหยุดพูด แล้วรอฟังคำตอบจากผม

trumpeter-921677_1280