ครูพัก...ลักจำ พี่แป๊ก แ

การลงทุนแบบยั่งยืนรูปแบบใหม่

เต็มใจ :  พอดี…เวลาพอดีจะลงทุนในหุ้นแต่ละตัวหรือกิจการแต่ละอย่าง พอดีจะคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรก

พอดี : ก็คงจะเป็นผลตอบแทนที่จะได้รับอยู่แล้วค่ะ

เต็มใจ : วันนี้พี่มีหลักแนวคิดดีๆ ในการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คนรอบข้างรวมถึงธรรมชาติ ด้วยล่ะ

พอดี :  แล้วได้กำไรดีมั้ยค่ะ

เต็มใจ : แหม หยุดคิดเรื่องกำไรสักแปปได้มั้ย  พี่เชื่อว่าถ้าเราทำดีแล้ว ทุกอย่างก็จะดีตาม  ลงทุนในทางที่ดีแล้ว กำไรก็จะตามมาเองแหละ

พอดี : แล้วหลักแนวคิดที่พี่ว่ามันเป็นยังไงละค่ะ

เต็มใจ : คือ เมื่อเช้านี้พี่ได้อ่านคอลัมน์มาหนึ่งคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  ชื่อว่าหน้าต่าง CSR เขียนโดย คุณพิพัฒน์  ยอดพฤติการ  ในหัวข้อเรื่อง รู้จักรูปแบบการลงทุนที่ยั่งยืน

พอดี : ฟังดูน่าสนใจดีน่ะ

เต็มใจ : เขาบอกว่า การลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investment) เป็นวิถีการลงทุนที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลในการคัดเลือกและบริหารพอร์ตการลงทุน

พอดี : แล้วไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์งบการเงินแล้วเหรอค่ะ

เต็มใจ : ไม่ใช่อย่างนั้น  ฟังต่อน่ะ  คือ รูปแบบในการลงทุนที่ยั่งยืนในปัจจุบัน สามารถจำแนกตามนโยบายหรือกลยุทธ์การลงทุน  ออกได้เป็น 7 กลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ

  1. Negative/exclusionary screening  คือ การไม่เข้าลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของกิจการที่ตัวสินค้าและบริการก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมหรือขัดกับหลักศีลธรรมจรรยา เช่น กิจการที่เป็นอบายมุขต่างๆ การค้าอาวุธ ยาพิษ การค้ามนุษย์ การค้าสัตว์เพื่อฆ่า ฯลฯ
  2. Positive/best in class screening เป็นการใช้เกณฑ์คัดเลือกลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของกิจการที่ตัวสินค้าและบริการสร้างให้เกิดผลดีต่อสัง คม ส่งเสริมหลักศีลธรรมจรรยา หรือมีความโดดเด่นในการดำเนินงานเรื่องดังกล่าว ท่ามกลางหลักทรัพย์หรือตราสารในกลุ่มหรือประเภทของกิจการนั้น เช่น กิจการที่มีธรรมาภิบาลที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กิจการพลังงานทดแทน เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ
  3. Norms based screening เป็นการเลือกลงทุนโดยพิจารณาหลักทรัพย์หรือตราสารของกิจการทีดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เช่น OECD,ILO,UN,UNICEF ฯลฯ โดยหลีกเลี่ยงที่จะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของกิจการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามบรรทัดฐานหรือมาตรฐานเหล่านั้น หรือใช้เกณฑ์ดังกล่าวในการพิจารณาให้น้ำหนัการลงทุน
  4. Integration of ESG factors เป็นการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับการวิเคราะห์ทางการเงินอย่างชัดแจ้งและเป็นระบบในกระบวนการตัดสินใจลงทุน โดยผู้จัดการลงทุน เช่น การพิจารณาปัจจัย ESG ซึ่งมีการพัฒนาเกณฑ์ที่ใช้แตกต่างกัน  จะไม่สามารถใช้วัดหรือเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างกิจการแต่ละแห่งซึ่งมีสารัตถภาพ (Materiality) ของปัจจัยด้าน ESG ที่แตกต่างกันได้

พอดี : เดี๋ยวค่ะพี่ คำว่า ESG คืออะไรเหรอ

เต็มใจ :  คำว่า ESG เป็นภาษาที่กลุ่มผู้ลงทุนใช้เวลาที่ต้องการเลือกกิจการที่จะเข้าไปลงทุนว่ามีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถลงทุนได้หรือไม่ ESG จึงเป็นคำที่ใช้สื่อระหว่างผู้ลงทุนกับบริษัท

  1. Sustainability-themed investing ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คือ การเข้าลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของกิจการที่มีการดำเนินงานสอดคล้องกับประเด็นหรือแบบแผนด้านความยั่งยืน ที่ผู้ลงทุนต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุนเป็นการเฉพาะ เช่น พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว หรือ เกษตรกรรมที่ยั่งยืน ฯลฯ
  2. Impact/community investing คือ การลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่ก่อให้เกิดผลกระทบสูงทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลงทุนในระดับชุมชน โดยมากจะเป็นการลงทุนนอกตลาดกับกิจการที่มีความยากลำบากต่อการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งหมายรวมถึงการให้สินเชื่อหรือหลักประกันแก่กิจการที่ประกอบการโดยมีความประสงค์ (Purpose) ทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน เช่น กิจการประเภทวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise โดยการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวนี้ผู้ลงทุนมีความคาดหวังหรือยอมรับในผลตอบแทน  ที่อาจมีอัตราต่ำกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้รับเมื่อเทียบกับการลงทุนในแบบอื่นๆ
  3. Philanthropic investing หรือเรียกว่า การลงทุนสุนทาน เป็นการลงทุนระยะยาวในหลักทรัพย์หรือตราสารของกิจการที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้าน ESG เพื่อนำดอกผลที่ได้รับจากการลงทุน มาจัดสรรให้ความช่วยเหลือแก่สังคมในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การสาธารณสุข การพัฒนาอาชีพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยที่ทุนหรือเงินต้นยังคงอยู่เป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุน สามารถวางแผนการจัดสรรทุนหรือทรัพยากรสำหรับการให้ความช่วยเหลือทางสังคม หรือสิ่งแวดล้อม ได้อย่างต่อเนื่อง  จนเห็นผลสัมฤทธิ์หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

พอดี : จริงๆ แล้วก็เป็นกุศโลบาย ที่เราสามารถเอามาดัดแปลงใช้สำหรับการเลือกลงทุนได้ใช่มั้ย แต่จะเป็นบริษัทไหนหรือมีกิจการที่ดีเหรือไม่ เราก็ยังคงต้องทำการวิเคราะห์กันเหมือนเดิมใช่มั้ย

เต็มใจ : พี่ว่าเรื่องราวพวกนี้ก็มีความสำคัญอยู่ไม่น้อยเหมือนกันน่ะ ถ้าเรานำเอาหลักการทั้ง 7 ข้อนี้ไปใช้ร่วมกับหลักทฤษฎีที่เราเรียนมา พี่ว่าน่าจะเป็นผลดีมากกว่าจะมีผลเสียใดๆ เกิดขึ้น

พอดี : จริงๆ แล้ว ก็มีหลายข้อน่ะที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับประเภทการลงทุนที่เรากำลังลงทุนอยู่ ซึ่งเหตุผลที่เราเลือกก็มาจากความสนใจใน CSR และ ESG อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

เต็มใจ : พี่ก็คิดแบบนั้นแหละ ถึงได้เอามาเล่าให้พอดีฟังไงล่ะ

พอดี : ขอบคุณค่ะพี่