ควาจริงไม่ลับ

ไม่มีเงิน ก็ลงทุนได้ บทที่ 1 โชคดีที่ยากจน (หนังสือ เฉพาะคนอยากทำธุรกิจ เล่ม 1)

พิชัยเคยขอร้องผมมานานแล้ว ให้ผมได้เขียนเล่าประวัติ ว่าผมมีวิธีการอย่างไรในการก่อร่างสร้างตัว จากคนที่ไม่มีอันจะกินกลายเป็นคนมีอันจะกินแบบในวันนี้ เขาบอกผมว่า เรื่องที่ผมเขียนนี้จะเป็นอุทาหรณ์สอนคนทั่วบ้านทั่วเมือง ให้รู้วิธีการสร้างตัวจากจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิต มาเป็นจุดที่ใครๆ ก็ล้วนแต่จะตั้งคำถามว่า ผมมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ผมคิดอยู่นานหลายเดือน ว่าผมจะเขียนดีหรือไม่เขียนดี เพราะจริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดการเขียนซักเท่าไร แต่มาวันนี้ ผมตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะเขียน ผมจะเขียนฝากเอาไว้เป็นมรดก เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาวิธีการของผม ซึ่งแน่นอนมันจะไม่มีทางเหมือนวิธีการของใครเลย

พิชัยเป็นคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ในชีวิตตอนนี้ สาเหตุเป็นเพราะผมไม่มีความประสงค์ที่จะคบค้าสมาคมกับใคร ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพบปะผู้คน ผมอยากอยู่กับตัวเองอย่างเงียบๆ ให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนเรื่องราวของชีวิตกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในยามนี้ผมไม่ต้องการอะไรจริงๆ แม้แต่เวลาที่ผมจะหายใจ ผมก็รู้สึกเฉยๆ ผมพร้อมแล้วที่จะเดินทางไกลไปในโลกที่คนทั้งโลกตั้งคำถามกับมัน ว่าโลกที่ผมจะไปมีอยู่จริงหรือไม่

ท่านที่มาอ่านเจอบันทึกนี้ ไม่ต้องแปลกใจอะไร ว่าทำไมผมไม่แคร์ แม้แต่เวลาที่ผมจะมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปบนโลกใบนี้

ถ้าจะว่าไปแล้ว การเดินทางของชีวิตคนคนหนึ่งที่เดินทางไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ไม่เคยทรยศหักหลังต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง เมื่อเขาคนนี้เดินทางมาได้ไกลถึงจุดหมายปลายทาง เขากลับบอกตัวเอง ว่าที่ปลายทางนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาเลย การเรียนรู้และเข้าใจสรรพสิ่งตลอดเส้นทางการเดินทางต่างหาก เป็นอะไรที่มีความหมายมากที่สุด ไม่ใช่ผลลัพธ์ ไม่ใช่ความสำเร็จ ไม่ใช่ความร่ำรวย ยิ่งเมื่อคุณไปถึงที่หมายเร็วเท่าไร คุณก็จะเข้าใจข้อเขียนที่ผมเขียนนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ผมจำความได้ว่าตอนผมเป็นเด็กตัวเล็กๆ ผมต้องวิ่งขายเรียงเบอร์ในวันที่หวยออก ผมต้องเดินเข้าไปในตึกที่กำลังก่อสร้าง เที่ยวกวาดสายตาไปรอบๆ ดูซิว่า จะมีเศษเหล็ก เศษตะปู บานพับอลูมิเนียมที่ชำรุดเสียหาย ผมจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้ใส่ถุง แล้วเอาไปขายเจ๊อ้วนร้านรับซื้อของเก่าที่เปิดร้านเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ริมถนนเจริญกรุง แถวๆ ปากซอยบ้านใหม่ ในวันนั้นผมไม่ได้คิดถึงสิ่งใดเลย นอกจากเศษเหล็กกิโลละ 1 บาท เพื่อเอาเงินมาซื้อดินสอ ซื้อไม้บรรทัด ซื้อยางลบ เอาไปโรงเรียน

บ้านผมเป็นห้องเช่าอยู่ข้างโรงเรียนสตรีไทยมุสลิม เราอยู่กัน 4 คน พ่อ แม่ ลูกรวมทั้งตัวผม ทุกคนล้วนลำบากลำบนไม่แพ้กัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยมีวันลืมเลือนไปจากใจของผม นั่นคือความรักและความห่วงใยที่แม่มีให้ แม่สอนผมตลอดเวลา ว่าคนเราไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับชีวิต เรารู้แต่ว่า วันนี้เรากำลังเผชิญเหตุการณ์อะไร และเรามีหน้าที่แค่เรื่องเดียวคือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แม่ไม่เคยย่อท้อต่อความยากจน ทั้งๆ ที่แม่เป็นแค่แม่บ้านจนๆ คอยรับเงินที่เจียดแบ่งมาจากเงินเดือนของพ่อ นำมาหุงหาอาหาร นำมาแบ่งปันเป็นค่าเล่าเรียนให้ผมได้เรียนหนังสือ

แม่สอนผมตลอดเวลา ว่าวันหนึ่งลูกจะต้องเป็นเจ้าใหญ่นายโต แม่ไม่มีอะไรจะให้เจ้า นอกจากความรักที่แม่พร้อมจะตายแทน และแม้ว่าแม่ตายไปแล้ว แม่จะไม่ยอมขึ้นสวรรค์หรือลงนรกทั้งนั้น แม่จะอยู่ในทุกที่ที่เจ้าไป แม่จะคอยดูเจ้า จะทำหน้าที่ช่วยให้เจ้าประสบความสำเร็จ เจ้าไม่ต้องกลัวเด็ดขาด เจ้ามีโอกาสดีกว่าใครๆ ตรงที่มีแม่นี่แหละคอยดูแลชีวิตเจ้า แม่จะคอยชี้แนะแนวทางให้เจ้าเดิน ผ่านเสียงกระซิบที่ขอให้เจ้าตั้งใจฟังมันให้ดีๆ ว่าแม่จะส่งเสียงกระซิบมาในตอนไหน และเวลาไหน

แม่ยังบอกกับผมว่า บางครั้งแม่จะมาโดยที่ผมอาจไม่รู้ตัว แม่จะมาเป็นความคิดดีๆ เป็นความรู้สึกที่ผมสามารถจะสัมผัสได้ ขออย่างเดียวเท่านั้นคือ ยามใดที่ผมลังเลสงสัย ห้ามให้ผมดำเนินการอะไรทั้งนั้น แม่บอกว่า อาจมีบางสิ่งที่ผมมองไม่เห็นคอยอิจฉาความสำเร็จของผมอยู่ก็เป็นได้แล้วแกล้งปลอมตัวเป็นแม่ แม่บอกว่า สิ่งนี้ไม่อยากให้ผมได้ดี ด้วยเหตุนี้แม่จึงย้ำให้ ต้องฟังเสียงของแม่ให้ดีๆ แม้แม่จะตายจากไปแล้ว

ทุกครั้งที่ผมได้ยินแม่พูดเรื่องความตาย ผมจะร้องไห้ทุกครั้ง แล้วพูดกับแม่ว่า แม่อย่าพูดแบบนี้ซิ แม่จะไม่ตาย แม่จะอยู่กับผมตลอดไป และไม่ทันที่ผมจะพูดจบ แม่ก็คว้าตัวผมมาโอบกอดแล้วลูบหัวผม บอกให้ผมอย่าร้องไห้ แม่บอกว่า แม่อยู่ในตัวผมตลอดเวลา ผมกับแม่จะไม่พรากจากกัน เราสองคนจะอยู่ด้วยกันเสมอ

วันคืนเดินเคลื่อนคล้อยไป ในขณะที่แม่ยังอยู่เคียงข้างผมตลอด แม่หุงข้าว ทำกับข้าว แต่งตัวให้ผมได้ไปโรงเรียน กลับมาตอนเย็นแม่คอยสอนการบ้าน เราสองคนมีโลกที่อบอุ่น แม้เราจะไม่มีเงินก็ตาม

ผมหยุดเขียนบันทึกนี้ชั่วขณะ แล้วเอาสันมือซ้ายยกขึ้นปาดน้ำตาที่คลอเบ้า ในใจนึกถึงแม่ และมองกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง แม่…แม่…แม่มารับผมแล้วหรือยัง

 

23