ควาจริงไม่ลับ

ไม่มีเงิน ก็ลงทุนได้ บทที่ 16 จดหมาย (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

เนื้อความในจดหมายที่ผมฝากพิชัยไปให้กับเฮียที่อุ้มผาง คือเรื่องราวที่ผมกล่าวขอบคุณเฮีย ที่ให้โอกาสผมได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วน การที่เฮียเปิดโอกาสให้กับผม มันคือการชุบชีวิตคนจน คนหนึ่งที่มีฝัน แต่ไม่มีเงินให้ลืมตาอ้าปากได้ ผมบอกกับเฮียว่า ถ้าไม่ได้เฮียสอนด้วยวิธีการทำตัวให้ผมได้เห็นเป็นแบบอย่าง ผมคงไม่เข้าใจความลับที่มีต่อการบริหารและจัดการธุรกิจ วันนี้ผมรู้แล้วว่า การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องของสติปัญญาล้วนๆ เป็นเรื่องที่ต้องรู้จักปล่อยวางทุกๆ อย่างในขณะที่ตัวเองกำลังทำหน้าที่ ผมรู้แล้วว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรม เมื่อปฏิบัติธรรมที่โรงงานไปนานๆ ผมก็รู้ความลับ ว่าเงินทองไม่มีความหมายเท่ากับความเข้าใจชีวิต วันนี้ผมรู้แล้วว่า ทำไมเฮียจึงทิ้งโรงงานและมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่

ผมเห็นเค้าลางของความจริงแล้ว ว่าไม่มีอะไรน่าเอาน่าเป็น ทุกอย่างต้องจบสิ้นกันไป คงเหลือไว้แต่คุณงามความดีที่ฝากทิ้งเอาไว้บนโลกใบนี้ให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งความทรงจำของใครต่อใครที่มีโอกาสเข้ามารู้จักเรา ผมมีเฮียเป็นอนุสาวรีย์แห่งความทรงจำของผมมาโดยตลอด ผมขอบพระคุณเฮีย

ความรวยที่ผมพยายามตั้งคำถามกับแม่มาตั้งแต่ตอนเด็ก และตอนนี้แม่ก็จากไปแล้ว ไม่ได้มีความหมายสำหรับผมอีกต่อไป ผมรู้แล้วว่า คนเกิดมาเพื่ออะไร แต่ก็เป็นเรื่องที่เศร้าใจว่า ทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่พบคำตอบ มาวันนี้ผมเข้าใจแล้วกับคำพูดของเฮียที่ว่า คำตอบจะเกิดขึ้นกับคนคนนั้นเมื่อถึงเวลา และคำตอบนี้ก็เป็นคำตอบที่สอนกันไม่ได้อีกต่างหาก

ปิดท้ายจดหมายผมบอกเฮียว่า ผมคงตายจากโลกใบนี้ไปแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องทำงานศพ ผมมอบร่างกายให้โรงพยาบาลศิริราชเอาไปศึกษา ทุกอย่างกลับคืนสู่วิถีที่มันต้องเป็นไป  ขอให้เฮียดูแลรักษาสุขภาพ ส่วนหนังสือโอนหุ้นที่ผมแนบมาด้วยนี้ ผมได้เซ็นโอนหุ้นโรงงานส่วนของผมทั้งหมดคืนให้กับเฮีย

วรรคสุดท้ายของจดหมาย ผมบอกเฮียว่า พิชัยเป็นคนหนึ่งที่ใช้ได้ เขาอยู่กับเฮียมาก่อนผม ช่วงที่เฮียไม่อยู่ 16 ปีนี้ ผมได้ทำหน้าที่สอนเขาอย่างกะที่เฮียสอนผม เขาน่าจะทำภารกิจต่อจากผมได้

ใกล้จะ 24.00 น. ผมไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆ ลมหายใจผมเริ่มขัด สายตาผมพร่ามัว ผมหลับตาลงแล้วนึกภาพแม่ที่กำลังกุมมือผมเอาไว้แน่นที่ข้างเตียง ผมเพ้อพูดออกมาว่า

แม่… ผมจะกระโดดเข้าไปในเหตุการณ์แปลกครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ

จดหมาย