ครูพัก...ลักจำ พี่แป๊ก แ

ธรรมนูญชีวิต

พอดี :  ศุกร์ที่ 1 มกราคม 2559 แล้วน่ะค่ะ ช่วงนี้ข่าวสารบ้านเมืองดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปจากสายตาคนไทยบ้างสักวันสองวันค่ะ

เต็มใจ : ใช่… พวกเราชาวไทยก็ต่างพากันไปฉลอง พบปะสังสรรค์กัน เป็นวันที่ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เป็นครอบครัวใหญ่เลยทีเดียว ความสุขที่เกิดขึ้นคงจะทำให้ทุกคนลืมเรื่องราวที่ไม่ดีทั้งหลายไปได้บ้าง

พอดี : พอดีก็อยากจะให้คนไทยทุกคนมีความสุขแบบนี้ตลอดไปเลยละ

เต็มใจ : ความสุขเกิดได้จากตัวเราเองน่ะ  เราทำดี เราก็รู้สึกดี  เราทำดี คนอื่นก็รู้สึกดีกับเรา  จะไม่มีใครว่าเราได้เลย และปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น เอาละ งั้นวันนี้พี่ขอยืม บทคำสอนดีๆ จากหนังสือ ธรรมนูญชีวิต โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต ) มาเล่าสู่ให้พอดีฟังน่ะจ๊ะ

พอดี : ดีเลยค่ะ

เต็มใจ : ว่ากันด้วยเรื่องของ  คนประสบความสำเร็จ

ผู้ที่ต้องการดำเนินชีวิตให้เจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จ ไม่ว่าในด้านการศึกษา หรืออาชีพการงานก็ตาม พึงปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้

  • หลักความเจริญ ปฏิบัติตามหลักธรรม ที่จะนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่เรียกว่า จักร (ธรรมประดุจล้อทั้งสี่ที่นำรถไปสู่จุดหมาย) ซึ่งมี 4 ข้อ คือ
  1. ปฎิรูปเทสวาสะ เลือกอยู่ถิ่นที่เหมาะ คือ เลือกหาถิ่นที่อยู่ หรือแหล่งเล่าเรียนดำเนินชีวิตที่ดี ซึ่งมีบุคคลและสิ่งแวดล้อมที่อำนวยแก่การศึกษา พัฒนาชีวิต การแสวงธรรมหาความรู้  การสร้างสรรค์ความดีงามและความเจริญก้าวหน้า
  2. สัปปุริสูปัสสยะ เสาะเสวนาคนดี คือ  รู้จักเสวนาคบหา หรือร่วมหมู่กับบุคคลผู้รู้ ผู้ทรงคุณ และผู้ที่จะเกื้อกูลแก่การแสวงธรรมหาความรู้ ความก้าวหน้างอกงามและเจริญโดยธรรม
  3. ปุพเพกตปุญญตา มีทุนดีได้เตรียมไว้ ทุนดีส่วนหนึ่ง คือ ความมีสติปัญญา ความถนัด และร่างกายดี เป็นต้น ที่เป็นพื้นมาแต่เดิม และอีกส่วนหนึ่ง คือ อาศัยพื้นเดิมเท่าที่ตัวมีอยู่ รู้จักแก้ไขปรับปรุงตน ศึกษาหาความรู้ สร้างเสริมคุณสมบัติ ความดีงาม ฝึกฝนความชำนิชำนาญเตรียมไว้ก่อนแต่ต้น ซึ่งเมื่อมีเหตุต้องใช้จะเป็นผู้พร้อมที่จะต้อนรับความสำเร็จ สามารถสร้างสรรค์ ประโยชน์สุข และก้าวสู่ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
  • หลักความสำเร็จ  ปฏิบัติหลักธรรม  ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแห่งกิจการนั้นๆ ที่เรียกว่า อิทธิบาท (ธรรมให้ถึงความสำเร็จ) ซึ่งมี 4 ข้อ คือ
  1. ฉันทะ  มีใจรัก คือ พอใจจะทำสิ่งนั้น และทำด้วยใจรัก ต้องการทำให้เป็นผลสำเร็จอย่างดีแห่งกิจหรืองานที่ทำ มิใช่สักว่าทำพอให้เสร็จๆ หรือเพียงเพราะอยากได้รางวัลหรือผลกำไร
  2. วิริยะ พากเพียรทำ คือ ขยันประกอบ หมั่นกระทำสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ทอดทิ้ง ไม่ท้อถอย ก้าวไปข้างหน้าจนกว่าจะสำเร็จ
  3. จิตตะ เอาจิตฝักใฝ่  คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ และทำสิ่งนั้นด้วยความคิด ไม่ปล่อยจิตใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ใช้ความคิดในเรื่องนั้นบ่อยๆ เสมอๆ ทำกิจหรืองานนั้นอย่างอุทิศตัวอุทิศใจ
  4. วิมังสา ใช้ปัญญาสอบสวน คือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนเกินเลยบกพร่องขัดข้องเป็นต้น ในสิ่งที่ทำนั้น โดยรู้จัก ทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง เป็นต้น  เพื่อจัดการและดำเนินงานนั้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้นไป  ตัวอย่างเช่น  ผู้ทำงานทั่วๆ ไป อาจจำสั้นๆ ว่า รักงาน สู้งาน ใส่ใจงาน และทำงานด้วยปัญญา
  • หลักเผล็ดโพธิญาณ  ดำเนินตามพระพุทธปฎิปทา  ด้วยการปฏิบัติตามธรรม 2 อย่างที่เป็นเหตุให้พระองค์บรรลุสัมโพธิญาณ เรียนกว่า อุปัญญาตธรรม ( ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติเห็นคุณประจักษ์กับพระองค์เอง)  คือ
  1. อสนตุฎฐิตา  กุสเลสุ ธมเมสุ ไม่สันโดษในกุศลธรรม คือ ไม่รู้อิ่ม ไม่รู้พอ ในการสร้างสรรค์ความดีและสิ่งที่ดี
  2. อปปฏิวาณิตา จ ปธานสมึ บำเพ็ญเพียรไม่ระย่อ คือ เพียรพยายามก้าวหน้าเรื่อยไป ไม่ยอมถอยหลัง ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอยต่ออุปสรรคและความเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก

พี่เชื่อว่า หากเรานำหลักธรรมคำสอนนี้ไปปฏิบัติอย่างแท้จริงแล้ว ความสุขในใจของเราก็จะเกิดขึ้นพร้อมกับความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

พอดี : พอดี จะจำไว้ค่ะพี่ ขอบคุณค่ะ

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ

กดปุ่ม

เพิ่มเพื่อน

หรือ แอดมาที่ ID = @sati.fpm