ควาจริงไม่ลับ

เริ่มต้นใหม่

2 ปีให้หลัง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผมต้องโทษจำคุก 1 ปี พร้อมกับจ่ายค่าปรับต่างๆ ผมยินยอมรับโทษ โดยไม่อุทธรณ์คดีใดๆ

เวลาในคุกตลอดหนึ่งปี เป็นอะไรที่ยาวนาน ผมคิดถึงลูกสาว คิดถึงรอยยิ้มของเธอ คิดถึงวันคืนที่ผมจะออกไปจูงมือเธอ โดยหันหลังให้กับ WH อย่างสิ้นเชิง

วันทุกวันผ่านไป วันทุกวันผ่านไป แล้ววันทุกวันก็ผ่านไป

ผมออกจากคุกมาในวันที่ 1 พฤศจิกายน วันนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วแหงนหน้ามองสายฝนที่ตกกระแทกใส่หน้าผม อิสระและเสรีภาพเกิดขึ้นกับชีวิตอีกครั้งหนึ่งแล้ว

สายลมพัดกระโชกอย่างรุนแรง ท้องฟ้าดูมืดครึ้มไปหมด ผมเดินไปตามทางฟุตบาทที่ในยามนี้ไม่มีคนเดิน นานๆ ทีจะมีรถวิ่งผ่านมา ในขณะที่เดินเพลินๆ อยู่นั้น ผมได้ยินเสียงเบรคของรถดังมาแต่ไกล แทรกเสียงฝนที่กำลังตกอย่างหนัก ตามด้วยเสียงโครมสนั่น ผมหันไปดูที่ถนน และวินาทีที่หันหน้าไป รถมอเตอร์ไซค์ก็ลอยพุ่งตรงเข้าใส่ผมอย่างจัง

ผมกระเด็นตามแรงกระแทกของรถมอเตอร์ไซค์ ลอยละลิ่วไปปะทะกับเสาไฟฟ้าอย่างจัง

เหตุการณ์ช่างเหมือนความฝันจริงๆ ผมไม่รู้สึกเจ็บไม่เป็นอะไร ผมรีบลุกขึ้นตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับบ้านหาลูกสาวต่อ ตลอดทางผมถามตัวเองว่า ทำไมทางจึงเปลี่ยวร้างผู้คนเช่นนี้ ตลอดทางผมเห็นบุรี เห็นเฮียผิง เห็นสำราญ เห็นศึกษา เห็นเฮียบึก และเห็นสาบาน ทุกคนไม่พูดกับผม ได้แต่จ้องมองหน้าผม

ผมไม่มีเวลาที่จะทักใคร ในใจบอกแต่ว่า ผมต้องเดินกลับบ้านไปหาลูกสาวให้ได้ เพราะในยามฝนตกหนักอย่างนี้ ผมเป็นห่วงที่เธอต้องอยู่บ้านตามลำพัง แต่ทำไม ผมจึงก้าวเดินได้ช้า ทำไมการเดินจึงเป็นเรื่องที่ยากถึงเพียงนี้ แต่จะยากอย่างไรผมต้องเดินไปหาลูกสาวผมให้ได้

5 ปีแล้วที่ผมพยายามเดินกลับบ้านไปหาลูกสาว แต่ยังไม่ถึงบ้านซักที…

เริ่มต้นใหม่