10672425_636435523132164_3441559405547733171_n

ให้โอวาทนักเรียน (7/11/57)

ให้โอวาทนักเรียน (7/11/57)

4/11/57 เป็นวันที่ครบรอบ 1 เดือนพอดี ที่โรงเรียนได้เปิดขึ้นมา จากนักเรียนหลักสิบ ขึ้นมาเป็นหลักร้อย หลักพัน และในวันนี้ 8,000 กว่าคนแล้ว

ผมในฐานะเจ้าของโรงเรียนก็ดีใจ แม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ยังคิดเล่นๆ ตอนว่างๆ ว่า ถ้าเราทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียวแบบเมื่อก่อน แล้วเราจะเอาเวลาที่ไหนมาสร้างกิจกรรมโรงเรียน และดูแลนักเรียนจำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งในอีกไม่นาน จำนวนนักเรียนน่าจะทะลุหมื่นคนเป็นแน่

การทำแฟนเพจโรงเรียนสอนเล่นหุ้นที่นักเรียนเข้ามาเป็นนักเรียนอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องที่ยาก เพราะเรื่องราวในภาคปฏิบัติของการ วิเคราะห์และเล่นหุ้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะมีคนเอามาสอนกันในรายละเอียด อย่างมากก็แค่เขียนพูดแบบผิวเผิน ซึ่งสุดท้ายแล้วนักเรียนก็มึนงง ออกอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า คนเขียน คนสอนเก่งจังเลย แต่เราในฐานะคนเรียนโง่เอง จึงไม่รู้เรื่องว่าวิธีการที่ใช้ได้ผลนั้น ง่ายๆ แล้วมันคืออะไร

นักลงทุนรายใหญ่ที่เล่นหุ้นประสบความสำเร็จ รวยเป็นร้อยๆ ล้านก็ไม่ยอมสอน อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่มีเวลา หรือไม่กล้าเปิดเผยความลับต่อวิธีการเล่นหุ้นให้รวย เพราะถ้าหากเปิดเผยไป รายย่อยก็จะเล่นเหมือนและเล่นแบบเดียวกับรายใหญ่ แล้วงานนี้รายใหญ่จะกินรายย่อยได้อย่างไร เรื่องอะไรจะเป็นผู้ทำลายประโยคที่เป็นความจริงตลอดกาลที่ว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ด้วยการไปเปิดเผยความลับให้กับรายย่อยรู้ เปิดเผยไปก็ควายล่ะจริงมั๊ย

แต่กับโรงเรียนสอนเล่นหุ้น ไม่เคยคิดจะปกปิดหรือปิดบังอะไรเลย เจตนาของการเปิดโรงเรียน ถ้านักเรียนไล่ติดตามมาตลอด นักเรียนจะเห็นถึงความจริงใจที่บริสุทธิ์ ไม่มีการอวดภาพลักษณ์ หน้าตาและชื่อเสียง ว่าผมและคนที่อำนวยการเรียนการสอนหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะก่อนเปิดโรงเรียน ผมได้ให้นโยบายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ว่าเราจะทำหน้าที่ของเจ้าของโรงเรียนและหน้าที่ของครู แบบปิดทองหลังพระ สื่อสารทำความรู้จักกับนักเรียนผ่านตัวอักษร หากแม้นในอนาคตเกิดดังขึ้นมาเป็นพลุแตก มีรายการวิทยุ รายการทีวี เชิญให้ไปออกรายการ หรือมีหนังสือพิมพ์ฉบับใดจะมาขอสัมภาษณ์ลงรูป ลงรายละเอียดให้ได้โก้หรู และดูยิ่งใหญ่แบบเหลือเชื่อ ผมจะปฏิเสธในทุกกรณี เพราะผมไม่เห็นประโยชน์กับการโชว์ตัวในที่สาธารณะ มันทำลายความสุข สงบ ทางใจ ซึ่งมีผลต่อการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างเต็มเปา และมีผลต่อความเป็นมนุษย์ของผมด้วย

โรงเรียนของผมจะเปิดอยู่ตรงนี้แบบไม่แข่งขันกับใคร ผมและครูทุกคนจะง่วนอยู่กับการทำหน้าที่ในความรับผิดชอบของตนอย่างดีที่สุด เพื่อตกค่ำเอาหัวฟาดกับหมอน แล้วรู้สึกได้ถึงความพอใจที่พอใจจริงๆ แบบมีรอยยิ้มที่มุมปาก แล้วก็หลับไป

ในส่วนของนักเรียน ต้องประกาศให้เป็นที่ทราบทั่วกัน ว่าโรงเรียนนี้รับนักเรียนที่อ่านออกเขียนได้ และมีทักษะในการบวกเลข คือรู้ว่า 1+1 = 2 และ 2+2 = 4 เพื่อนักเรียนจะได้เอาความรู้ที่ได้จากโรงเรียนไปต่อยอดทำความเข้าใจเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม จะไม่มีนักเรียนประเภทที่ว่า ครูครับผมเข้าใจวิธีรวม PAR แล้วการรวมหุ้นมันทำกันอย่างไรครับ ผมไม่เข้าใจ นักเรียนแบบนี้โรงเรียนต้องการไล่ออก ถ้าเจอตัวไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

ครูครับ ผมแกะรอยหุ้น A มาพอสมควร ดูงบการเงินก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็พยายามแล้ว หุ้น A ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามีเจ้ามือคอยเก็บอยู่ในตอนนี้ ไม่ทราบครูมีความเห็นอย่างไร

คำถามแบบนี้ที่นักเรียนได้ทำการยกเมฆ นู้น นี่ นั่น สุดท้ายก็ให้ครูตอบแบบตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย นักเรียนแบบนี้ต้องไล่ออกเหมือนกัน

หุ้นตัวนี้ราคาจะไปเท่านี้จริงๆ หรือครับ และมีหุ้นตัวไหนบ้างครับที่น่าซื้อลงทุนในตอนนี้บ้าง ถ้าเจอนักเรียนแบบนี้ต้องลากคอเอามาตัดลิ้น จะได้ลิ้มรสความสงบที่เกิดจากการไม่พูดว่ามันมีความสุขอย่างยิ่งเพียงใด

ที่ยกตัวอย่างนักเรียนแบบต่างๆ ขึ้นมา ก็เพื่อจะขอความร่วมมือนักเรียนในโรงเรียนทุกคนให้พัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะก่อนจะถามคำถามอะไรมาที่โรงเรียนนักเรียนต้องทำการบ้านมาก่อน เพราะคำถามบางคำถาม แค่นักเรียนเข้าไปค้นคว้าใน Net นักเรียนก็ได้คำตอบแล้ว ผมและครูในโรงเรียนไม่อยากเห็นนักเรียนมีนิสัยที่ไม่ดี แต่แสร้งปลอมตัวเป็นสุภาพชน แค่ทำเพื่อตัวเองกับเรื่องง่ายๆ ยังไม่ยอมทำ แล้วจะเจริญได้อย่างไร

โรงเรียนจึงขอฝากการช่วยตัวเองให้มากๆ ก่อนที่จะให้โรงเรียนช่วย
พูดมาถึงตรงนี้ ก็นึกถึงคำพูดของไอน์สไตน์ได้ว่า ครูของผมมี 2 คน คนแรกคือตำรา คนที่สองคือตัวเอง ครูแบบผมที่นักเรียนคิดว่าเก่งกว่า รู้มากกว่า สำหรับไอน์สไตน์ เขาปฏิเสธครูแบบผมนี้ ถ้าคิดให้ลึกซึ้ง ไอน์สไตน์ก็ใช้หลักของพระพุทธเจ้าที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั่นเอง

อีกนิดครับ สำหรับนักเรียนที่ส่งการบ้าน ถ้าการบ้านของใครคิดว่าตัวเองทำได้ถูกต้องแล้ว ก็ไม่ต้องส่งมาก็ได้ เพราะการตรวจการบ้านเป็นเรื่องสยองโลกพอสมควร ครูไม่ได้ตามข้อมูลหุ้นที่นักเรียนวิเคราะห์และถามเข้ามา บทเวลาต้องตรวจการบ้านนักเรียนก็ลองนึกดูว่า ครูต้องทำอะไรบ้าง มันโหดร้ายจริงๆ

การบ้านที่ส่งให้ตรวจ จึงขอให้เป็นเรื่องของการถามวิธีการวิเคราะห์ ว่าวิเคราะห์ตรงนี้ถูกผิดอย่างไร ตีความในความหมายแบบนี้ใช่หรือไม่ใช่ มุมมองที่มองมีอะไรที่ขาดอยู่บ้าง ถ้าคำถามเป็นการถามถึงวิธีปฏิบัติ ที่ไม่ต้องลงไปตรวจข้อมูลทั้ง 100% ครูก็มีกำลังใจอยากอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปนานๆ

การบ้านที่นักเรียนส่งเข้ามา และยังไม่ได้รับการตรวจ เชื่อว่ามีไม่มาก และขอให้นักเรียนดีใจเอาไว้ ว่าผลการตรวจออกมาช้า แสดงว่านักเรียนเข้าใจแล้ว ทำมาได้ถูกทางแล้ว ครูจะมุ่งไปตอบการบ้านนักเรียนที่ทำผิด เข้าใจผิดก่อน ดังที่นักเรียนเห็นในคอลัมน์ถามมาตอบไป เพราะถือว่านักเรียนที่ทำการบ้านผิดมีอาการโคม่า ถ้าไม่รีบตอบ จะเกิดผลเสียกับนักเรียน

อีกจิ๊ดหนึ่งครับ ท้ายนี้ขออวยพรให้นักเรียนทุกคน สงบ มีสมาธิ มีสติ เจอคนข้างใน แล้วหาวิธีทำการงานอาชีพของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ จะได้มีเงินเอามาลงทุน และในอนาคตไม่เกิน 7 ปี นักเรียนทุกคนในโรงเรียนแห่งนี้จะกลายเป็นคนรวยทุกคน และรู้ซึ้งว่า การลงทุนเป็นงานอดิเรก ไม่ใช่งานหลัก

ขอให้ทุกคนโชคดี
ชาย กิตติคุณาภรณ์