ครูพัก...ลักจำ พี่แป๊ก แ

ศึกค่าเงิน

พอดี : พี่ค่ะ ….พี่…ดูหนังสือพิมพ์วันนี้รึยังค่ะ

เต็มใจ : ดูแล้วมีอะไรเหรอ

พอดี : นี่ไงค่ะ  แบบนี้มันจะมีผลกระทบอะไรกับประเทศไทยมั้ยค่ะ

ข่าวหยวน

(ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

เต็มใจ : หัวข้อข่าวก็บอกแล้วละน่ะว่า “ ฉุดเงินเอเชียร่วง ”  เราอยู่ในเอเชียมั้ย  อยู่ใช่มั้ย งั้นมาดูกันว่าค่าเงิน ณ วันที่ 12/08/2558  ค่าเงินเอเชีย ร่วงไปถึงไหนกันบ้าง

5995

 

(ภาพข่าวจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้)

พอดี : ค่าเงินบ้านเราลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นๆ เลยนะค่ะ นี่พอดีก็อ่านเนื้อหาข่าวมาเยอะพอสมควรน่ะ

เต็มใจ : พี่ก็อ่านมาเหมือนกันน่ะ มาเดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง

พอดี : โอเค..ให้พี่เริ่มก่อนก็ได้ค่ะ

เต็มใจ : โอเค …..เหตุจากธนาคารกลางจีนประกาศลดค่าเงินหยวนมากถึง 2% ครั้งนี้ก็เพื่อพยุงเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจมานานหลายปี ซึ่งการประกาศลดค่าเงินหยวนถือเป็นมาตรการแรกในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะหากมีมาตรการอื่นมาใช้แทนได้  รัฐบาลกลางหรือธนาคารกลางมักจะไม่ใช้เป็นมาตรการแก้ปัญหา  เพราะว่าการลดค่าเงินจะส่งผลกระทบในวงกว้าง แม้ว่าจะมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากการลดค่าเงิน แต่การลดค่าเงินย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบอยู่แล้ว ใช่มั้ยพอดี

พอดี :  ค่ะ….การลดค่าเงินหยวนในครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่านักวิเคราะห์ที่เฝ้าคอยติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของจีน เพราะว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เศรษฐกิจไม่กระเตื้องขึ้นมาเลย  และถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่จีนทยอยออกมาแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนไม่ได้เลวร้ายมากนักจนทางการจีนต้องออกมาตรการลดค่าเงินเลย  แต่ทว่าการลดค่าเงินครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจจีนมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน

เต็มใจ :  การลดค่าเงินหยวนในครั้งนี้เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกพอสมควร เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจของจีนใหญ่โตมาก ดังจะเห็นได้จากการชะลอตัวเศรษฐกิจของจีน ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นไปทั่วภูมิภาคเพราะต้องพึ่งพาตลาดจีนในการนำเข้าสินค้าและบริการ ซึ่งผลกระทบจากการลดค่าเงินในครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าต่อจากนี้ไปจะเกิดสงครามค่าเงินขึ้นมาอีกครั้งระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนกับชาติอื่นที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นรายได้หลักของประเทศ

พอดี : อันที่จริง ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินเรื่องสงครามค่าเงินกันมาก่อนหน้านั้นแล้วในช่วงต้นปี เมื่อประเทศพัฒนาแล้วออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี ด้วยการอัดฉีดเงินเข้าระบบในปริมาณมหาศาล ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป อังกฤษ และสหรัฐที่ทำคิวอีมาก่อนหน้านั้น ซึ่งเท่ากับว่าทุกประเทศแทบจะใช้สูตรเดียวกันในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศด้วยการทำค่าเงินของตัวเองให้อ่อนค่าลงกว่าความเป็นจริง เพื่อช่วยเหลือสินค้าและบริการในประเทศ หรือธุรกิจของประเทศตัวเองแต่การลดค่าเงินหยวนมีความแตกต่างจากมาตรการคิวอีของบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว เพราะทางการจีนไม่ได้อัดฉีดเงินเข้าระบบเหมือนประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำได้ทำกันก่อนหน้านี้

เต็มใจ :  แต่การลดค่าเงินหยวนจะทำให้สินค้าและบริการของจีนมีราคาถูกลง ซึ่งก็เป็นเป้าหมายเดียวกับมาตรการคิวอีเพียงแต่มีวิธีการที่แตกต่างกันเท่านั้น ซึ่งจากขนาดที่ใหญ่โตของเศรษฐกิจจีนจึงคาดกันว่าผลกระทบในครั้งนี้จะกินวงกว้างออกไปจากมาตรการคิวอี โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาหรือตลาดเกิดใหญ่ที่มีสินค้าประเภทเดียวกัน

พอดี : ใช่….แน่นอนว่าเมื่อค่าเงินของจีนลดค่าลง ย่อมทำให้ประเทศอื่นต้องปรับตัวตามไปด้วย ดังจะเห็นได้จากค่าเงินหลายประเทศในเอเชียอ่อนค่าลงทันทีซึ่งเป็นสัญญาณจากตลาดที่ชี้ประเมินล่วงหน้าไปแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้ไป และอาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามค่าเงินลุกลามไปทั่ว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่านับจากนี้ไป ทุกประเทศทั่วโลกจะหันมาใช้มาตรการค่าเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจของประเทศตัวเอง และอาจกล่าวได้ว่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 อาจเป็นศตวรรษแห่งสงครามค่าเงิน

เต็มใจ :  อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดีและตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์แล้วอาจเห็นว่าลดค่าเงินของจีนในครั้งนี้เป็นการปรับตัวของเศรษฐกิจโลกเพื่อเข้าสู่ภาวะสมดุลในระบบตลาดเสรี เพียงแต่ขนาดเศรษฐกิจของจีนหรือสหรัฐที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้มีขนาดใหญ่ จึงส่งผลรุนแรง แต่มองอีกด้าน ต่อจากนี้ไป เราจะเผชิญกับความผันผวนในตลาดเงิน เนื่องมาจากการปรับตัวนั่นเอง เป็นความผันผวนและเกิดความปั่นป่วนจนยากประเมิน ซึ่งอาจเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกนับจากนี้ไปก็เป็นไปได้

พอดี :  เก่งจริงๆ พี่ชายเรา