ควาจริงไม่ลับ

ไม่มีเงิน ก็ลงทุนได้ บทที่ 4 คนแปลกหน้า (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

เรื่องเหตุการณ์แปลกเป็นเปลือกของความร่ำรวย ผมไม่เคยเล่าให้พิชัยฟัง แต่จะขอเล่าเอาไว้ในบันทึกนี้ เพื่อให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ไม่มีเงินก็ลงทุนได้

ผมจำได้ว่าหลังจากจบมหาวิทยาลัยมา ผมสมัครเข้าทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง วันทั้งวันผมได้แต่ออกไปขายสินค้าให้ลูกค้า ผมขายแม่งมันหมดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ จนหลายปีผ่านไป ผมเริ่มรู้สึกว่า ผมไม่มีสิทธิที่จะรวยจากงานอาชีพนี้แน่นอน ทุกค่ำวันผมจะไปนอนข้างๆ แม่ แล้วบอกว่า ผมอยากจะลาออก

แม่ก็ถามผมว่า ผมเจอเรื่องที่ผมอยากทำแล้วหรือยัง ผมก็ตอบว่ายัง

แม่ก็ถามต่อว่า ลูกได้ใช้ชีวิตในหลายปีนี้ เจอกับเรื่องแปลกๆ หรือเปล่า ผมนิ่งครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า เปล่า

นาทีนั้นนั่นเอง หัวใจผมเกิดอาการวูบ ในใจคิดว่า ทำไมเราปล่อยเวลาหลายปีไปกับการเป็นเซลล์แมนขายของจนชีวิตไม่เหลืออะไรดีๆ เลย มันมีกินมีใช้ก็จริง แต่เราต้องแลกด้วยการไม่เจอะเจอเรื่องแปลกในชีวิตเลย กี่ปีแล้วที่ผมแวะเวียนไปขายของกับลูกค้าหน้าเดิมๆ มาโดยตลอด

เมื่อผมคิดได้ดังนั้น ผมก็วางแผนว่าต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่ให้ได้

นับจากวันที่ผมตัดสินใจจะลาออก ผมได้ใช้ชีวิตตามคำแนะนำของแม่ ว่าทุกวัน ผมจะต้องพยายามหาเหตุการณ์แปลกๆ ให้เจอให้ได้

59 วันพอดีที่ผมเฝ้านับวันว่ายังไม่เจอเหตุการณ์แปลกอะไรเลย และวันที่ 60 ผมก็เจอเข้าให้

ผมเจอเหตุการณ์นี้ขณะนั่งรถเมล์ไปท่าพระจันทร์ เพื่อจะไปดูหนังสือในศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ ผมเหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนอายุอานามประมาณซัก 45 ปี กำลังเข็นรถกระบะที่ข้างหลังบรรทุกสินค้าไว้เต็มคัน เขาเอามือซ้ายจับพวงมาลัยให้เอียงไปทางซ้าย ในขณะที่มือขวาก็ออกแรงเข็นรถ เพื่อจะนำรถที่จอดเสียอยู่กลางถนนให้เข้าไปจอดชิดไหล่ทาง ไม่มีรถคันใดในเลนซ้ายจะหยุดให้ นาทีนั้นผมไม่รีรอที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งเดินไปที่คนขับรถเมล์ แล้วบอกว่า พี่ๆ ช่วยจอดรถให้ผมลงตรงนี้หน่อย ผมจะไปช่วยเฮียคนนั้น ดูเขาน่าสงสารจริงๆ คนขับรถเมล์หยุดรถให้ ผมไม่รอช้ารีบกระโดดลง แล้ววิ่งออกไปกลางถนน ไปช่วยเฮียคนที่มือไม้และเสื้อผ้ามอมแมม ผมตะโกนบอกเฮียไปว่า ผมจะห้ามรถด้านซ้ายให้เฮีย เฮียค่อยๆ เข็นชิดซ้ายมา แค่เพียงอึดใจเดียว ภารกิจของผมก็สำเร็จลุล่วง เฮียขอบใจผม และมอบเงินให้ผม 100 บาท ไว้เป็นสินน้ำใจ แต่ผมไม่รับและส่งคืนเฮีย แถมยังบอกเฮียไปว่า ไม่เป็นไร ผมช่วยทุกคนอยู่แล้ว

ผมถามเฮียไปว่า เรียกช่างซ่อมมาแล้วรึยัง เฮียบอกว่า จะโทรเดี๋ยวนี้ หลังจากโทรศัพท์เสร็จ เฮียก็ถามผมว่า จบอะไรมา และทำงานที่ไหน ผมก็บอกเฮียไปว่า ผมจบเศรษฐศาสตร์ ปริญญาตรี ทำงานเป็นเซลล์ ตอนนี้ผมอยากจะลาออกเต็มทน เฮียก็ถามผมต่อว่า ทำไมล่ะ ผมก็เล่าให้เฮียฟังว่า ผมอยากจะก้าวหน้า อยากจะมีเงินมีทองใช้อย่างกับชาวบ้านเขา ผมอยากจะรวยให้สำเร็จก่อนที่แม่ผมจะตาย เฮียฟังดังนั้นก็เอ่ยปากขึ้นว่า มาทำงานกับเฮียมั้ย เฮียมีโรงงานอุตสาหกรรมฉีดขวดพลาสติกอยู่ย่านบางบอน บางขุนเทียนนี่เอง ถ้าสนใจไม่เกี่ยงงานหนัก เฮียจะรับเข้าทำงาน ในใจผมตอนนั้นก็สงสัยว่า ทำไมเฮียไม่ถามเรื่องเงินเดือนว่าผมจะขอที่เท่าไร

ซักพักยังไม่ทันที่ผมจะตอบตกลง รถเบนซ์คันใหญ่ก็ขับเข้ามาจอดที่ด้านหน้าของรถกระบะ คนขับรถเบนซ์ออกมาจากรถ แล้วเดินตรงมาที่เฮียทันที ท่าทางคนขับรถเบนซ์ดูอ่อนน้อมพิกล เมื่อเดินเข้ามาใกล้ คนขับรถเบนซ์ก็ควักสิ่งหนึ่งแล้วกำเอาไว้ในมือยื่นให้เฮียคนนี้ พร้อมกับพูดว่า

“กุญแจครับนาย”

เฮียรับกุญแจเสร็จก็พูดกับผมต่อ ว่าถ้าสนใจจะทำงานกับเฮีย ให้บอกสมพรเอาไว้ ขอเบอร์ติดต่อเฮียจากสมพร เฮียไปก่อนล่ะนะ

ผมยืนนิ่งอยู่ริมฟุตบาท ในใจก็คิดถึงแม่ อยากจะกลับบ้านรีบไปหาแม่ แล้วบอกกับแม่ว่า วันนี้ผมเจอคนแปลกหน้าที่จะเปลี่ยนชีวิตผมแล้ว

คนแปลกหน้า