ครูพัก...ลักจำ พี่แป๊ก แ

หุ้นกู้

พอดี : พี่ค่ะ  พอดีอ่านครูพักลักจำในวันอังคารที่ผ่านมา มีการพูดคุยกันถึงเรื่องของ “ หุ้นกู้ ” ด้วย  พอดีไม่รู้เลยค่ะว่ามันคืออะไร

เต็มใจ :   จริงๆ แล้ว หุ้นกู้ หรือ (Bonds) มันก็คือ ตั๋วสัญญาใช้เงินระยะยาวประเภทหนึ่งที่ออกโดยผู้กู้ ซึ่งระบุว่าผู้กู้ ได้กู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งจากผู้ซื้อ หรือผู้ถือหุ้นกู้ โดยผู้กู้สัญญาว่าจะจ่ายคืนเงินจำนวนดังกล่าวในอนาคตและจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายงวดตามวันที่กำหนดไว้ตลอดอายุหุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นกู้จะมีสภาพเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่ออกหุ้นกู้นั้นโดยที่หุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายจะต้องระบุข้อมูล ดังนี้

  1. ระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอน หรืออายุหุ้นกู้
  2. มูลค่าที่ตราไว้ หรือ มูลค่าเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งเป็นเงินต้นที่ผู้กู้ต้องชำระคืน ณ วันครบกำหนดไถ่ถอน โดยปกติจะเท่ากับ 1,000 บาท
  3. อัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้บนใบหุ้นกู้ ซึ่งแสดงถึงร้อยละของมูลค่าที่ตราไว้ โดยมักจะจ่ายเป็นรายปีหรือรายครึ่งปี

พอดี : คือเมื่อบริษัทเสนอขายหุ้นกู้ให้เรา จะมีระยะเวลากำกับการคืนเงินให้ พร้อมกับการจ่ายดอกเบี้ยตามระยะเวลาและอัตราส่วนที่กำหนดไว้  แบบนี้ก็ดีสิค่ะ

เต็มใจ : ใช่….   หุ้นกู้จัดเป็นหลักทรัพย์ที่ให้รายได้ประจำ เนื่องจากการจ่ายดอกเบี้ยและชำระคืนเงินต้นของหุ้นกู้ ได้ระบุไว้แน่นอน ณ เวลาที่ออกและกำหนดเป็นจำนวนเงินคงที่ ตลอดอายุหุ้นกู้ ดังนั้นผู้ซื้อหรือผู้ถือหุ้นกู้จะทราบถึงกระแสเงินสดในอนาคตที่จะได้รับนับจากวันที่ซื้อจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน

พอดี : ถ้าพอดี อยากจะซื้อหุ้นกู้บ้าง  พอดีควรเริ่มต้นยังไงดีละค่ะ

เต็มใจ :  หากพอดีมีความน่าสนใจที่จะซื้อหุ้นกู้  พอดีควรรู้จักคำถาม 7 ข้อนี้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหุ้นกู้น่ะ

พอดี :  7 ข้อที่พี่ว่ามีอะไรบ้างละค่ะ

เต็มใจ : คำถามง่ายๆ 7 ข้อ ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นกู้ ได้แก่

  1.  รู้จักหุ้นกู้หรือยัง?

ตอบ   “ หุ้นกู้ ” เป็นหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ผู้ซื้อ มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่ออกหุ้นกู้ โดยผู้ซื้อจะได้รับผลตอบแทน สม่ำเสมอตามที่กำหนดและรับเงินต้นคืนเมื่อครบอายุหุ้นกู้ เช่น หุ้นกู้ของ บริษัทไทยทำไทยใช้ อายุ 10 ปี ให้ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และ จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เป็นต้น

  1. ใครเป็นผู้ออก?

ตอบ  เราต้องทำความรู้จักบริษัทที่ออกหุ้นกู้ก่อนครับ ติดตามข่าวตามสื่อต่างๆ ว่าบริษัทที่เราสนใจจะซื้อหุ้นกู้นั้นๆ ทำธุรกิจ อะไร มีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร เพื่อประเมินความเสี่ยงว่า บริษัท เหล่านั้นจะสามารถจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้เราได้ตามกำหนดหรือไม่ และเรายอมรับความเสี่ยงนั้นได้หรือไม่ รวมทั้งต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ธนาคารที่ขายหุ้นกู้ให้เรา อาจไม่ใช่ผู้ออกหุ้นกู้นะครับ ส่วนใหญ่ธนาคาร ทำหน้าที่เป็นคนกลางขายหุ้นกู้ให้บริษัทเท่านั้น

  1. สัญญาณอะไรที่ชี้ความเสี่ยงของหุ้นกู้?

ตอบ  อันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) เป็นสัญญาณหนึ่งที่สะท้อน ความสามารถในการชำระหนี้ของหุ้นกู้โดย credit rating แบ่งเป็นระดับ ตั้งแต่ระดับดีมาก (AAA) จนถึงระดับที่แย่มาก (D) ซึ่งเป็นการประเมิน จากข้อมูล ณ วันที่ออกหุ้นกู้ และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดอายุ หุ้นกู้ นอกจากนี้เราต้องดูแนวโน้มอันดับเครดิตซึ่งเป็นการคาดการณ์ ในอนาคตที่ให้ค่าเป็น “ คงที่ ” “ บวก ” หรือ “ ลบ ” และเราต้องหมั่นติดตาม ข่าวที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ออกหุ้นกู้อยู่เสมอ

  1. อยากได้ผลตอบแทนเท่าไหร่?

ตอบ เราคงมีตัวเลขอยู่ในใจ นะครับว่าต้องการได้ผลตอบแทนสักกี่เปอร์เซ็นต์ หุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงมากกว่าจะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า หรือหุ้นกู้มีประกันซึ่งจัดว่ามีความเสี่ยงต่ำ ดอกเบี้ยที่ให้ก็จะต่ำตามไปด้วย และดอกเบี้ยที่เราได้รับจะต้องเสียภาษี เงินได้ 15% ด้วยนะครับ นอกจากนี้เรายังต้องรู้ว่า เขาจะจ่ายดอกเบี้ย ถี่แค่ไหน เช่น ทุก 6 เดือน หรือปีละครั้ง ซึ่งควรให้ตรงกับช่วงจังหวะ ที่เราต้องการใช้เงิน และต้องรู้ว่ามีเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ยหรือเปล่า เช่น จะจ่ายต่อเมื่อบริษัทมีกำไรจากการประกอบธุรกิจ อย่างนี้แปลว่า มีโอกาสที่จะไม่จ่ายดอกเบี้ยนะครับ

  1. เงินก้อนนี้คาดว่าจะใช้เมื่อไหร่?

ตอบ  ดูแผนการใช้เงินของ ตัวเองก่อนครับ เพราะหุ้นกู้มักจะมีอายุยาว เช่น 5 ปีและระยะหลังนี้ มีหุ้นกู้ประเภทไม่กำหนดอายุออกมาขายด้วย ดังนั้นถ้าเราจะซื้อหุ้นกู้ ที่อายุยาวๆ เราต้องมั่นใจว่าช่วงนั้นเราไม่ต้องการใช้เงินก้อนนี้ทำอย่างอื่น

  1.  ซื้อแล้วจะขายได้อย่างไร?

ตอบ  เป็นไปได้ครับที่เราอาจต้องใช้เงินก่อนหุ้นกู้ครบกำหนด ดังนั้นจึงต้องถามธนาคารที่เป็นตัวแทน ขายหุ้นกู้ว่าเขาจะรับซื้อคืนไหม และนอกจากธนาคารแล้วยังมี ตลาดตราสารหนี้ (BEX) ซึ่งเป็นตลาดรอง โดยต้องซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตครับ และหากเราขายได้กำไรก็ต้อง เสียภาษีด้วยครับ การขายหุ้นกู้ก่อนครบอายุมีโอกาสที่จะได้เงินต้นคืนไม่เท่าตอนที่เราซื้อนะครับ ที่สำคัญอีกอย่างคือ การซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรองมีสภาพคล่องน้อยจึงอาจทำให้เราไม่สามารถขายคืนได้เร็วอย่างที่คิดถ้าต้องการใช้เงินนะครับ

  1.  มีลักษณะพิเศษอะไรอีกไหม?

ตอบ  นับวันหุ้นกู้ที่ออกมา จะมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น แบบที่กำหนดให้สามารถไถ่ถอนก่อน ครบกำหนด แบบมีประกัน แบบด้อยสิทธิและอีกหลากหลายครับ ดังนั้นเราจึงต้องสอบถามผู้ขายและศึกษาจากหนังสือชี้ชวนให้ ละเอียด

พอดี  :  แล้วเราจะไปเอารายละเอียดพวกนี้มาจากไหนละค่ะพี่

เต็มใจ  :  เราสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้จากตัวแทนขาย หรือค้นหาจากเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ www.sec.or.th ครับ

พอดี :  แบบนี้ก็ง่ายสิค่ะ  สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ได้เลย

เต็มใจ : ใช่จ๊ะ……เนื่องจากบริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ประชาชนได้ต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อนโดย ก.ล.ต. จะดูว่าบริษัทเหล่านั้นได้เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนในหนังสือชี้ชวนไว้ครบถ้วนและถูกต้องแล้วหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นการรับประกันว่าหุ้นกู้นั้น จะไม่มีปัญหานะครับ และ ก.ล.ต. ยังกำกับดูแลผู้ที่ทำหน้าที่ขายหุ้นกู้ด้วย ดังนั้นหากเราไม่ได้รับความเป็นธรรมในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นหลักทรัพย์ประเภทใด สามารถร้องเรียนได้ที่ SEC Help Center โทร. 0-2263-6000 ครับ

พอดี :  พี่เต็มใจเนี้ย เก่งจริงๆ เลยน่ะค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะ

เต็มใจ :  ขอบใจจ๊ะ  และพี่ก็ต้องขอบคุณบทความที่พี่อ่านมาของ คุณประสงค์ วินัยแพทย์ (รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ใน  www.sec.or.th  ที่ทำให้พี่ได้มีสาระดีๆ แบบนี้มาส่งต่อให้น้องสาวสุดที่รักของพี่คนนี้ยังไงละจ๊ะ