ควาจริงไม่ลับ

ไม่มีเงิน ก็ลงทุนได้ บทที่ 12 ทุกขลาภ (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

7 วันต่อมา เฮียเรียกผมเข้าไปคุยแล้วบอกว่า เฮียพร้อมแล้วสำหรับการเรียกประชุมและเปิดประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ ขอมติพิเศษเพิ่มทุนบริษัทตามมาตรา 1194 และจะเรียบร้อยภายในสิ้นเดือน

ผมก็ตอบเฮียไปว่า ครับ

เฮียมองหน้าผม แล้วพูดต่อว่ามีเรื่องหนึ่งที่ผมอาจต้องเดือดร้อนจากการได้หุ้น 3.4 ล้านบาทในครั้งนี้ ผมก็ถามเฮียไปว่าเรื่องอะไรเหรอครับเฮีย

เฮียบอกว่าเรื่องเงินเดือนที่ผมเอามาแลกหุ้นเดือนละ 150,000 บาท รวม 21 เดือน เป็นเงิน 3.15 ล้านบาท หุ้นที่ผมได้นี้สรรพากรถือว่าเป็นเงินได้ที่ผมจะต้องนำมารวมคำนวณเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยผมต้องยื่นรายได้จำนวนนี้ในแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และจะต้องเสียภาษีในเดือนมีนาคมปีหน้าที่จะถึงนี้

เฮียยื่นกระดาษคำนวณภาษีให้ผมดู

การคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินเดือน ( 50,000 x 12 )                                        600,000

รายได้อื่นๆ                                                            3,150,000

รวมเงินได้ทั้งหมด                                                 3,750,000

หัก ค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกิน 60,000                       60,000

คงเหลือ                                                                3,690,000

หัก ค่าลดหย่อนตัวเอง                                               30,000

คงเหลือ                                                                3,660,000

หัก ค่าลดหย่อนมารดา

(มารดาอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)                                   30,000

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                              3,630,000

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

5

 

สรุป ต้องเสียภาษีตลอดปีจำนวน 924,000 บาท

ผมเห็นจำนวนเงิน 924,000 บาทที่ผมจะต้องเสียภาษีแล้วถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ในใจคิดว่า หุ้นที่ได้มาด้วยวิธีนี้เป็นเพราะผมนั้นยากจน ไม่มีเงิน แต่ทำไมสรรพากรยังคิดเสมือนว่าผมมีเงินได้ทันที 3.15 ล้านบาท แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปเสียภาษี

สีหน้าผมออกอาการไม่สู้ดี ซึ่งเฮียคงสังเกตได้ เพราะเฮียรู้ว่าผมเหลือเงินเก็บอยู่แค่ 50,000 บาทเท่านั้นเอง และเงินในส่วนนี้ผมตั้งใจจะเอาไว้ดูแลแม่ยามแม่ไม่สบาย

มีมั้ยเงินจำนวนนี้ในเดือนมีนาคมปีหน้า

เฮียพูดถามด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย ผมก็ตอบเฮียไปว่าไม่มีครับ

เฮียเห็นผมครุ่นคิดหาวิธีอยู่ในใจ จึงพูดกับผมว่า เฮียจะให้ผมกู้เงินในส่วนที่ผมขาดอยู่ เมื่อเดือนมีนาคมปีหน้ามาถึง ขอให้ผมบอกเฮีย เฮียจะจัดการส่วนที่ขาดอยู่ให้

สิ้นเสียงของเฮีย ผมอยู่ในอาการน้ำตาคลอเบ้า ยกมือขึ้นไหว้เฮีย บอกเฮียว่า ผมจะให้หักเงินเดือนที่ผมได้เดือนละ 50,000 บาทครึ่งหนึ่ง เพื่อใช้หนี้เฮีย เฮียทำท่าพยักหน้าแล้วไล่ผมออกไปทำงาน

ก่อนที่ผมจะเดินออกจากห้องเฮีย ผมถามเฮียว่า แล้วรูปภาพแกะสลักกับคอมพิวเตอร์ที่ผมแลกหุ้นมา 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้หรือ เฮียบอกกับผมว่า ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ได้ที่เป็นของเก่า สรรพากรให้การยกเว้นไม่ถือเป็นเงินได้ ผมจึงโล่งใจ เฮียยังพูดติดตลกว่า ก็แบบนี้คนส่วนใหญ่จึงชอบขายของเก่ากันไงล่ะ

หลังจากวันนั้น ผมก็ตั้งหน้าตั้งตาบริหารจัดการโรงงาน อย่างไม่คิดชีวิต เฮียสอนผมทั้งหมด และสอนทุกเรื่องให้ผมรู้อย่างกับที่เฮียรู้ ผมต้องออกจากโรงงานตอน 3 ทุ่มเกือบจะทุกวัน ส่วนเฮียก็ตรากตรำลำบากสอนงานผมตลอด 3 เดือนเต็มๆ

ขึ้นเดือนที่ 4 หลังจากที่ผมได้เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท และโรงงานดูจะเข้าที่เข้าทางด้วยฝีมือการบริหารจัดการของผมที่มีเฮียคอยกำกับ เฮียก็เรียกผมคุยอีกรอบหนึ่ง

ทุกขลาภ